เคยไหม อ่านเนื้อหาเดิมหลายรอบยังไม่เข้าใจ
แต่พอมีใครอธิบายสั้น ๆ กลับเห็นภาพขึ้นมาทันที
การเรียนรู้ของแต่ละคนไม่เคยเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกัน บางคนต้องอ่านหลายรอบก่อนจะเข้าใจ บางคนฟังเพียงครั้งเดียวก็เห็นภาพ บางคนต้องลงมือทำจึงจะเชื่อมความคิดได้ครบ และบางคนต้องมีเวลานิ่ง ๆ อยู่กับตัวเองก่อนความเข้าใจจะเริ่มทำงาน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าใครเก่งกว่าใคร แต่มันกำลังบอกว่า “มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้ด้วยวิธีเดียว”
ระบบที่เราคุ้นเคยมักใช้มาตรฐานเดียวเป็นตัววัด เราถูกฝึกให้เดินตามจังหวะเดียว ถูกประเมินด้วยเกณฑ์เดียว จนบางครั้งเผลอเชื่อว่า หากเราเรียนรู้ไม่เหมือนคนอื่น แปลว่าเรายังไม่ดีพอ ทั้งที่ความจริงแล้ว ความต่างอาจไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่คือรูปแบบเฉพาะตัวที่แต่ละคนใช้ทำความเข้าใจโลก - และบางที โลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน ก็ต้องการวิธีเรียนรู้ที่หลากหลายขึ้นด้วย

ก้าวข้ามมายาคติของ “สไตล์การเรียนรู้”
แนวคิดเรื่องสไตล์การเรียนรู้ช่วยให้หลายคนเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น บางคนเข้าใจเมื่อได้ฟัง บางคนต้องเห็นภาพ บางคนต้องลงมือทำ หรือบางคนต้องอ่านและเขียนเพื่อจัดระเบียบความคิด แนวคิดนี้ทำให้เรามีภาษาสำหรับอธิบายความต่างของตัวเอง และยอมรับว่าการเรียนรู้ไม่ได้มีรูปแบบเดียว
ในอีกด้านหนึ่ง มีข้อสังเกตจากวงการการศึกษาไม่น้อยที่ชี้ว่า การเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียวเสมอไป มนุษย์สามารถปรับเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ไปตามเนื้อหา สถานการณ์ และสภาพแวดล้อม การเรียนรู้จึงไม่ใช่การค้นหา “วิธีที่ใช่ที่สุด” แต่เป็นกระบวนการของการปรับตัว ทดลอง และเปิดรับวิธีใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
สี่ทางแยกแห่งการรับรู้
แม้การเรียนรู้จะไม่มีสูตรตายตัว แต่หลายคนมักสังเกตได้ว่ามี “จังหวะ” บางแบบที่ทำให้เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าวิธีอื่น จังหวะเหล่านี้ไม่ได้แบ่งแยกผู้คนออกจากกัน แต่ช่วยให้เราเริ่มเห็นวิธีที่ตัวเองใช้ทำความเข้าใจโลก
คนที่เรียนรู้ผ่านการฟัง
บางคนเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ผ่านเสียง การได้ยินน้ำหนักของคำ การสนทนา หรือการแลกเปลี่ยนความคิดทำให้ข้อมูลที่กระจัดกระจายเริ่มมีทิศทาง เสียงของคนอื่นช่วยต่อความคิดของตัวเองให้ชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ
- ฟังเพลงครั้งเดียวจำเนื้อร้องได้แล้ว
- ได้ยินเบอร์โทรครั้งเดียวจำได้เลย
- ชอบคุยกับเพื่อนเรื่องที่เรียน แล้วรู้สึกว่าเข้าใจมากขึ้น
- บางทีต้องอ่านออกเสียงถึงจะจำได้
เคล็ดลับ: ลองใช้การอัดเสียงสรุปสิ่งที่เรียน ฟังซ้ำในจังหวะสบาย ๆ หรือเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้คุย แลกเปลี่ยน และตั้งคำถามกับคนรอบตัวบ่อยขึ้นคนที่เรียนรู้ผ่านการมองเห็น
คนที่เรียนรู้ผ่านการมองเห็น
