Articles
Thai MOOC ก้าวสำคัญของการศึกษาเพื่อคนทุกคน ย้อนกลับ

          เราคงคุ้นชินกันดีกับภาพเด็กนักเรียน ม.ปลาย ตั้งหน้าตั้งตาเรียนกวดวิชาและท่องตำราอย่างเคร่งเครียด โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่การสอบเข้าคณะที่ชื่นชอบในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีจำนวนที่นั่งจำกัดไม่เพียงพอสำหรับคนทุกคน

กระทั่งเมื่อ 4-5 ปีก่อน การเรียนการสอนระบบเปิดสำหรับมหาชนหรือ MOOCs (Massive Open Online Courses) นวัตกรรมการศึกษารูปแบบใหม่ได้เกิดขึ้น พร้อมกับความหวังว่าจะช่วยทลายกำแพงความรู้ ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงวิชาความรู้ที่มีคุณภาพโดยไม่มีอุปสรรคไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย เวลา สถานที่ หรือศักยภาพในการรองรับผู้เรียนของสถาบันการศึกษา

          ความแพร่หลายของ MOOC ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโลกตะวันตก แต่วงการการศึกษาของหลายประเทศในเอเชียทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย ก็ไม่พลาดโอกาสที่จะเกาะกระแสการเรียนรู้นี้ โดยการสร้าง MOOC ระดับชาติเพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งคาดหวังว่าช่วยแก้ไขข้อจำกัดของการเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 

004.jpg

ตลาดวิชาในโลกไซเบอร์... พร้อมแล้ว

          Thai MOOC หรือ Thai Massive Open Online Course เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาระบบกลางด้านการจัดการเรียนการสอน และกระบวนการวัดและประเมินผลรายวิชา

          การพัฒนาเนื้อหารายวิชาของ Thai MOOC ในระยะแรกนั้นดำเนินการผ่านสัญญาโครงการซึ่ง สกอ. ทำร่วมกับสถาบันแม่ข่ายของเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค จำนวน 7 แห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมด 9 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยที่เป็นแม่ข่าย มีบทบาทในการประสานงานกับมหาวิทยาลัยที่อยู่ในเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาคนั้นๆ เพื่อคัดเลือก กลั่นรอง และผลิตรายวิชา ตามแนวทางและมาตรฐานการสอนที่ สกอ. กำหนดไว้ ทั้งนี้ มีมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยกว่า 40 แห่ง ร่วมผลิตเนื้อหารายวิชา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ฯลฯ

          ณ เดือนพฤศจิกายน 2560 Thai MOOC มีรายวิชามากกว่า 150 วิชา ทั้งที่มีลักษณะเป็น cMOOC คือมีความยืดหยุ่นสำหรับผู้เรียนซึ่งจะเรียนเมื่อไหร่หรือนานเท่าไหร่ก็ได้ และ xMOOC คือมีกรอบกติกาในการเรียนที่ชัดเจน เช่น เวลาเปิดปิดรายวิชาที่คล้ายกับภาคการศึกษาในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย รายวิชาของ Thai MOOC มีความหลากหลายทั้งสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เช่น การวางแผนกลยุทธ์ การพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา คลังข้อมูลและการจัดทำเหมืองข้อมูล หลักพยาบาลผู้สูงอายุ กล้วยไม้วิทยา การถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม สตาร์ทอัพชุมชน การบัญชีเพื่อการจัดการและการจัดการทางการเงิน หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร การใช้ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ฯลฯ

          Thai MOOC ใช้แพลตฟอร์มของ EdX ที่มีคุณภาพและใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับสากล ผู้สนใจสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ www.thaimooc.org เพื่อลงทะเบียนเรียนวิชาต่างๆ เนื้อหาการเรียนแบ่งออกเป็นบทคล้ายกับ e-learning ทั่วไป โดยเน้นสื่อประเภทวิดีโอเป็นหลัก มีแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นให้ผู้เรียนสามารถอภิปรายโต้ตอบกันผ่านช่องทางออนไลน์ รวมทั้งสามารถเพิ่มเติมหรือแก้ไของค์ความรู้ในรายวิชานั้นๆ ลงใน Wikipedia เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชน และติดตามความก้าวหน้าการเรียนรู้ของตนเองจากกราฟ

001.jpg

มาตรฐานการเรียนการสอน

          ประสบการณ์การพัฒนาระบบ MOOC ระดับชาติครั้งแรกของไทย ประกอบกับการอ้างอิงมาตรฐานระดับโลกและการพิจารณาบริบทของประเทศไทย ถูกกลั่นกรองจนตกผลึกเป็น มาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งมีทั้งหมด 10 มาตรฐานหลักและ 28 ตัวบ่งชี้ ประกอบด้วย ปัจจัยนำเข้าได้แก่ โครงร่างรายวิชา และความพร้อมของบุคคลากร ปัจจัยด้านกระบวนการได้แก่ การออกแบบการเรียนการสอน เนื้อหา สื่อการเรียนรู้ การสื่อสาร ลิขสิทธิ์และครีเอทีฟคอมมอนส์ และการสนับสนุนผู้เรียน ปัจจัยด้านผลผลิตได้แก่ ผลการจัดการเรียนรู้ และการปรับปรุงพัฒนา

