
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกับสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสำนักหอสมุดแห่งชาติ จัดเวทีนำเสนอและรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ อาชีพบรรณารักษ์และสารสนเทศ เพื่อผลักดันการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพของบุคลากรสายงานห้องสมุดไทย และวางรากฐานสำคัญของระบบการรับรองสมรรถนะวิชาชีพที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเรียนรู้ในอนาคต

ภายในงาน นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชาพิจารณ์ในครั้งนี้

ขณะที่ ศาสตรเมธี สุวคนธ์ ศิริวงศ์วรวัฒน์ นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ โดยเน้นถึงความสำคัญของการสร้างมาตรฐานกลางให้กับอาชีพบรรณารักษ์ เพื่อยกระดับสมรรถนะบุคลากรและสร้างระบบการรับรองที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ 
ในโอกาสนี้ นางสาวรินศิริ ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ต้นแบบ สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) กล่าวถึงความร่วมมือของ TK Park ในการสนับสนุนการจัดทำมาตรฐานอาชีพดังกล่าว ซึ่งสะท้อนบทบาทขององค์กรในการร่วมพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ของประเทศ ผ่านการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการความรู้ และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง 
การนำเสนอเริ่มต้นด้วยภาพรวมการจัดทำมาตรฐานอาชีพ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน ที่ปรึกษาโครงการ อธิบายถึงกระบวนการพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ เพื่อสร้างมาตรฐานกลางสำหรับวิชาชีพบรรณารักษ์ไทย ภายใต้การรับรองของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับกำลังคนในสายวิชาชีพนี้ให้สามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืน 
ด้านนางสาววรารักษ์ พัฒนเกียรติพงศ์ ประธานคณะทำงานมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาบรรณารักษ์ ได้นำเสนอรายละเอียดการดำเนินงานจัดทำมาตรฐานอาชีพ ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง TK Park สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ และสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ผ่านกระบวนการรวบรวมข้อมูลจากการจัด Focus Group การสำรวจออนไลน์ทั่วประเทศ การทบทวนวรรณกรรม การสัมมนารับฟังความคิดเห็น การประชุมยกร่างออนไลน์จำนวน 12 ครั้ง และการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบออนไซต์ ณ TK Park ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569
กระบวนการจัดทำมาตรฐานดังกล่าวใช้เทคนิค Functional Analysis เพื่อกำหนดโครงสร้างมาตรฐานวิชาชีพอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ Key Purpose, Key Role, Key Function และ Unit of Competence ก่อนกำหนดคุณวุฒิวิชาชีพออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 3–7 ครอบคลุมหน่วยสมรรถนะทั้งหมด 50 หน่วย ซึ่งจะใช้เป็นกรอบสำคัญในการประเมินศักยภาพของบุคลากรในสายงานบรรณารักษ์และสารสนเทศทั่วประเทศ 
ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สรคม ดิสสะมาน คณะทำงานมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาบรรณารักษ์ ได้นำเสนอแนวทางการขอรับการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ สำหรับบุคลากรในสายงานบรรณารักษ์และสารสนเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพสามารถขอรับรองสมรรถนะผ่านกระบวนการเทียบโอนประสบการณ์ (Recognition of Prior Learning) ซึ่งผู้สมัครสามารถยื่นขอรับรองได้ใน 5 ระดับคุณวุฒิวิชาชีพ ตั้งแต่ระดับ 3–7 โดยไม่จำเป็นต้องไต่ระดับทีละขั้น
สำหรับกระบวนการประเมิน ผู้สมัครจะต้องจัดเตรียมหลักฐานการปฏิบัติงาน เช่น หนังสือรับรองการทำงาน รายละเอียดหน้าที่รับผิดชอบ และแฟ้มสะสมผลงาน รวมถึงหลักฐานด้านองค์ความรู้ เช่น ประวัติการอบรมหรือใบประกาศนียบัตร ก่อนยื่นคำขอผ่านระบบ E-Workforce Ecosystem Platform (EWE Platform) และ E-Portfolio เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมินโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อผ่านการประเมินจะได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ 
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการนำมาตรฐานอาชีพไปใช้ประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานวิชาชีพ ผ่านกระบวนการเทียบโอนประสบการณ์ โดย นายวรกันต์ ทักขิญเสถียร นักวิชาการมาตรฐานวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้อธิบายแนวทางการจัดเตรียมหลักฐานประกอบการประเมิน การฝึกอบรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ รวมถึงกระบวนการรับรองเพื่อออกใบประกาศคุณวุฒิวิชาชีพและหนังสือรับรองสมรรถนะอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ TK Park ในฐานะองค์กรที่มุ่งสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านการพัฒนาทั้งองค์ความรู้ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานทางการเรียนรู้ของประเทศ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการยกระดับวิชาชีพบรรณารักษ์ไทยให้มีมาตรฐานที่เข้มแข็ง และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเรียนรู้ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน