TK News
ปันเสียง ปันความสุข
clock วันพฤหัสบดีที่ 07 มิ.ย. 2561

ปันเสียง ปันความสุข
อุทยานการเรียนรู้ TK park ชวนอาสาเพิ่มโอกาสการเข้าถึงหนังสือดีๆ ให้กับผู้บกพร่องทางการมองเห็น

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการอ่านการเรียนรู้วันนี้ แม้จะส่งผลให้โลกของการเรียนรู้ของคนเราเปิดกว้างมากขนาดไหน  แต่...ปัจจุบันพบว่า ยังมีกลุ่มผู้บกพร่องทางการมองเห็นและผู้บกพร่องทางการอ่าน ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และขาดการสนับสนุนในการเสาะแสวงหาความรู้เป็นจำนวนมาก

อุทยานการเรียนรู้ TK park จึงเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชน ได้มาร่วมกันทำความดี แบ่งปันความสุขจากการอ่าน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ และความรู้ดีๆ ให้กับผู้บกพร่องทางการมองเห็นและผู้บกพร่องทางการอ่าน ดร. อธิปัตย์ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ กำกับดูแลอุทยานการเรียนรู้ TK park กล่าวว่า “โครงการ “ปันเสียง” จัดทำหนังสือเสียงในระบบเดซี (Daisy - Digital Accessible Information System)  มอบให้กับห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ มูลนิธิคนตาบอดไทย และศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอดมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์  รวมทั้งให้บริการหนังสือเสียงในพื้นที่ของอุทยานการเรียนรู้ TK park และห้องสมุดเครือข่ายสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น”

4DQpjUtzLUwmJZZPEajV1alOCcfRBfXPPut0RLyrZ71Z.jpg

โครงการ“ปันเสียง” เชิญชวนให้เยาวชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปจับคู่กันมาสมัครเป็นอาสาอ่านหนังสือเสียง ระบบเดซี ซึ่งเป็นการทำหนังสือเสียงที่ได้นำเอาระบบดัชนีตามโครงสร้างต่างๆ ของหนังสือ เช่น บท หน้า ย่อหน้าและบรรทัด มาใส่ไว้ในตัวชุดของหนังสือเสียงด้วย โดยใช้โปรแกรมพิเศษในการบันทึกและเรียบเรียงเสียงตามโครงสร้าง  จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นหนังสือ Daisy ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายหนังสือเล่ม  โดยเมื่อเปิดฟังด้วยโปรแกรมที่กำหนดไว้ก็จะสามารถเลือกหน้า เลือกบทหรือแม้แต่บรรทัดได้ ทำให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นและผู้บกพร่องทางการอ่านสามารถเข้าถึงหนังสือเสียงได้สะดวกและได้รับความรู้ง่ายขึ้น

โดยโครงการได้จัดกิจกรรมในรูปแบบค่ายอาสาปันเสียง เริ่มรับสมัครตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 จำนวนทั้งหมด 10 รุ่นๆ ละประมาณ 20-22 คน ซึ่งปรากฏว่ามีเยาวชนสนใจสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากสามารถรับได้จำนวนจำกัด กิจกรรมนี้นอกจากเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการเป็นจิตอาสาให้กับน้องๆ แล้วยัง  เป็นโอกาสในการฝึกอบรมพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงอย่างถูกต้อง  การใช้ซอฟต์แวร์ผลิตหนังสือเสียง และจัดทำหนังสือเสียงตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ  โดยอบรมต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วัน  ขณะนี้ได้ดำเนินการมาถึงรุ่นที่ 7 และจะดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2561 ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตหนังสือเสียงระบบเดซี ได้ไม่ต่ำกว่า 50 เรื่อง

4DQpjUtzLUwmJZZPEajV1alOCcfRBfXQ4BPBT9vqhIT3.jpg

สำหรับหนังสือเสียงที่เรียกว่า DAISY (Digital Accessible Information System) นี้เกิดขึ้นมาตั้งปี 2539 โดยองค์การมาตรฐานข้อมูลแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (The National Information Standards Organization)   เป็นการต่อยอดจากระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-book   เป็นหนังสือที่ประกอบด้วยทั้งเสียง  ตัวหนังสือ หรือรูปภาพเช่นเดียวกับในเล่มหนังสือ โดยส่วนต่างๆ ดังกล่าวสามารถแสดงผลไปได้พร้อมๆ กัน คล้ายๆ กับการร้องเพลงคาราโอเกะ ที่ได้ยินทั้งเสียงดนตรีและเห็นเนื้อหาไปพร้อมๆ กัน

ในความเป็นจริงแล้วหนังสือเสียงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไรกับกลุ่มผู้บกพร่องทางการมองเห็นและผู้บกพร่องทางการอ่าน พัชรพร ไตรอังกูร บรรณารักษ์ห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ มูลนิธิคนตาบอดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยที่ลงทะเบียนไว้มีจำนวนประมาณ 200,000 คน ส่วนใหญ่มีความพิการมาแต่กำเนิด ส่วนที่พิการภายหลัง มาจากสาเหตุ อุบัติเหตุ เบาหวาน ต้อหิน โดยผู้พิการแต่กำเนิดพัฒนาการการเรียนรู้ของเขาจะดีกว่าผู้พิการที่ตาบอดทีหลัง  ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป การเรียนรู้ส่วนใหญ่ผ่านการสัมผัส การฟัง และแหล่งเรียนรู้ได้ดีที่สุดของเขาคือ หนังสือเสียง