          มาตรฐานดังกล่าวนอกจากจะเป็นแนวทางสำหรับนักวิชาการที่บริหารจัดการ MOOC และครูอาจารย์ผู้ผลิตรายวิชา ยังเป็นประโยชน์สำหรับผู้เรียนที่ต้องการเปรียบเทียบมาตรฐานการเรียนการสอนเพื่อใช้เป็นหลักฐานการศึกษา ทั้งนี้ ในอนาคตมีแนวทางว่าผลการเรียนของ Thai MOOC จะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตกับมหาวิทยาลัยในประเทศ มหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีความร่วมมือกับประเทศไทย 

005.jpg

 

          อนึ่ง รายวิชาใน Thai MOOC ที่เปิดสอนอยู่ในปัจจุบัน กำหนดเกณฑ์ให้มีผู้ลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 250 คน และมีผู้เรียนอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงสัปดาห์สุดท้ายในแต่ละรายวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน (TOR) ระหว่าง สกอ. กับสถาบันแม่ข่ายของเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค เงื่อนไขดังกล่าวเป็นปัจจัยให้รายวิชานำร่องกว่า 150 วิชานี้ จำเป็นต้องมีเนื้อหาที่เข้มเข้นและมีรูปแบบน่าสนใจ เพื่อสามารถดึงดูดให้คนทั่วไปอยากแสวงหาความรู้และพัฒนาตนเอง รวมทั้งทำให้สถาบันการศึกษาเกิดประสบการณ์ในการออกแบบการเรียนรู้นอกเหนือไปจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักศึกษา เนื่องจากในอนาคตการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะเป็นเรื่องของคนทุกคน

MOOC กับ OER อย่าสับสนเอามาปนเปกัน

          ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการแพร่ขยายของแนวคิดเรื่องการแบ่งปันต้นฉบับเนื้อหาหรือความรู้ (open source) ก่อให้เกิดสื่อการเรียนรู้แบบเปิดเสรีหลายรูปแบบ ดังที่เราเรียกรวมๆ กันว่า OER (Open Educational Resources) หรือ “ทรัพยากรทางการศึกษาแบบเปิด”

          ทรัพยากรทางการศึกษามีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ เสียง เนื้อหา วีดิทัศน์ ฯลฯ เมื่อประกาศให้เป็น OER จึงมีหลักกว้างๆ ที่อนุญาตให้ผู้สนใจสามารถนำไปใช้ ผลิตซ้ำ หรือดัดแปลง สำหรับสนับสนุนการเรียนการสอนได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แหล่งรวมและแบ่งปันทรัพยากรที่รู้จักกันดีเช่น เว็บไซต์ https://creativecommons.org มีสื่อการสอนที่ถูกประกาศให้เป็น OER นับหมื่นล้านรายการ อย่างไรก็ตาม แม้จะปลอดลิขสิทธิ์แต่ผู้ใช้ก็จะต้องระมัดระวังและเข้าใจถึงเงื่อนไขในการนำ OER แต่ละชิ้นไปใช้งานด้วย เพราะอาจมีเงื่อนไขจำเพาะในการอนุญาตให้นำไปใช้ที่แตกต่างกัน

          ประเทศไทยมีแหล่งรวมทรัพยากรแบบเปิดมานานนับสิบปีตั้งแต่ยังไม่มีนิยามเรื่อง OER เช่น ไทยกู๊ดวิว และโกทูโนว์ หรือในช่วงหลังอย่างเช่นเว็บไซต์ http://www.openbase.in.th ส่วนเว็บไซต์คลังทรัพยากรแบบเปิดของโครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกลเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวได้ว่าเป็น OER แบบเป็นทางการแห่งเดียวของไทยในปัจจุบัน โดยมีการจัดประเภทหมวดหมู่ ลักษณะการนำสื่อไปใช้ และสถิติการดาวน์โหลดที่ชัดเจน

003.jpg

คลังทรัพยากรแบบเปิด (OER) ของโครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกลเฉลิมพระเกียรติฯ

 

          สำหรับ MOOC นั้นเป็นแหล่งเรียนรู้แบบเปิดอีกประเภทหนึ่ง แต่จุดที่แตกต่างออกไปคือมีลักษณะเป็นหลักสูตรรายวิชาที่เปิดให้มีการลงทะเบียนเรียนอย่างเสรี เป็นการเรียนจริงที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ รายละเอียดเนื้อหา และวิธีวัดประเมินผลการเรียน เช่นเดียวกับการลงทะเบียนเรียนในสถาบันการศึกษา

