เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

251
28 มีนาคม 2569

HumanLib-Blog-ภาพปกในนอก.jpg

อ่านคนแปลกหน้า ผ่านวงสนทนาและข้อความที่เขียนให้

ถ้าพูดถึงการ "อ่าน" ส่วนใหญ่เราคงนึกถึงหนังสือ หน้ากระดาษและเรื่องราวที่ใครบางคนเขียนเอาไว้ให้เราอ่านคนเดียวอย่างเงียบ ๆ แต่ใน Human Library: Stranger Talk อ่านคนผ่านข้อความ ที่จัดขึ้นสองวันในเทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ Learning Fest Bangkok 2026 "หนังสือ" ที่ว่ากลับมีลมหายใจ มีเสียงหัวเราะ และบางครั้งก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้คนแปลกหน้าในวงเดียวกันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว

กิจกรรมนี้เราชวนแขกรับเชิญพิเศษ ฮ่องเต้ กนต์ธร เตโชฬาร (Art of Hongtae) ศิลปินและนักสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่โดดเด่น วัฒน์ วัฒนชัย ตรีเดชา นายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย เจ้าของ BGN Squad คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักแสดง มีน ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ (meanlee)  ศิลปินนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ ผู้สร้างสีสันให้กับเทศกาลฯ ในปีนี้ และตี้ ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ เจ้าของผลงานแปลหลากหลายแนว มาเป็น "หนังสือที่มีชีวิต" ให้ทุกคนได้เปิดอ่าน ทำความรู้จักกัน นำวงพูดคุยโดย ส้ม-ดุสิตา อิ่มอารมณ์ และ วิภว์ บูรพาเดชะ เริ่มต้นจากคำถามเรียบ ๆ ผลัดกันเล่า ผลัดกันฟัง และทิ้งท้ายด้วยการเขียนโปสการ์ดโดยไม่รู้ว่าจะส่งให้ใคร ก่อนแลกกัน เฉลยตัวตน และให้คนเขียนเล่าสิ่งที่ต้องการสื่อ และแม้ทุกรอบจะใช้โครงสร้างเดิม แต่ทิศทางที่บทสนทนาพาไปนั้น ไม่มีรอบไหนเหมือนกันเลย นั่นเองคือ The Difference ความแตกต่างที่ไม่ต้องอธิบาย

 

เมื่อศิลปะกลายเป็นเรื่องที่ซ่อนไว้ภายใน

Art of Hongtae หรือ ฮ่องเต้—กนต์ธร เตโชฬาร ศิลปินที่เชี่ยวชาญทั้งในสื่อดิจิทัลและการวาดภาพแบบดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มต้นเล่าถึงงานของตัวเอง แต่ไม่นานก็ชัดเจนว่าสิ่งที่เขากำลังพูดถึงนั้นไม่ได้อยู่แค่ในภาพวาด เขาพูดถึงช่วงเวลาที่ชีวิตไม่สวยงาม ความสัมพันธ์ที่พัง และความรู้สึกที่กัดกินความมั่นใจของตัวเองไปทีละนิด ก่อนจะโยนประโยคหนึ่งออกมาตรง ๆ ว่า "ความเจ็บปวดมันขายดีขนาดนั้นเลยเหรอ"

Copy-of-JUL_7369.jpg

ฟังดูไม่สวยงาม แต่มันจริงอย่างน่าประหลาด เพราะ "คนหัวเมฆ" คาแรกเตอร์ใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขานั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความน่ารัก แต่เมฆที่ปกคลุมหัวของมนุษย์หรือสัตว์ต่างๆ คือสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น "ฟิลเตอร์ที่เรียกว่าการควบคุมตัวเอง ฟิลเตอร์ที่เรียกว่าศีลธรรม" ฟิลเตอร์ที่มนุษย์ทุกคนใช้เพื่ออยู่ร่วมกับสังคม และนั่นคือสิ่งที่ “ต่าง” กันในแต่ละคน เราทุกคนมีเวอร์ชันที่ "เหมาะสม" และมีบางอย่างที่จริงที่สุดที่เลือกจะเก็บไว้ส่วนตัว

