เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

Late B(l)oomers ศิลปินผู้เปล่งประกายในวัย 60+

Late B(l)oomers ศิลปินผู้เปล่งประกายในวัย 60+

156 | อ่าน : 12 นาที
5 กันยายน 2568

Webcover.jpg

 

          ท่ามกลางกระแสที่หลายคนอยากรีบกอบโกยรายได้เพื่อเกษียณเร็ว หรือ FIRE (Financial Independence, Retire Early) อุทยานการเรียนรู้ TK Park จึงชวนทุกคนมามองอีกมุม เพราะโลกนี้มีศิลปินหลายคนที่เชื่อว่าความฝันไม่มีวันหมดอายุ และจับจังหวะชีวิตของตัวเองได้ในวัยเกษียณ

           หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังลังเลว่าสายเกินไปหรือยังที่จะเริ่มต้นทำตามความฝัน เรื่องราวของ Late b(l)oomers เหล่านี้ อาจทำให้คุณเปลี่ยนความคิด เพราะที่สุดแล้ว ชีวิตก็เหมือนต้นไม้หลากชนิด มีจังหวะในการผลิดอกออกผลเป็นของตนเอง

 

Bloomers01.jpg

 

          แฮร์รี เบิร์นสไตน์: หนังสือเล่มแรกจากศตวรรษแห่งความโดดเดี่ยว

          หากคุณมีชีวิตถึงวัยเกือบหนึ่งร้อยปี คุณอยากใช้เวลาที่เหลือไปกับอะไร?

          สำหรับ Harry Bernstein (แฮร์รี เบิร์นสไตน์) ชายสูงวัยที่สูญเสียภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก และจำต้องใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมานานหลายปี เขาเลือกใช้ความเหงาและความเศร้าเป็นแรงขับเคลื่อน ถ่ายทอดความทรงจำวัยเด็กอันเจ็บปวดออกมาเป็นตัวอักษร จนกลายมาเป็น The Invisible Wall หนังสือเล่มแรกของเขาที่เริ่มต้นเขียนเมื่อเขาอายุได้ 93 ปี ก่อนจะได้รับการตีพิมพ์ในอีก 3 ปีให้หลัง

          The Invisible Wall เล่าเรื่องราวชีวิตของแฮร์รีในวัยเด็ก สมัยที่ครอบครัวชาวยิวของเขายังอาศัยในเมืองชนบทเล็ก ๆ ของอังกฤษ เมืองที่เขาอาศัยอยู่คล้ายถูกแบ่งแยกด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น คั่นกลางระหว่างผู้คนสองฝั่งที่ต่างความเชื่อ นั่นก็คือ ‘ชาวยิว’ และ ‘คริสเตียน’ ความขัดแย้งระหว่างผู้คนสองศาสนาทำให้ชีวิตวัยเด็กของแฮร์รีเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย โดยเฉพาะเมื่อพี่สาวของเขาตกหลุมรักกับหนุ่มชาวคริสเตียน

          สำหรับคุณปู่แฮร์รีแล้ว นี่อาจเป็นเพียงบันทึกความทรงจำตลอดชีวิตเกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เป็นเสมือนการบำบัดเยียวยาทางจิตใจในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่สำหรับวงการวรรณกรรมนี่คือบันทึกแห่งความสำเร็จ ที่ไม่เพียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนนับไม่ถ้วน

          หลังจาก The Invisible Wall กลายเป็นหนังสือและได้รับการแปลเป็นภาษาอื่นหลายภาษา คุณปู่แฮร์รีก็ยังคงจับปากกาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตออกมาเป็นงานเขียนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งบอกลาโลกใบนี้ไปในวัย 101 ปี ปิดฉากชีวิตนักเขียนผู้แม้จะเริ่มต้นช้า แต่ก็ฝากผลงานน่าจดจำไว้ที่โลกใบนี้ไม่น้อย

 

Bloomers02.jpg

 

          คุณย่าโมเสส: จากฟาร์มชนบท สู่ภาพสีน้ำมันในหอศิลป์ระดับโลก

          ‘แอนนา แมรี โรเบิร์ตสัน โมเสส’ (Anna Mary Robertson Moses) หรือที่แวดวงศิลปะรู้จักกันในนาม ‘คุณย่าโมเสส’ (Grandma Moses) คือหญิงชราจากฟาร์มเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของนิวยอร์ก เพราะเกิดในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องถึงสิบคน เธอจึงต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี ชีวิตของเธอไม่ต่างจากหญิงสาวชนบททั่วไป แต่งงาน มีลูก ทำหน้าที่แม่อย่างเต็มที่ ใช้เวลาว่างกับงานเย็บปักถักร้อยท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามของบ้านในชนบท

