
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเราอ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์ เราถึงมักเผลอใจให้กับ ‘ตัวร้าย’ หรือตัวละครฝ่ายอธรรมอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น โจ๊กเกอร์ ดาร์ธเวเดอร์ โลกิ มาลิฟิเซนต์ เซเวอร์รัส สเนป และเหล่าตัวร้ายเลื่องชื่ออีกมากมายในโลก
ทั้งที่โดยทั่วไปแล้ว ตัวร้ายก็คือ ‘ฝ่ายตรงข้าม’ ของฮีโร่ คือผู้ก่อความวุ่นวาย ทำเรื่องชั่วร้าย และทำให้บรรดาคนดีต้องพังพินาศ แต่ทำไมตัวละครที่ทำเรื่องไม่ดีเหล่านี้ถึงมีคนรักมากมาย เรียกว่าบางครั้งยังเป็นกระแสแซงหน้าความนิยมของตัวเอกเสียอีก ไปหาคำตอบกัน!

เบื้องหลังความร้ายกาจสร้างมิติให้ตัวละคร
ตัวร้ายในหนังสือหรือในภาพยนตร์อาจแบ่งคร่าว ๆ ได้เป็นสองแบบ ตัวร้ายที่ร้ายโดยไม่มีสาเหตุ ร้ายเพราะความอิจฉา เหมือนมีความโกรธแค้นเกลียดโลกติดตัวมาแต่กำเนิด ตัวร้ายประเภทนี้มักถูกเขียนขึ้นเพื่อส่งให้ตัวเอกโดดเด่น ทำให้ผู้อ่านหรือคนดูรู้สึกรักและอยากเอาใจช่วย
ในขณะที่ตัวร้ายในวรรณกรรมยุคใหม่มักถูกเขียนขึ้นอย่างมีชั้นเชิงมากกว่า คนเขียนอาจสร้างปมเบื้องหลังหรือเหตุการณ์ที่เป็นชนวนเหตุในการทำเรื่องเลวร้าย เพื่อสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับเรื่องราวมากขึ้น ทำให้ดึงดูดผู้อ่านหรือผู้ชมด้วยความซับซ้อนของตัวละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวร้ายที่เรื่องราวมาเฉลยภายหลังว่าเคยเป็นฝ่ายถูกกระทำมาก่อน ทำให้ต้องลุกขึ้นมาแก้แค้นหรือทำตัวร้ายกาจ ตัวร้ายประเภทนี้ยิ่งดึงดูดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ บางครั้งยังถึงขนาดทำให้คนรู้สึกผิดที่เคยเกลียด จนแปรเปลี่ยนกลายมาเป็นความชอบ
ยกตัวอย่างเช่น ‘แมกนีโต’ จากจักรวาลมาร์เวล ที่หากย้อนไปดูชีวิตที่ผ่านมาของตัวละครนี้จะพบว่าชีวิตของเขาเรียกได้ว่าอาภัพมาก ทั้งครอบครัวที่ถูกสังหารโหดแต่เด็กจากพวกนาซี เมื่อโตขึ้นมาสร้างครอบครัวของตัวเองก็กลับถูกคนในหมู่บ้านวางเพลิงจนลูกสาวเสียชีวิตเพียงเพราะเขาเป็นมิวแทนต์ จึงไม่น่าแปลกใจที่แฟน ๆ จะรู้สึกสะเทือนใจไปกับสิ่งที่เขาได้เจอ จนไม่อาจทำใจเกลียดเขาได้เต็มร้อยแม้รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นตัวร้ายนั่นเอง