4DQpjUtzLUwmJZZPEajV1alOCcfRBfXFr5nuKc1IZBtK.jpg4DQpjUtzLUwmJZZPEajV1alOCcfRBfXMawbrrm98qHgN.jpg

“หนังสือเสียงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากของผู้พิการทางสายตา เพราะนั่นคือ แหล่งการเรียนรู้ของพวกเขา นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาตนเองแล้ว หนังสือเสียงยังช่วยด้านจิตใจ ลดความเครียด เป็นการพักผ่อน คนปกติดูทีวีดูหนังเพื่อผ่อนคลาย ผู้พิการทางสายตาก็ใช้หนังสือเสียงเพื่อการผ่อนคลายเช่นกัน หนังสือเสียงที่ผู้พิการทางสายตานิยมฟัง คือ นิยาย ซึ่งอยู่ในหมวดเพื่อการบันเทิง ต่อมาหมวดความรู้ เพราะเขาฟังและนำไปพัฒนา-ปรับใช้กับตนเอง

นอกจากนี้บรรณารักษ์ห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ยังกล่าวด้วยว่าอาสาสมัครการอ่านหนังสือเสียง 90% มาจากกิจกรรมปันเสียงที่ทางอุทยานการเรียนรู้ TK park จัดขึ้น ซึ่งเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเสียงที่คุณให้เขาฟัง มันคือโอกาสของเขา โอกาสที่จะเรียนรู้วิชาชีพ โอกาสได้รับความรู้ โอกาสให้เขาพัฒนาตนเอง มันคือการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

4DQpjUtzLUwmJZZPEajV1alOCcfRBfXH2XePdTt2Uyfl.jpg

 ด้านศวัสมน ใจดี หรือน้องไอเดีย หนึ่งในอาสาสมัครโครงการปันเสียง ซึ่งปัจจุบันกำลังจะเข้าศึกษาต่อในชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล่าว่า  หนังสือเสียงมีความสำคัญมาก  เราคนปกติ เราอ่านหนังสือเราได้เรียนรู้ ได้ความรู้ ได้ความสนุกสนานจากการอ่าน เหมือนกันค่ะ คนพิการทางสายตา เขารับรู้ได้ด้วยเสียง เขาก็ได้ความรู้ ความสนุกเช่นกัน กลับกันที่เราคนปกติเราอ่านได้เอง แต่เค้าอ่านด้วยเสียงของเรา เราต้องสร้างภาพภายในหัวให้กับเขา เขาก็จะได้รับโอกาสมากมายในชีวิตจากที่เราปันเสียงของเราเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ของเขา

นอกจากนี้น้องยังบอกว่าด้วยว่า  หนังสือเสียงที่ดี ต้องเป็นเสียงธรรมชาติ เราตื่นเต้น เราเสียใจ เสียงถ่ายทอดได้ ที่สำคัญการพรรณนาโวหาร พยายามอธิบายให้เขาได้เห็นภาพที่ชัดเจน เพื่อเขาได้ต่อภาพในจินตนาการของเขาได้ เราคนปกติเห็นภาพจากหนังสือ ผู้พิการทางสายตาเขาไม่เห็นอย่างที่เราเห็น เพราะฉะนั้นการบรรยายภาพต่างๆ จะทำให้เขาประติดประต่อเรื่องราวได้ชัดเจนขึ้น

สำหรับการเข้าร่วมโครงการปันเสียงครั้งนี้ น้องไอเดียเล่าให้ฟังว่า “เนื่องจากเคยเข้าร่วมโครงการหนูน้อยเล่านิทานของทีเค พาร์ค  เพราะชอบอ่าน-เล่านิทาน และเคยไปต่างจังหวัดกับครอบครัวไปทำกิจกรรมเล่านิทานให้กับน้องๆ ในโรงเรียนที่ห่างไกล จึงสมัครเข้าร่วมโครงการครั้งนี้เพราะอยากอ่านหนังสือให้กับคนพิการทางสายตาได้ฟัง  โดยได้ชวนน้องสาวไอซี  มาเข้าร่วมโครงการเพื่อใช้เวลาที่ว่างในช่วงปิดเทอมทำประโยชน์ต่อสังคมและเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองด้วย เพราะการอ่านหนังสือเสียง ทำให้เราได้ความรู้เพิ่ม ได้ความเพลิดเพลิน และพัฒนาตนเองด้วย  โดยเฉพาะการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ประโยชน์ที่ได้รับ คือทำให้พูดชัดขึ้น ออกเสียงได้ถูกต้อง อย่าง ส.เสือ ที่ออกเสียงผิดมาตลอด รวมทั้งการหายใจ การเว้นวรรค จากที่บันทึกเสียงรอบแรกใช้เวลาหลายชั่วโมง พอชั่วโมงการอ่านมากขึ้น ก็ช่วยให้เราออกเสียงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และอ่านเร็วขึ้นมากขึ้นด้วยค่ะ”