          อาจารย์วรสรวง ดวงจินดา ‎ผู้อำนวยการสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายถึงความเกี่ยวข้องระหว่าง OER กับ MOOC ว่า “MOOC อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับ OER เลยก็ได้ หรืออาจจะเกี่ยวข้องกันก็ได้ในสองกรณีคือ ผู้ผลิต MOOC นำสื่อการสอนจาก OER มาประกอบเป็น MOOC หรือผู้ที่จัดทำ MOOC ประกาศให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของวิชาหรือทั้งหมดเป็น OER ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ผลิตแต่ละราย ตัวอย่างเช่นใน Coursera อนุญาตให้ผู้ใช้บริการดาวน์โหลดวิดีโอและซับไทเทิลเก็บไว้ใช้ประโยชน์ได้”

          ส่วนกรณีที่มีผู้เข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่ารายวิชาที่จะทำเป็น MOOC ได้ จะต้องเผยแพร่ในรูปแบบ OER ก่อนเป็นเวลา 2 ปีนั้น อาจารย์วรสรวงยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่ใช่ ไม่จริง และเป็นไปไม่ได้ด้วย เนื่องจาก Thai MOOC เพิ่งจะเริ่มสอนจริงตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมปีนี้เอง... เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์เลยว่าไม่เกี่ยวกับ 2 ปี”

          เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าเท่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีบางวิชาที่ประกาศให้เนื้อหาบางส่วนเป็น OER เช่น ถ้ามีสื่อการสอนประเภทวิดีโอ ก็จะถูกกำหนดให้ต้องทำเป็น OER เผยแพร่ผ่านยูทูป เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ได้โดยไม่ติดปัญหาลิขสิทธิ์

          อาจารย์วรสรวงให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า “อาจจะเป็นแนวคิดของคนที่อยากให้สื่อการสอนใน MOOC เป็นที่ยอมรับของคนที่เข้ามาดู จึงให้ลองไปเผยแพร่ก่อนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถ้าไม่มีคนมาติติงว่าไม่ดีหรือไปละเมิดลิขสิทธิ์คนอื่น ก็จะปล่อยเข้ามาในระบบ แต่ตรงนี้ไม่มีนะครับ และเพื่อการศึกษาผมคิดว่าจะเป็นไปไม่ได้หรือ เพราะถ้าไปรอ 2 ปี มันก็เก่าไปแล้ว ล้าสมัย ไม่สามารถนำมาใช้ได้ มันต้องทำใหม่ ดังนั้น ผมคิดว่าผู้พูดอาจจะมีแนวความคิด แต่ไม่เหมาะกับบริบทของ MOOC

          “Thai MOOC ไม่เคยมีนโยบายเช่นนี้ ผมพูดในฐานะที่สวมหมวกอยู่ 2 ใบ หมวกใบหนึ่งคือผู้พัฒนารายวิชาและเป็นผู้สอนเอง หมวกอีกใบหนึ่งในฐานะกรรมการของโครงการ ข้อนี้ไม่เคยอยู่ในความเข้าใจของผม และถ้ามีใครเสนอเข้ามา ผมจะเป็นคนประท้วงเลยว่าเป็นไปไม่ได้ มันไม่เหมาะกับการผลิตสื่อการสอน จะทำให้สื่อการสอนของเราล้าสมัยไปเลย” 

อนาคตที่น่าจับตา

          Thai MOOC ในปัจจุบันอาจดูเหมือนคลังหลักสูตรระดับอุดมศึกษา แต่จริงๆ แล้ว Thai MOOC มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิตของคนไทยตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงวัยชรา ดังนั้นในการดำเนินงานระยะถัดไปจะขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในสังกัดอื่นๆ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการจัดทำหลักสูตรออนไลน์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะมีส่วนช่วยเติมเต็มเนื้อหาใน Thai MOOC ให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความสนใจของผู้คนหลากหลายช่วงวัยและสาขาอาชีพ

          อาจารย์วรสรวงตั้งข้อสังเกตถึงจุดแข็งของ Thai MOOC ว่า “สื่อการเรียนการสอนและรายวิชาใน Thai MOOC มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูงมาก แทบทุกวิชามีสถิติผู้เรียนจบสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างเห็นได้ชัด คือค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่บางรายวิชาใน Thai MOOC มีคนเรียนจบเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ วิดีโอคลิปบางเรื่องมีคนเปิดดูนับแสนครั้ง ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของ Thai MOOC ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือภายในปี 2560 นี้จะเกิดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยของไทยกับมหาวิทยาลัยของประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ซึ่งอาจนำมาสู่การผลิตรายวิชาร่วมกันใน Thai MOOC และเป็นไปได้ที่จะมีการเทียบโอนหน่วยกิตข้ามประเทศได้ในอนาคต”

006.jpg

เรียบเรียงโดย

ทัศนีย์ แซ่ลิ้ม นักจัดการความรู้ ฝ่ายวิชาการ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้, พฤศจิกายน 2560

 

แหล่งภาพและเนื้อหา

http://MOOC.thaicyberu.go.th/standard/fullpaperMOOCStandard_TCU2017.pdf

https://oer.learn.in.th/index

http://MOOC.thaicyberu.go.th/index.php?option=com_sppagebuilder&view=page&id=18&Itemid=515