สำหรับบางคน ภาพทำหน้าที่เป็นแผนที่ของความเข้าใจ สี เส้น รูปร่าง หรือการจัดวางองค์ประกอบช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ชัดกว่าการฟังหรืออ่านเพียงอย่างเดียว
คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ
- จำทางได้ดีมากเพราะจำภาพสถานที่
- ชอบ Infographic มากกว่าข้อความยาวๆ
- จดโน้ตด้วยสีสันสดใส มี Highlight หลายสี
- จำหน้าคนได้ดีกว่าจำชื่อ
เคล็ดลับ: ลองเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นภาพ วาดแผนผัง ใช้สีช่วยจัดหมวดหมู่ หรือดูวิดีโอประกอบเพื่อให้ความคิดเชื่อมโยงกันง่ายขึ้น
คนที่เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
ความเข้าใจของบางคนเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้เคลื่อนไหว ได้ลอง ได้จับ ได้ทดลองจริง สิ่งที่อ่านหรือฟังอาจยังไม่ชัด จนกว่าจะได้ลงมือทำด้วยตัวเอง
คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ
- อ่านคู่มือ 50 หน้าไม่เท่า ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
- ไม่ชอบนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ
- ต้องเดินไปเดินมา ถึงจะคิดออก
- เข้าใจได้ดีขึ้นจำอะไรได้ดีกว่าถ้าเคยทำด้วยตัวเอง
เคล็ดลับ: หาโอกาสลงมือทำจริง ทดลอง ทำโปรเจกต์เล็ก ๆ หรือเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่ได้ใช้ร่างกายและประสบการณ์ตรง
คนที่เรียนรู้ผ่านการอ่านและเขียน
บางคนต้องใช้เวลาอยู่กับตัวหนังสือเพื่อจัดระเบียบความคิด การอ่านทำให้เห็นรายละเอียด การเขียนทำให้ความคิดค่อย ๆ ชัดและเป็นรูปเป็นร่าง
คุณอาจเป็นคนประเภทนี้ ถ้าคุณ
- ชอบอ่านหนังสือมากกว่าดูหนัง
- รู้สึกว่าเขียนช่วยให้ความคิดชัดเจนขึ้น
- มี To-Do List ติดตัวตลอด
- ชอบจดบันทึกตอนฟังคนพูด
เคล็ดลับ: ลองเขียนสิ่งที่เรียนด้วยภาษาของตัวเอง จดบันทึกระหว่างฟังหรืออ่าน และกลับมาอ่านซ้ำเพื่อให้ความเข้าใจลึกขึ้น

เมื่อหลายวิธีมาบรรจบกัน
เมื่อเริ่มมองเห็นแนวโน้มการเรียนรู้ของตัวเอง อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเข้าใจว่า มนุษย์ไม่ได้เรียนรู้ผ่านช่องทางเดียวตลอดเวลา แนวคิดเรื่อง multimodal learning อธิบายว่า สมองเชื่อมโยงข้อมูลได้ลึกขึ้นเมื่อเราได้รับประสบการณ์ผ่านหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง ข้อความ หรือการลงมือทำจริง
การเรียนรู้จึงไม่ใช่การเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งให้ถูกต้องที่สุด แต่คือการปล่อยให้หลายวิธีทำงานร่วมกัน บางเรื่องต้องใช้ภาพเพื่อเห็นความสัมพันธ์ บางเรื่องต้องฟังเพื่อเข้าใจอารมณ์ บางเรื่องต้องลงมือทำจึงจะเห็นกลไก และบางเรื่องต้องเขียนเพื่อให้ความคิดตกตะกอน
ในชีวิตจริง เราแทบไม่เคยเรียนรู้ผ่านวิธีเดียวตลอดทั้งกระบวนการ การฟังอาจเป็นจุดเริ่มต้น ภาพช่วยต่อโครงสร้าง การทดลองเชื่อมโยงกับประสบการณ์ และการเขียนทำให้สิ่งที่กระจัดกระจายค่อย ๆ เป็นระบบ
เมื่อหลายวิธีมาบรรจบกัน การเรียนรู้จึงไม่หยุดอยู่ที่การรับข้อมูล แต่กลายเป็นกระบวนการที่เคลื่อนไหวและเติบโตไปพร้อมกับตัวเราเอง
การออกนอกวิธีที่คุ้นเคย