จากจุดนั้น บทสนทนาขยับออกจากเรื่องศิลปะโดยไม่รู้ตัว คนในวงเริ่มเล่าถึงเส้นทางที่ไม่ได้เลือกเอง ความเครียดที่สะสมในชีวิตการทำงาน และคอนเทนต์ที่เลือกดูในแต่ละวันไม่ใช่เพื่อสะท้อนตัวตน แต่เพื่อ "พัก" จากโลกที่หนักพอแล้ว ความต่างของแต่ละชีวิตไม่ได้ทำให้วงแตกออกจากกัน แต่กลับพาทุกคนไปหาจุดที่เหมือนกัน

ฮ่องเต้.JPG

จุดที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่ตอนที่ทุกคนพูด แต่คือตอนที่ชวนให้ทุกคนเขียนโปสการ์ดสิ่งที่เพิ่งได้เรียนรู้แล้วชอบ หรืออยากมอบให้คนในวง บรรยากาศที่เคยไหลลื่นกลับหยุดนิ่งลงทันที การพูดอาจเป็นเรื่องง่าย แต่การเขียนให้ตรงกับความรู้สึกจริง ๆ กลับยากกว่าที่คิด ฮ่องเต้ พูดจากประสบการณ์การเขียนของตัวเองว่า พอคิดดี ๆ มันยิ่งไม่จริง คิดเยอะไป คำมันก็จะแปลกออกไป และทันใดนั้น บทสนทนาก็เปิดอีกชั้นหนึ่งระหว่าง "การคิดให้ดี" กับ "การรู้สึกให้ตรง"

โปสการ์ดถูกส่งต่อไปให้คนด้านขวาโดยที่ยังไม่รู้ว่าใครเขียน พอเฉลยและให้คนเขียนเล่าเจตนา สิ่งที่ออกมาไม่ซับซ้อนแต่ตรงไปตรงมา ใบหนึ่งเขียนว่า "เป็นกำลังใจให้ทุกคนได้เจอสิ่งที่ชอบ และทำสิ่งที่ชอบ" คนเขียนเล่าว่าเห็นคนในวงที่กำลังเรียนศิลปะและอยากทำสิ่งที่รัก ก็อยากส่งกำลังใจให้ ส่วน ฮ่องเต้ เขียนถึงสิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบในชีวิตว่า ต้องทำสิ่งไร้สาระให้เป็นงานประจำ ต้องลงไว้ในตารางงานอันอัดแน่นของเขาด้วย มันไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ มันไม่ต้องใช้เวลาเยอะ อย่างน้อยแค่วันละครึ่งชั่วโมงก็พอ

 

เมื่อ "หลงทาง" กลายเป็นจุดเริ่มต้น

ในวงของ วัฒน์—วัฒนชัย ตรีเดชา นายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย เราชวนทุกคนย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของตัวเอง และสิ่งที่ได้ยินออกมาก็ทำให้เห็นชัดว่านี่ไม่ใช่วงของ "ผู้เชี่ยวชาญ" แต่เป็นวงของคนหลงทางเก่งพอที่จะหาทางใหม่เจอ

Copy-of-TOR_1720.JPG

วัฒน์ เรียนจบฟิสิกส์อุตสาหกรรมและเคยเป็นวิศวกรในโรงงาน แต่รู้ตัวตั้งแต่ปีสองแล้วว่านี่ไม่ใช่ที่ของเขา และใช้เวลาช่วงเย็นเรียนรู้งานสร้างสรรค์และการแสดงด้วยตัวเอง เพราะเชื่อว่าความสุขเกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก สิ่งที่เรียนมาและสิ่งที่เลือกเดิน ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นเดียวกัน และนั่นคือ The Difference ที่เขาไม่ได้มองว่าเป็นความเสียหาย

บทสนทนาค่อย ๆ ขยายออกไปสู่เรื่องของ "เมือง" และการพัฒนาพื้นที่ วัฒน์ เล่าถึงอัมสเตอร์ดัม เมืองที่ไม่ได้พยายามหนีจากน้ำ แต่เลือกอยู่กับมัน และออกแบบทุกอย่างให้สอดคล้องกับสิ่งที่มี ประวัติศาสตร์ถูกเล่าผ่านการล่องเรือแทนที่จะอ่านจากป้าย อุปสรรคถูกเปลี่ยนเป็นโอกาสผ่านมุมมองที่ต่างออกไป และนั่นคือสิ่งที่เขาเห็นว่าการพัฒนาเมืองไม่มีสูตรเดียว บางที่ใช้ศิลปะ งานดีไซน์ หรือเทคโนโลยี แต่ทุกเมืองต้องเข้าใจตัวเองก่อนเสมอ ซึ่งก็เป็นคำถามเดียวกับที่หลายคนในวงกำลังถามตัวเองอยู่เงียบ ๆ

Copy-of-JUL_7583.jpg

พอถึงเวลาเขียนโปสการ์ด ทุกคนเขียนโดยไม่รู้ว่าจะไปถึงใคร และพอเฉลยกัน ข้อความที่ออกมาไม่ได้ซับซ้อน แต่กลับเป็นสิ่งที่รู้สึกว่าลืมพูดในชีวิตประจำวันมากแค่ไหน อย่างประโยคหนึ่งที่ว่า “รอยยิ้มคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เรามอบให้คนแปลกหน้าได้โดยไม่ต้องเสียเงินเลย”

 

เมื่อชีวิตธรรมดาคือสิ่งที่น่าฟังที่สุด

"ตอนนี้กำลังหมกมุ่นกับอะไรอยู่" เป็นคำถามง่าย ๆ ชวนคุยเล่น แต่พอคำตอบเริ่มไหลออกมา มันกลับค่อย ๆ เปิดให้เห็นชีวิตหลายแบบที่ปกติเราไม่มีวันได้ฟังพร้อมกันในที่เดียว

มีน—ธันยธรณ์ ลี้ไวโรจน์ ศิลปินเบื้องหลังภาพประกอบที่สร้างสีสันให้กับเทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ Learning Fest Bangkok ในปีนี้ตอบตรง ๆ ว่าช่วงนี้หมกมุ่นกับงาน และ "ไม่ได้นอน" เธอไม่ได้พยายามทำให้มันดูสวยงามด้วยคำว่า passion หรือ calling มีแค่ความจริงว่าทำงานหนัก และเวลาที่พอมีก็ใช้ไปกับซีรีส์เกาหลีแนวสืบสวนเพื่อพักจากโลกจริง มันเป็นคำตอบที่ไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจ แต่กลับทำให้รู้สึกว่า "นี่แหละของจริง"

1.png

บทสนทนาในวงนี้ไหลไปสู่เรื่องของคนที่เราชื่นชม สิ่งที่น่าแปลกคือคำตอบที่ได้ยินไม่ใช่ชื่อศิลปินระดับโลกหรือไอดอลที่อยู่ไกลตัว แต่เป็นพ่อแม่ คนในครอบครัว พี่ที่สร้างตัวเองขึ้นมาได้ หรือแม้แต่ศิลปินคนหนึ่งที่ตอบข้อความให้กำลังใจคนอื่นเสมอ มันทำให้เห็นชัดว่าในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่เลือกชื่นชมคนที่ "อยู่ใกล้และมีความหมาย" มากกว่าคนไกลตัว และนั่นเองคือ The Difference ที่แต่ละคนให้คุณค่ากับสิ่งต่างกัน โดยไม่มีใครผิด

Copy-of-JUL_8190.jpg

ทุกคนเขียนโปสการ์ดส่งต่อโดยไม่รู้ว่าจะไปถึงใคร พอเฉลย มีนได้รับโปสการ์ดใบหนึ่งที่เขียนว่าขอให้ได้กินของอร่อยทุกวัน ได้มีประสบการณ์ชีวิตที่ดี มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา เธอบอกว่ามันตรงใจมาก เพราะสำหรับเธอ แค่นั้นก็พอแล้ว ข้อความจากคนแปลกหน้าบางครั้งพูดแทนใจเราได้โดยบังเอิญ