ตัวร้ายคือกระจกสะท้อนด้านมืดในตัวเรา
คุณเองก็เป็นใช่ไหม? เมื่อถูกใครทำให้รู้สึกไม่พอใจในอะไรบางอย่าง สัญชาตญาณเบื้องลึกทำให้เรารู้สึกอยากตอบโต้ออกไปแบบรุนแรง แต่หลายครั้งมโนธรรมหรือสำนึกบางอย่างก็ดึงเรากลับมา ทำให้เราต้องข่มใจเอาไว้
คาร์ล ยุง นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ชื่อดังชาวสวิตเซอร์แลนด์เคยเสนอทฤษฎีทางจิตวิทยาที่อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า บุคลิกภาพและลักษณะนิสัยต่าง ๆ ของคนเรานั้นถูกสร้างขึ้นจากการเลี้ยงดู และประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ระหว่างการเติบโต ทำให้สิ่งที่เราแสดงออกไปคือสิ่งที่ได้รับการยอมรับจากสังคมเท่านั้น เราจึงจำต้องกดข่มบุคลิกลักษณะที่เรารู้ว่าสังคมจะรับไม่ได้เอาไว้ภายใน ทำให้ทุกคนล้วนแล้วแต่มี ‘ด้านมืด’ ที่ไม่อาจแสดงออกให้ใครเห็น เพราะไม่อยากถูกมองว่าแปลกแยกจากสังคม
การที่ตัวร้ายแสดงความโกรธ เกลียด หรือทำเรื่องร้าย ๆ ออกไปเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์บางอย่างในเรื่อง เลยเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนด้านมืดในใจของมนุษย์เราออกมา ตัวละครเหล่านี้ได้ทำเรื่องที่เราอยากทำแต่ไม่กล้าทำในชีวิตจริง อย่างการล้างแค้น การตอบโต้สังคมด้วยวิธีรุนแรง หรือการทำเรื่องผิดศีลธรรมเพื่อตอบสนองความต้องการบางอย่าง โดยเฉพาะถ้าสิ่งที่ตัวร้ายทำบังเอิญตรงกับด้านมืดในตัวเราพอดี ก็อาจทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครนั้นอย่างลึกซึ้งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ตัวร้ายกลับใจ สร้างเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง
ในโลกร่วมสมัย เรื่องแต่งแบบ Plot Twist หรือหักมุม มักกลายเป็นเรื่องราวที่ตรึงใจ มากกว่าเรื่องที่เล่าและจบแบบตรงไปตรงมา เพราะการถูกหักล้างความเชื่อทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นที่คาดไม่ถึง เช่นเดียวกันกับตัวละครร้ายที่กลับใจเป็นฝ่ายดีในตอนหลัง สามารถสร้างความเซอร์ไพรส์และซาบซึ้งใจได้มากกว่าการทำดีของตัวละครฝ่ายดี เพราะคนดูมองว่าตัวละครที่เป็นคนดีมีศีลธรรมก็มักจะทำแต่เรื่องดี ๆ อยู่แล้ว
การกลับใจของตัวร้ายที่ทำให้คนดูรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปด้วย มักไม่ใช่การกลับตัวแบบอยู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจ ไม่มีเหตุผล แต่ต้องมีเส้นเรื่องและจุดเปลี่ยนที่คมคายมากพอมาอธิบายการเปลี่ยนแปลง และหากตัวร้ายนั้นมีการเสียสละ หรือมีจุดจบที่น่าสงสารในตอนท้าย ก็จะยิ่งสร้างความประทับใจและครองใจผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น
หนึ่งในตัวร้ายที่พลิกอารมณ์ความรู้สึกผู้ชมได้แบบได้แบบติดตาตรึงใจเห็นจะต้องยกให้ ‘เซเวอร์รัส สเนป’ ตัวละครที่แฟน ๆ แฮร์รี พอตเตอร์ เคยเกลียดนักหนาในช่วงแรกเพราะมักจะรังแกตัวเอกโดยไม่มีเหตุผล แต่เมื่อคนดูได้เห็นการตัดสินใจปกป้องตัวเอกเพราะความรักอันมั่นคงไม่มีเปลี่ยนแปลงที่มีต่อลิลี ความรู้สึกที่มีต่อตัวละครนี้ก็เปลี่ยนไปทันที จนถึงขนาดที่ว่าช่วงเวลาในตอนที่เขาจากไปได้กลายเป็นอีกหนึ่งฉากขึ้นหิ้ง ที่ทำให้แฟน ๆ เสียน้ำตาและจดจำเขาได้ไม่ลืม

เสน่ห์เกินต้านของเหล่าตัวร้าย
ตัวร้ายที่โด่งดังในโลกวรรณกรรมหลายคนถูกสร้างขึ้นมาให้มีคุณสมบัติพิเศษบางอย่าง เช่น เก่งกาจ ฉลาด มีอำนาจ หรือพลังที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้กลายเป็นคู่ปรับที่ทัดเทียมกับตัวเอก และทำให้การต่อสู้ของตัวเอกนั้นน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น
จึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวร้ายหลายคนสามารถดึงดูดใจผู้ชมให้ชื่นชอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าตัวร้ายนั้นมีรูปลักษณ์หรือบุคลิกที่ทรงเสน่ห์ มีความดิบ ความลุ่มลึก และความเกเรในระดับที่พอเหมาะ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกเร้าใจ จนบางครั้งถึงกับเผลอเอาใจช่วยมากกว่าฝ่ายตัวเอกแบบไม่รู้ตัวเลยก็มี
ตัวอย่างเช่น ‘โลกิ’ เทพตัวร้ายน้องชายตัวแสบจากภาพยนตร์เรื่อง Thor ที่ไม่เพียงมีลักษณะนิสัยที่โดดเด่น และเรื่องราวเบื้องหลังน่าสนใจ แต่ยังได้นักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาทอย่าง ทอม ฮิดเดิลสตัน มารับบทบาท ทำให้ได้รับกระแสความนิยมอย่างล้นหลามจนถึงกับมีซีรีส์แยกเป็นของตัวเอง หรือ ‘ศาสตราจารย์เจมส์ มอริอาร์ตี’ คู่ปรับตลอดกาลของ เชอร์ล็อก โฮมส์ ที่ทั้งเท่ ทั้งฉลาด จนได้รับการขนามนามว่าเป็น นโปเลียนแห่งโลกอาชญากรรม ก็มีแฟนคลับทั่วโลกจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
แล้วสำหรับนักอ่านที่ TK Park ล่ะ ใครคือตัวร้ายที่คุณหลงรักมากที่สุด
สร้างสรรค์โดย Jaruwan C. และ TK Park
อ้างอิง [1], [2], [3], [4]