          วันหนึ่ง เธอได้รับคำแนะนำจากผู้เป็นน้องสาวให้ทดลองวาดภาพแทนการปักผ้าในเวลาว่าง นั่นคือประตูที่ทำให้เธอค้นพบว่าเธอชอบกิจกรรมนี้แค่ไหน คุณย่าโมเสสในวัย 70 ปลายจึงหันมาวาดภาพอย่างจริงจัง โดยถ่ายทอดวิถีชีวิตเรียบง่ายและภาพชนบทที่คุ้นตาผ่านฝีแปรงลงบนผืนผ้า กลายเป็นงานจิตรกรรมสีน้ำมันแนวโฟล์กอาร์ต (folk art) ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว

          วันหนึ่งน้องสาวของเธอชวนให้เธอลองส่งภาพไปวางขายในงานแสดงสินค้า ร่วมกับแยมและผลไม้กระป๋องที่เธอทำขายอยู่แล้ว แล้วผลงานของเธอได้ไปเตะตานายหน้าขายงานศิลปะเข้าอย่างจัง ผลงานของเธอถูกส่งตรงจากฟาร์มนอกเมืองสู่หอศิลป์ใจกลางนิวยอร์ก และภายในไม่กี่ปี ชื่อของ ‘คุณย่าโมเสส’ ก็กลายเป็นดาวดวงใหม่แห่งวงการศิลปะ

          หนึ่งในผลงานที่โด่งดังที่สุดที่เธอวาดตอนอายุ 83 ปี อย่าง Sugaring Off (1943) ถูกประมูลไปในราคาสูงถึงกว่า 1.36 ล้านเหรียญสหรัฐ เรื่องราวชีวิตของเธอถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือและภาพยนตร์สารคดี และได้รับคำยกย่องจากสื่อมากมาย รวมถึงได้ขึ้นปกนิตยสารชื่อดังอย่าง TIME ยิ่งไปกว่านั้น งานของเธอได้ถูกนำไปจัดแสดงในหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์มากมายที่ศิลปินทุกคนล้วนใฝ่ฝัน อาทิ MoMA และ Smithsonian American Art Museum

          แค่เวลาในช่วงบั้นปลายชีวิต คุณย่าโมเสสก็สร้างผลงานไว้กว่า 2,000 ชิ้น งานของเธอได้รับคำชื่นชมว่าอบอุ่น เรียบง่าย แต่สะท้อนความทรงจำ ความสุขสงบ และความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งที่เธอค่อย ๆ สะสมจากชีวิตอันยาวนานและจริงแท้ของเธอเอง

 

Bloomers03.jpg

 

          ชาร์ล แบรดลีย์: เวทีความฝันช่วงสั้น ๆ ของนักดนตรีโซล

          เมื่อปี 2011 บนเวทีที่แสงไฟส่องสว่าง ศิลปินโซลรุ่นใหญ่เพิ่งออกอัลบั้มแรกในวัย 62 ปี ‘ชาร์ลส์ แบรดลีย์’ (Charles Bradley) หรือที่แฟนเพลงรู้จักในชื่อ ‘Screaming Eagle of Soul’ คือเจ้าของเสียงร้องที่ทั้งดิบ ลึก และสะเทือนอารมณ์จนสะกดใจผู้ฟังทั่วโลก

          แต่กว่าที่เขาจะได้มีโอกาสเดินตามความฝัน เส้นทางชีวิตของแบรดลีย์ก็เต็มไปด้วยบาดแผล เขาเกิดในครอบครัวยากจนที่ฟลอริดา แม่ทิ้งเขาไปตั้งแต่แบเบาะ ก่อนจะกลับมารับไปอยู่ด้วยกันที่นิวยอร์กเมื่อเขาอายุได้ 8 ขวบ ทว่า ความเป็นอยู่ของเขาก็ไม่ได้ดีนัก เขาถูกแม่ทำร้ายจนต้องเร่ร่อนออกไปนอนข้างถนนและต้องขอทานเพื่อหาเงินประทังชีวิต

          จุดเปลี่ยนในชีวิตของแบรดลีย์มาเยือนเมื่อเขาอายุได้ 14 ปี พี่สาวพาเขาไปยังโรงละครเพื่อดูการแสดงของ เจมส์ บราวน์ นักร้องผิวสีชื่อดังแห่งยุค นั่นเองที่จุดประกายให้เขารู้สึกหลงใหลในการร้องเพลง ทว่า ความยากจนก็ทำให้ชีวิตของแบรดลีย์ทำได้เพียงใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง เขาทำงานเป็นพ่อครัวอยู่หลายปี ก่อนจะเร่ร่อนทำงานสารพัดเพื่อหาเงิน ครั้งที่เขาก้าวเข้าใกล้แสงไฟมากที่สุดคงจะเป็นงานเล็ก ๆ ในคลับ ที่เปิดโอกาสให้เขาได้ขึ้นเวทีร้องเพลงเลียนแบบ เจมส์ บราวน์ ศิลปินในดวงใจ

          แบรดลีย์ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากจนกระทั่งอายุล่วงเข้าวัย 50 ปลาย ค่ายเพลงอิสระ Daptone Records ก็ค้นพบพรสวรรค์ของเขา เขาจึงได้โอกาสแต่งเพลงและอัดเสียงอย่างจริงจัง และในที่สุดก็ได้ออกอัลบั้มแรก ‘No Time for Dreaming’ เมื่ออายุได้ 62 ปี และได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตจนมีผลงานตามมาอีก 3 อัลบั้ม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต

          แม้เวลาที่เขาได้ยืนบนเวทีนั้นจะแสนสั้น เพราะอีก 6 ปีถัดมา เขาก็จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งในวัย 68 ปี ทว่า ความฝันที่เขาเคยใฝ่หามาทั้งชีวิต แม้จะผลิดอกออกผลช้าไปสักหน่อย แต่ดาวดวงนี้ก็มีโอกาสได้เปล่งประกาย ฝากชื่อเอาไว้ให้วงการเพลงโซลได้จดจำในที่สุด

 

          ชีวิตไม่ใช่สิ่งจีรังและนับวันก็ยิ่งร่วงโรย แต่ชีวิตก็ไม่ใช่การแข่งขันแบบจับเวลาเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยเหมือนกัน TK Park จึงเชื่อว่าคุณค่าของชีวิตคือการได้ใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์และสนุกกับมันอย่างเต็มที่ ทำให้ชีวิตเดียวที่เรามีเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าจดจำ

 

          สร้างสรรค์โดย Jaruwan C. และ TK Park

          ที่มา [1], [2], [3], [4], [5], [6], [7]

          เครดิตภาพประกอบ Harry Bernstein โดย Syosset Public Library, Grandma Moses โดย Clara Sipprell, Charles Bradley โดย smial

บทความแนะนำ

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้
บล็อก

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

เรื่องราวจาก Human Library: Stranger Talk จาก Learning Fest Bangkok 2026

250
การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า
บล็อก

การบ้านเปลี่ยนโลก: เมื่อความคิดของเด็ก กลายเป็นโปรเจ็กต์ทรงคุณค่า

TK Park พาไปดู "การบ้าน" ของเด็กทั่วโลก ที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น

202|อ่าน : 12 นาที
ค้นหาแรงบันดาลใจจาก ‘ขยะ’ โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์
บล็อก

ค้นหาแรงบันดาลใจจาก ‘ขยะ’ โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์

บันทึกเบื้องหลังกิจกรรมเวิร์กช็อป Turning Trash to Treasured Art จากงาน “Play Matters: Circle of Play” ที่ TK Park เมื่อเดือนมิถุนายน 2566

229|อ่าน : 10 นาที
ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech
บล็อก

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งสำคัญจากอดีตที่ทำตามคำสั่ง วันนี้ AI กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะช่วยสร้างความต่างในยุค AI คือการหันมาลับคมทักษะความเป็นมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่มีวันเลียนแบบได้

378
ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI
บล็อก

ข่าวปลอมแนบเนียน ยิ่งต้องรู้เท่าทัน ชวนรู้จัก “Digital Literacy” กับการหยุดวงจรข่าวปลอมในยุค AI

ข่าวปลอมยุคใหม่ไม่ได้ดูหลอกลวงเสมอไป แต่มักแฝงตัวมาอย่างแนบเนียน เช่น ข้อความเตือนภัยในกรุ๊ปไลน์ คลิปสั้น หรืออินโฟกราฟิกที่ดูน่าเชื่อถือ จนทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อและเผลอแชร์ต่อเพียงเพราะคิดว่า "แชร์ไว้ก่อนดีกว่า"

462
พื้นที่เรียนรู้ ประตูถัดไป : เที่ยวแบบ Chat Walk ลัดเลาะเรียนรู้จากตรอกซอกซอย ชุมชน และผู้คน
บล็อก

พื้นที่เรียนรู้ ประตูถัดไป : เที่ยวแบบ Chat Walk ลัดเลาะเรียนรู้จากตรอกซอกซอย ชุมชน และผู้คน

ชวนออกเดินสำรวจบางลำพูผ่านเรื่องเล่าจากผู้คนและพื้นที่จริง ก่อนชวนมองใหม่ว่าแหล่งเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงห้องสมุดหรือพิพิธภัณฑ์ แต่ซ่อนอยู่ในตรอก ซอย ถนน และชุมชนรอบตัวเรา

626
Chat GPT101: รู้จักแชตอัจฉริยะ เมื่อ A.I. ทำให้เราสนุกกับการตั้งคำถาม
บล็อก

Chat GPT101: รู้จักแชตอัจฉริยะ เมื่อ A.I. ทำให้เราสนุกกับการตั้งคำถาม

ChatGPT คืออะไร ทำไมมีสถิติจำนวนผู้ใช้งานต่อวันแตะ 10 ล้านคนภายใน 40 วัน!

1016
From Individuals to Community สู่ประชาคมที่แข็งแกร่งของคนรักบอร์ดเกม
บล็อก

From Individuals to Community สู่ประชาคมที่แข็งแกร่งของคนรักบอร์ดเกม

ย้อนมอง Asian Board Game Festival Thailand 2023 เทศกาลแห่งคนรักบอร์ดเกมแห่งเอเชีย ครั้งแรกในประเทศไทยที่ TK Park

242|อ่าน : 10 นาที
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.