
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "ร่วมสร้างสรรค์เครือข่ายสู่เป้าหมายเดียวกัน (Reunion 2026)" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 21–23 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากรกว่า 90 คน จากเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ 34 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วม
งานสัมมนาครั้งนี้มุ่งให้เครือข่ายร่วมกันมองอนาคตของแหล่งเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการทำงานในแต่ละจังหวัด และพัฒนาแนวคิดไปสู่ต้นแบบกิจกรรมหรือบริการที่ตอบโจทย์ผู้คนในพื้นที่ พร้อมกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างเครือข่ายให้สามารถขับเคลื่อนต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม

แนวคิดสำคัญของงานได้รับการเปิดประเด็นผ่านการบรรยาย “Future of Learning Spaces: แนวโน้มโลก แนวโน้มอุทยานการเรียนรู้” โดยคุณณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ซึ่งชวนผู้เข้าร่วมมองว่า แหล่งเรียนรู้ในอนาคตไม่ควรจำกัดบทบาทอยู่เพียงสถานที่ให้บริการความรู้ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมือง เชื่อมโยงผู้คน องค์ความรู้ บริการสาธารณะ และภาคีในพื้นที่เข้าด้วยกัน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมสร้างสรรค์กิจกรรม และออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ให้เหมาะกับความสนใจและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน
คุณณัฐพงษ์ยังเสนอแนวคิด Backcasting ซึ่งเริ่มต้นจากการกำหนดภาพแหล่งเรียนรู้ที่ต้องการเห็นในอนาคต ก่อนวางแผนย้อนกลับมาสู่สิ่งที่ต้องลงมือทำในวันนี้ ทั้งการสำรวจศักยภาพของพื้นที่ การเลือกประเด็นที่สามารถสร้างผลกระทบต่อชุมชน และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคส่วนต่าง ๆ
นอกจากนั้น คุณณัฐพงษ์ ยังได้ถอดบทเรียนจากแหล่งเรียนรู้สำคัญของประเทศไทย ทั้ง TK Park ที่โดดเด่นด้านการออกแบบพื้นที่ให้เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ TCDC ที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะด้าน และ Museum Siam ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ พร้อมยกกรณีศึกษาจากประเทศกลุ่มนอร์ดิก สหราชอาณาจักร และสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนบทบาทใหม่ของห้องสมุดและพื้นที่เรียนรู้ในฐานะพื้นที่สาธารณะ ศูนย์บริการชุมชน และศูนย์พัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับทุกช่วงวัย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการชี้ให้เห็น 4 แนวโน้มของแหล่งเรียนรู้ในอนาคต ได้แก่ การพัฒนาจากองค์กรสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ (Ecosystem) การเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงผู้คนกับองค์ความรู้และบริการของเมือง การเปิดพื้นที่ให้เกิดการร่วมสร้างสรรค์ (Co-creation) และการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Journey) พร้อมเสนอแนวทางการขับเคลื่อนผ่านการสำรวจศักยภาพของพื้นที่ การสร้างพันธมิตร และการเลือกดำเนินกิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนอย่างแท้จริง เพื่อให้แหล่งเรียนรู้สามารถยึดโยงกับชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมยังได้รับแรงบันดาลใจจากการบรรยาย "Songwat RE | จากย่านเก่า สู่พื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์" โดย คุณเกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ จากกลุ่ม Made in Song Wat ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดและกระบวนการฟื้นฟูย่านทรงวาดจากฐานทุนทางวัฒนธรรม สู่การเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างกลมกลืน พร้อมสะท้อนบทบาทของเครือข่าย ภาคประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ที่ร่วมกันเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้คนทุกวัย ผู้เข้าร่วมได้เห็นตัวอย่างของการนำเรื่องราว ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และทุนชุมชนมาต่อยอดเป็นกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่สร้างคุณค่าให้กับทั้งคนในพื้นที่และผู้มาเยือน ซึ่งสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาอุทยานการเรียนรู้ในบริบทของแต่ละจังหวัดได้


นอกจากการเรียนรู้ในห้องสัมมนาแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานจริงผ่าน 2 เส้นทาง ได้แก่ ถนนทรงวาด และ หอภาพยนตร์ร่วมกับ Legendary Wargame เพื่อเรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบที่มีแนวทางการบริหารจัดการและการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทุนทางวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนย่าน การออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คนกับพื้นที่ หรือการใช้สื่อเป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ การลงพื้นที่ครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ซักถามผู้ปฏิบัติงานจริง และเก็บเกี่ยวแนวคิดที่สามารถนำกลับไปต่อยอดการออกแบบกิจกรรมและบริการของเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ทั่วประเทศ


องค์ความรู้จากการบรรยายและการศึกษาดูงานถูกนำมาต่อยอดในเวิร์กชอป “การออกแบบต้นแบบแหล่งเรียนรู้” และ “Network Commitment & Next Step” ผู้เข้าร่วมร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพและความต้องการของพื้นที่ ออกแบบต้นแบบกิจกรรมและบริการ แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะระหว่างเครือข่าย ตลอดจนกำหนดสิ่งที่จะนำกลับไปทดลองดำเนินงานหลังจบการสัมมนา
Reunion 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประจำปี แต่เป็นกระบวนการร่วมออกแบบอนาคตของเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ ทำให้แต่ละพื้นที่สามารถพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในแบบของตนเอง ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือกับเครือข่ายทั่วประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
งานปิดท้ายด้วยกิจกรรมเครือข่ายสัมพันธ์ (Network Reunion) ที่เปิดพื้นที่ให้คนทำงานจากทั่วประเทศได้สนทนา ทำความรู้จัก และสานต่อความสัมพันธ์นอกห้องสัมมนา เพราะนอกเหนือจากแผนงานและต้นแบบที่ออกแบบร่วมกันแล้ว ความคุ้นเคยและความไว้วางใจระหว่างคนทำงานก็เป็นทุนสำคัญของเครือข่ายเช่นเดียวกัน