12 หนังสือไทย ที่พาเราไปไกล…มากกว่าการอ่าน
บางครั้งเราผ่านหนังสือดี ๆ ไปโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แต่เพราะยังไม่มีอะไรมาจุดประกายให้หยิบขึ้นมาอ่าน Book on Board #5 ชวนนักออกแบบบอร์ดเกม 12 ทีม มาตีความหนังสือไทย 12 เล่ม ให้กลายเป็นเกมที่จับต้องได้ และบางทีการได้เล่นเกมก่อน อาจเป็นประตูที่พาคุณไปถึงหนังสือได้เร็วกว่าที่คิด

1. พ่อแม่ในตัวเรา (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย โตมร ศุขปรีชา | ต่อยอดเป็นเกม มรดกทางใจ โดยทีม CryptonNice
พ่อแม่ในตัวเรา พูดถึงสิ่งที่พ่อแม่ส่งต่อให้ลูกโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความกลัว ความคาดหวัง หรือบาดแผลที่ฝังลึกมาตั้งแต่วัยเด็ก ทีม CryptonNice แปลงแนวคิดนั้นมาเป็นเกมที่ผู้เล่นสองคนรับบทผู้ใหญ่และเด็ก เผชิญเหตุการณ์ชีวิตด้วยกัน แล้วส่งต่อสิ่งที่สะสมมาสู่รุ่นถัดไปโดยอัตโนมัติ เกมไม่มีผู้ชนะ เพราะเรื่องของครอบครัวไม่มีใครชนะหรือแพ้จริง ๆ
ถ้าเคยสงสัยว่าทำไมบางพฤติกรรมของตัวเองถึงคุ้น ๆ กับพ่อแม่ หนังสือเล่มนี้น่าจะมีคำตอบให้

2. สีเทาเจ้าตัวจิ๋ว (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย รัศมี เบื่อขุนทด | ต่อยอดเป็นเกม สัตว์นิษฐาน โดยทีม บอร์ดบ้านโบว์
สีเทาเจ้าตัวจิ๋ว เล่าเรื่องลูกสัตว์สีเทาตัวเล็กที่พลัดหลงและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสัตว์อะไร จึงออกเดินทางตามหาแม่ ทีมบอร์ดบ้านโบว์แปลงคำถามของตัวละครมาเป็นภารกิจของผู้เล่น ทุกคนต้องช่วยกันพาเจ้าตัวจิ๋วไปรู้จักกับสัตว์ต่าง ๆ ทั่วโลก ค่อย ๆ ตัดตัวเลือกออกทีละตัวผ่านการอนุมาน จนกว่าจะรู้ว่าแม่ที่แท้จริงคือใคร ก่อนที่จิตใจของน้องจะแตกสลาย
เกมนี้เล่นได้ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แต่หนังสือต้นฉบับน่าจะอ่านสนุกในทุกวัยเช่นกัน

3. คนจรดาบ (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง | ต่อยอดเป็นเกม คน กลอน กาพย์ โดยทีม Autocat Studio
คนจรดาบ เป็นนิยายที่มีบทกลอนและภาษาวรรณศิลป์เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ ทีม Autocat Studio ไม่ได้เอาเนื้อเรื่องนักดาบมาทำเกม แต่หยิบมุมที่น่าสนใจออกมาแทน นั่นคือให้ผู้เล่นรับบทผู้ช่วยนักเขียนที่ต้องแต่งกลอนประกอบนิยายเล่มนี้แข่งกัน มีแค่ภาพเรฟกับคำที่ต้องใส่ แถมงานยังเร่ง และยังแอบใส่คำแปลก ๆ ลงในบรีฟของคู่แข่งได้ด้วย
ถ้าเกมชวนให้อยากรู้ว่าบทกลอนพวกนั้นอยู่ในเรื่องราวแบบไหน คนจรดาบรอให้หยิบอยู่

4. Siamese Cat สยามวิฬาร์ & ประวัติศาสตร์ไทยฉบับแมวเหมียว (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย กำพล จำปาพันธ์ | ต่อยอดเป็นเกม ประวัติศาสตร์ชาติแมว โดยทีม หมูมะนาว
หนังสือตั้งคำถามแบบขบขันว่า ถ้าแมวอยู่คู่กับสยามมาทุกยุคทุกสมัย เบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยมีอุ้งเท้าแมวซ่อนอยู่บ้างไหม? ทีมหมูมะนาวซึ่งเป็นผู้จัดการร้านบอร์ดเกมและมีผลงานแปลบอร์ดเกมมาแล้วหลายชุด รวมถึงเป็นหนึ่งในทีมที่กลับมาร่วม Book on Board ต่อเนื่องถึง 3 ปี ขยายคำถามนั้นออกมาเป็นเกมการ์ดกลยุทธ์ที่ผู้เล่นส่งแมวเข้าไปแทรกซึมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ไทย แย่งชิงพื้นที่ในจิตรกรรมฝาผนัง เพื่อให้แมวของตัวเองถูกบันทึกไว้ในฐานะแมวมงคลที่ทุกคนบูชา
ถ้าเกมทำให้อยากรู้ว่าประวัติศาสตร์ไทยกับแมวเชื่อมกันอย่างไร หนังสือเล่มนี้เล่าได้สนุกและมีข้อมูลอ่านเพลินมาก