 

เมื่อนักแปล "แปล" มากกว่าแค่ภาษา

ตี้—ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ นักแปลที่ทำงานกับหนังสือมาเกือบยี่สิบปี เล่าถึงงานของตัวเองแบบตรงไปตรงมา บางปีทำหกเล่ม บางปีสองเล่ม บางปีก็ขี้เกียจบ้าง มันทำให้เห็นชัดว่างานแปลไม่ใช่แค่ทักษะ แต่คือ “ชีวิต” การเป็นนักแปลคือการเข้าใจคนหนึ่งคน แล้วพาเขาไปเจอคนอีกกลุ่มหนึ่งโดยที่ความหมายยังไม่หายไปไหน ความ “ต่าง” ของภาษาไม่ใช่กำแพง แต่เป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนถึงจะก้าวข้ามไปได้

Copy-of-JUL_8369.jpg

ช่วงหนึ่งในวงถามเรื่องการเรียนรู้ใหม่ ๆ ตี้ ตอบว่าเธอกำลังหาเรียนภาษาที่สาม ซึ่งลงตัวเป็นภาษาจีน ไม่ใช่เพราะวางแผนหรือตั้งเป้าอะไร แต่เริ่มจากการดูซีรีส์ และเมื่อถึงวันที่ลองพูดกับเจ้าของภาษาในวงสนทนา ทุกคนตกใจ และตัวเธอเองก็สนุกมาก "เราไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะต้องพูดภาษาจีนเก่งมาก แค่ไปสั่งก๋วยเตี๋ยวแล้วเฮียตกใจก็พอแล้ว" มันสะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเป้าหมายใหญ่ และไม่จำเป็นต้องเป็นสูตรเดียวกับใคร

ตอนใกล้จะจบ ตี้ เล่าถึงหนังสือที่เธอหยิบมาอ่านทุกปีเพื่อเตือนตัวเอง เรื่องของผู้หญิงที่วันหนึ่งตัดสินใจออกจากชีวิตเดิม ไม่ใช่เพราะชีวิตพังแต่เพราะรู้สึกว่าตัวเอง "หายไปจากชีวิตตัวเอง" เธอกลับมาในวันที่รู้ว่าตัวเองคือใครอีกครั้ง ตี้ไม่ได้เล่าเพื่อชวนให้ใครทำตาม แต่เพื่อเตือนตัวเองว่า "มันไม่ได้เลวร้าย การแยกทางจากใครคือการค้นหาตัวตนที่สูญหายไป"

2.png

พอถึงช่วงแลกโปสการ์ด ตี้ เขียนประโยคหนึ่งที่กลายเป็นเหมือนคีย์เวิร์ดของทั้งวง "This too shall pass — เดี๋ยวมันก็ผ่านไป" เธออธิบายว่ามันเหมือนคาถาสะกดจิตตัวเอง จงเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเดี๋ยวมันจะผ่านไปจริง ๆ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีเกินไป แต่คือการยอมรับว่าไม่มีอะไรอยู่ตลอดไป รวมถึงความทุกข์ที่เราคิดว่ามีแค่เราด้วย

สี่เรื่องราวของคนแปลกหน้าและหนึ่งความจริง

 

Copy-of-JUL_8186.jpg

ถ้ามีอะไรที่เชื่อมโยงทุกรอบของ Human Library: Stranger Talk อ่านคนผ่านข้อความ เข้าหากัน อาจไม่ใช่หัวข้อ แขกรับเชิญ หรือคำถาม แต่คือสิ่งที่ปรากฏซ้ำในทุกวง ทุกโปสการ์ดที่เขียนและส่งต่อโดยไม่รู้ว่าจะไปถึงใคร นั่นคือทุกคนล้วนมาจากเส้นทางที่แตกต่าง เรียนมาไม่เหมือนกัน ให้คุณค่ากับสิ่งที่ต่างกันไป ใช้ชีวิตคนละแนว แต่พอได้นั่งลงในวงสนทนาเดียวกันกลับพบว่ามีบางอย่างที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาด

เราทุกคนกำลังพยายามใช้ชีวิตให้ดีขึ้นในแบบของตัวเอง บางครั้ง แค่ได้พูด ฟัง และเขียนอะไรเล็ก ๆ ส่งให้คนแปลกหน้าโดยไม่รู้ว่าใครจะได้รับ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันที่มีความหมายขึ้นมาได้อีกนิดหนึ่ง

นั่นคือ The Difference ที่เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ Learning Fest Bangkok 2026 พูดถึง ไม่ใช่ความต่างที่แบ่งแยก แต่ยิ่งต่าง ยิ่งได้เรียนรู้ และพาเราเข้าใกล้กันยิ่งขึ้น

บทความแนะนำ

“เราไม่ได้มีเกรดให้ ถ้าคุณไม่ทำก็ไม่มีสิ่งที่ต้องการเห็น… เท่านั้นเอง” เวิร์กช็อปประชาธิปไตยของ Human ร้าย, Human Wrong
บล็อก

“เราไม่ได้มีเกรดให้ ถ้าคุณไม่ทำก็ไม่มีสิ่งที่ต้องการเห็น… เท่านั้นเอง” เวิร์กช็อปประชาธิปไตยของ Human ร้าย, Human Wrong

การศึกษาต้องให้ทั้งความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดีกับผู้คน

195
K-Pop Invasion เมื่อดนตรี K-pop รุกคืบสู่ตลาดโลก
บล็อก

K-Pop Invasion เมื่อดนตรี K-pop รุกคืบสู่ตลาดโลก

TK Park ชวนมองวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมเพลงป็อปจากแดนกิมจิ รากฐานวัฒนธรรมแข็งแรงที่ไม่ได้เกิดในชั่วข้ามคืน

1184|อ่าน : 10 นาที
TK Park พาเปิดบทเรียนอันทรงคุณค่า จาก “คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ”
บล็อก

TK Park พาเปิดบทเรียนอันทรงคุณค่า จาก “คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ”

กว่า 50 ปี บนเส้นทางการศึกษา กับบทบาทผู้ต่อจิ๊กซอว์ “การเรียนรู้” ให้สังคมไทย พร้อมเจาะ “7 บทเรียนที่ต้องเรียนรู้” พาไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้แบบไม่รู้จบ

270|อ่าน : 15 นาที
Skibidi Toilet เรื่องนี้ต้องตามเด็กให้ทัน
บล็อก

Skibidi Toilet เรื่องนี้ต้องตามเด็กให้ทัน

TK Park ส่องที่มาที่ไปของเว็บซีรีส์ Skibidi Toilet ที่ครองใจวัยรุ่นฟันน้ำนม

2429|อ่าน : 10 นาที
ถอดไอเดีย นีท - เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ นักจิตวิทยาที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ผ่านการ์ตูน
บล็อก

ถอดไอเดีย นีท - เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ นักจิตวิทยาที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ผ่านการ์ตูน

มองจิตวิทยาผ่านอนิเมะ กับ TikTok ชื่อ Neatto.Chan สาวเสิร์ฟอนิเมะ

536
เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
บล็อก

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

260
ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ
บล็อก

ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ

TK Park ชวนพ่อแม่พาลูกเข้าครัว กับนิทรรศการ Le petit chef และกิจกรรมสนุกอ่านสนุกคิดที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67)

505|อ่าน : 10 นาที
4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”
บล็อก

4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”

TK Park สรุปเรื่องราว “เล็ก ๆ” ในวงการผู้ผลิตหนังสือไทย จากงานเปิดตัวสื่อ Data Storytelling ชุด “LOOK AROUND THE SHELF”

304|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.