แม้เราจะมีความถนัดบางอย่างเป็นพื้นฐาน การเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้ผ่านวิธีที่หลากหลายกลับช่วยขยายศักยภาพของสมองได้มากขึ้น ความยืดหยุ่นจึงกลายเป็นทักษะสำคัญของการเรียนรู้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คนที่ชอบอ่านอาจเข้าใจโลกอีกมุมหนึ่งเมื่อเริ่มฟัง คนที่ถนัดลงมือทำอาจเห็นความคิดตัวเองชัดขึ้นเมื่อได้เขียนสรุป คนที่ชอบดูภาพอาจเข้าใจลึกขึ้นเมื่ออธิบายสิ่งนั้นออกมาเป็นคำพูด
การลองในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยไม่ใช่การฝืนตัวเอง แต่เป็นการขยายขอบเขตของการเรียนรู้ เหมือนนักดนตรีที่ไม่ได้เล่นเพียงเครื่องเดียว หรือศิลปินที่ไม่ได้ใช้เพียงสีเดียว ความเข้าใจมักเกิดขึ้นเมื่อเราสลับวิธี มองโลกจากอีกด้าน และปล่อยให้ประสบการณ์หลายแบบทำงานร่วมกันในเวลาเดียวกัน

ยิ่งต่าง ยิ่งได้เรียนรู้
ในระดับสังคม ความแตกต่างของวิธีคิดและวิธีทำทำให้การเรียนรู้เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทีมที่มีพลังไม่ใช่ทีมที่คิดเหมือนกันทั้งหมด แต่คือพื้นที่ที่มีคนหลากหลายมุมมองมาอยู่ร่วมกัน คนที่มองภาพเก่ง คนที่จับประเด็นได้ไว คนที่ลงมือทำเร็ว และคนที่เรียบเรียงความคิดได้เป็นระบบ ต่างช่วยกันเติมเต็มความเข้าใจในแบบที่ไม่มีใครทำได้เพียงลำพัง
แนวคิดนี้เองกลายเป็นหัวใจของ Learning Fest Bangkok 2026 ซึ่งชวนให้มองการเรียนรู้ผ่านความหลากหลายของผู้คน วิธีคิด และประสบการณ์ มากกว่าการมองหาคำตอบเดียว
21–22 มีนาคมนี้ เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ เปิดพื้นที่ให้วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างได้ปรากฏ อยู่ร่วมกัน และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้แต่ละคนได้กลับไปมองการเรียนรู้ของตัวเองอีกครั้ง ในจังหวะที่เป็นของตัวเองจริงๆ
รายการอ้างอิง (References)
-
Coffield, F., Moseley, D., Hall, E., & Ecclestone, K. (2004). Learning styles and pedagogy in post-16 learning: A systematic and critical review.
รายงานทบทวนงานวิจัยที่ตั้งข้อสังเกตต่อการใช้แนวคิด “learning styles” ในการศึกษา และชี้ให้เห็นว่าการจัดผู้เรียนเป็นประเภทตายตัวอาจไม่ช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้นเสมอไป https://www.leerbeleving.nl/wp-content/uploads/2011/09/learning-styles.pdf
-
Mayer, R. E. (2009). Multimedia Learning (2nd ed.). Cambridge University Press.
อธิบายว่าการเรียนรู้ผ่านหลายช่องทาง เช่น ภาพ เสียง และข้อความร่วมกัน ช่วยให้สมองเชื่อมโยงความเข้าใจได้ลึกและยั่งยืนขึ้น https://www.jsu.edu/online/faculty/MULTIMEDIA%20LEARNING%20by%20Richard%20E.%20Mayer.pdf
- Pashler, H., McDaniel, M., Rohrer, D., & Bjork, R. (2008). Learning Styles: Concepts and Evidence. Psychological Science in the Public Interest, 9(3), 105–119. งานวิจัยที่ชี้ว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการสอนให้ตรงกับ “สไตล์การเรียนรู้” เพียงอย่างเดียวจะทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น https://journals.sagepub.com/doi/full/10.1111/j.1539-6053.2009.01038.x