5. อะโฮ้! โจรสลัดจัดห้องรก (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย รัตนา คชนาท | ต่อยอดเป็นเกม โจรสลัดจัดห้องรก โดยทีม Lunar craft & K
อะโฮ้! โจรสลัดจัดห้องรก เป็นหนังสือเด็กที่เล่าเรื่องโจรสลัดที่ต้องจัดระเบียบห้องของตัวเอง ทีม Lunar craft & K แปลงมาเป็นเกมที่ผู้เล่นรับบทกระต่ายในครอบครัวเดียวกัน ช่วยกันจัดห้องที่รกเต็มไปด้วยของเล่นให้กลับมาเรียบร้อย โดยต้องคิดและวางแผนอย่างเป็นระบบ แม้จะเป็นภารกิจร่วมกัน แต่ก็ยังต้องแข่งกันเองว่ากระต่ายตัวไหนจะเป็นผู้ชนะ
เป็นหนังสือที่อ่านได้กับเด็ก ๆ และน่าจะทำให้การจัดห้องดูสนุกขึ้นอีกนิดด้วย

6. เกมล้างกรรม (Karma Game) (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย watu koh | ต่อยอดเป็นเกม รสชาติแห่งบาป โดยทีม อดีต "พรรคเถิดอานนท์"
เกมล้างกรรม เล่าเรื่องดวงวิญญาณในวงแห่งกรรมที่ต้องดิ้นรนหาทางพ้นทุกข์ ทีมนี้หยิบธีมนั้นมาทำเป็นเกมที่ดุเดือดที่สุดในชุด ผู้เล่นรับบทดวงวิญญาณที่ต้องแย่งชิงการ์ดสวรรค์เพียงใบเดียว ด้วยการหักหลัง แย่งชิง และผลักคนอื่นให้พ่ายแพ้ตลอดเวลา เพราะบนเส้นทางสู่สวรรค์มีที่ยืนเพียงวิญญาณดวงเดียวเท่านั้น
ถ้าเกมทำให้อยากรู้ว่าเรื่องราวของวิญญาณเหล่านี้ดำเนินไปอย่างไร Karma Game รอให้เปิดอยู่

7. The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ | ต่อยอดเป็นเกม ทางรอดก่อนยุคศูนย์พันธุ์ โดยทีม Try Two Tiles
The Lost Human เป็นหนังสือสารคดีที่มองจากมุมมองมนุษย์ว่าเผ่าพันธุ์เราจะรอดได้อย่างไรในโลกที่ทรัพยากรกำลังร่อยหรอ ทีม Try Two Tiles เลือกพลิกมุมมองนั้น แทนที่จะให้ผู้เล่นรับบทมนุษย์ กลับให้รับบทเป็นสัตว์ที่ต้องร่วมมือกันขับไล่มนุษย์ออกจากป่า ก่อนที่จะไม่มีใครเหลือรอด การอยู่ในจุดยืนของสิ่งที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่าง ทำให้ประเด็นของหนังสือชัดขึ้นกว่าที่คิด
หนังสือเล่มนี้น่าจะตอบได้ว่า จากมุมของมนุษย์แล้ว คำถามเดียวกันนี้มีคำตอบอะไรรออยู่บ้าง

8. Ham Ring (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย Cotton Valent | ต่อยอดเป็นเกม Enjoy Your Meat โดยทีม Remember Me+
Ham Ring เป็นหนังสือที่ตั้งคำถามกับระบบและความเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นมาให้รู้สึกว่า "ปกติ" ทีม Remember Me+ แปลงแนวคิดนั้นมาเป็นเกมที่กล้าที่สุดในชุด ผู้เล่นรับบทหมูในฟาร์มที่เชื่อจริง ๆ ว่าการกลายเป็นเนื้อคุณภาพดีคือความสำเร็จสูงสุดในชีวิต และต้องแข่งกันพัฒนาตัวเองเพื่อให้ผ่านการคัดเลือก เกมไม่ได้บอกว่าระบบนั้นดีหรือไม่ดี แต่ปล่อยให้ผู้เล่นไปรู้สึกเอาเองหลังเล่นจบ
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังเล่น อาจทำให้อยากรู้ว่าหนังสือพาความรู้สึกนั้นไปไกลแค่ไหน

9. Once Acorn A Time ยามลูกโอ๊คกลิ้งหลุน ๆ (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย R-natha | ต่อยอดเป็นเกม ยามเมื่อลูกโอ๊คกลิ้งหลุนๆ โดยทีม MISCELLANEOUS
Once Acorn A Time เป็นหนังสือแฟนตาซีที่มีโลกจินตนาการเป็นหัวใจหลัก ทีม MISCELLANEOUS ไม่ได้เอาโลกของหนังสือมาใส่เกมโดยตรง แต่เอา "วิธีที่หนังสือสร้างโลก" มาให้ผู้เล่นทำเอง ผู้เล่นออกเดินทางสู่เมืองลูกโอ๊คในยามหลับ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ พบเจอผู้คนและสถานที่ต่าง ๆ แล้วนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวของตัวเอง เมื่อทุกคนตื่นจากความฝัน ก็ถึงเวลาเปิดอ่านเรื่องราวของกันและกัน
ถ้าอยากรู้ว่าโลกลูกโอ๊คที่หนังสือสร้างขึ้นนั้นมีอะไรรออยู่อีก R-natha เขียนไว้ให้แล้ว

10. รสข้ามชาติ (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย ชาติชาย มุกสง | ต่อยอดเป็นเกม ข้ามรสชาติ โดยทีม Vanta Studio
รสข้ามชาติ พูดถึงวัฒนธรรมอาหารที่เดินทางข้ามพรมแดนและวิธีที่อาหารต่างชาติเข้ามาหยั่งรากในสังคมไทย Vanta Studio ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมที่กลับมาร่วมโครงการต่อเนื่องหลายปี นำแก่นนั้นมาทำเป็นเกมที่ผู้เล่นรับบทร้านอาหารต่างชาติที่ต้องแข่งกันดึงลูกค้าคนไทย ด้วยการออกแบบเมนู สร้างป้ายโฆษณา และคิดแคมเปญให้โดนใจคนทุกวัย สิ่งที่หนังสือพูดถึงกลายเป็นกติกาที่ผู้เล่นต้องลงมือทำด้วยตัวเอง
ถ้าเกมชวนให้สงสัยว่าอาหารและวัฒนธรรมเชื่อมกันอย่างไร หนังสือเล่มนี้น่าจะตอบได้อย่างน่าสนใจ

11. คำสาปใบไม้ผลิ (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย ต้นหญ้าทอฝัน | ต่อยอดเป็นเกม Spring Reborn โดยทีม One thousand
คำสาปใบไม้ผลิ เป็นหนังสือแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของพายุหิมะและความเร่งด่วนที่กดดันตัวละครตลอดเวลา ทีม One thousand ซึ่งกลับมาร่วมโครงการต่อเนื่องหลายปี แปลงบรรยากาศนั้นมาเป็นเกม Co-op สำหรับ 4 คนพอดีที่ต้องร่วมมือกันบุกฝ่าด่านพระราชวัง นำเหรียญตราเข้าไปให้ทันก่อนที่เมืองทั้งเมืองจะถูกหิมะปกคลุมจนหมดสิ้น การกำหนดผู้เล่น 4 คนตายตัวทำให้ทุกคนขาดไม่ได้ และความกดดันของเวลาสะท้อนบรรยากาศของหนังสือได้พอดี
ถ้าบรรยากาศของเกมดึงดูด หนังสือเล่มนี้น่าจะพาไปได้ไกลกว่านั้น

12. กระต่ายกับเต่า (Rabbit & Turtle) (ดูสถานะที่ TK Park)
โดย SanpraphaV| ต่อยอดเป็นเกม ยอดนักส่งของ โดยทีม roti sai mai
กระต่ายกับเต่า เป็นการตีความใหม่จากนิทานอีสปเรื่องคลาสสิก ทีม roti sai mai หยิบแก่นของการเดินทางและการแข่งขันมาเป็นแกนหลัก แต่เพิ่มกลไกที่ไม่มีในนิทานต้นฉบับคือการต่อชั้นพัสดุบนรถลาก ผู้เล่นต้องจัดการทั้งสมดุลของของบนรถ การวางแผนเส้นทางผ่านป่าเขียวขจี และรับมือกับคำแนะนำสุดป่วนจากลูก ๆ ที่หวังดีแต่ทำให้งานยุ่งยากขึ้นทุกที
ถ้าอยากรู้ว่า SanpraphaV ตีความนิทานกระต่ายกับเต่าไว้แบบไหน หนังสือเล่มนี้น่าจะให้คำตอบที่ไม่เหมือนที่เคยได้ยินมาก่อน โลกที่หนังสือสร้างขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้ากระดาษ มันยังเดินทางต่อได้ เปลี่ยนรูปได้ และขยายออกไปในแบบที่ทำให้คนที่ไม่เคยอ่านอยากหยิบหนังสือขึ้นมา และคนที่อ่านแล้วอยากกลับไปเปิดอ่านอีกครั้ง
และนั่นคือสิ่งที่ทั้ง 12 ทีมกำลังพิสูจน์