เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ

ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ

450 | อ่าน : 10 นาที
5 กรกฎาคม 2567

20240704-Kids-in-the-Kitchen_1.jpg

 

         การพาเด็ก ๆ เข้าไปช่วยประกอบอาหารในครัว สำหรับพ่อแม่หลายคน แค่หลับตานึกก็อาจจะเห็นแต่ภาพความโกลาหล แต่ความวุ่นวายในครัวที่ว่านี้ อาจนำมาซึ่งการเรียนรู้แบบบูรณาการให้แก่เด็ก ๆ เพราะพ่อแม่สามารถทำให้การประกอบอาหารเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สร้างประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง และทำให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะและสมองทั้งสองซีกอย่างสมดุล พร้อมเสริมสร้างพัฒนาการต่าง ๆ รอบด้าน

         ตลอดเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2567 อุทยานการเรียนรู้ TK Park จัดทำนิทรรศการ Le petit chef ที่ห้องเด็ก โดยนำเสนอเมนูง่าย ๆ ที่จะช่วยให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง สามารถพาเด็ก ๆ เข้าครัวทำอาหารร่วมกัน พร้อมกิจกรรมสนุกอ่านสนุกคิด เพื่อสาธิตกิจกรรมให้พ่อแม่สามารถนำไปทำเองหรือต่อยอดที่บ้านได้ 

         สำหรับบทความนี้ TK Park สรุปข้อมูลเบื้องหลังกิจกรรมการประกอบอาหารของเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้ รวมถึงการเตรียมตัวเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมในการทำอาหารร่วมกับเด็ก ๆ เพื่อให้กิจกรรมนี้เป็นไปอย่างสนุกสนานและเสริมสร้างพัฒนาการได้อย่างเต็มที่

 

20240704-Kids-in-the-Kitchen_2.jpg

 

         พาเด็กเข้าครัว: เด็ก ๆ ได้อะไร

         1. พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กและการทำงานร่วมกันระหว่างอวัยวะต่าง ๆ จากกิจกรรมเช่นการหั่นผัก หั่นผลไม้ ตักเกลือหรือน้ำตาลใส่ลงในหม้อ เทเครื่องปรุงและส่วนผสมลงไปในกระทะ การปั้นแป้งทำขนมหรือแม้กระทั่งการล้างผักหรือล้างอุปกรณ์เครื่องครัว

         2. พัฒนาการด้านจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ที่เกิดจากการที่เด็กได้มีส่วนร่วมในการจัดจานอาหาร เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางผัก การราดซอส หรือการจัดเรียงผลไม้

         3. พัฒนาการด้านประสาทสัมผัส เพราะการประกอบอาหารช่วยกระตุ้นการใช้ประสาทสัมผัสได้เป็นอย่างดี เช่น “ตา” เมื่อมองเห็นวัตถุดิบและส่วนผสมต่าง ๆ “มือ” เมื่อได้สัมผัสผิวของวัตถุดิบ ผักและผลไม้ต่าง ๆ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร “หู” เมื่อฟังคำสั่งและคำแนะนำว่าขั้นตอนถัดไปคืออะไร ต้องทำอะไรต่อ รวมถึงเสียงสับหมู และเสียงเครื่องครัวทำงาน “จมูก” เมื่อได้กลิ่นของอาหารและเครื่องปรุงต่าง ๆ “ปาก” เมื่อชิมรสชาติของวัตถุดิบ เช่น เกลือมีรสเค็ม น้ำตาลมีรสหวาน หรือชิมเพื่อรู้ว่าอาหารที่ทำมีรสชาติอย่างไร ต้องเติมสิ่งไหนจึงจะได้รสชาติตามต้องการ

         4. พัฒนาการด้านอารมณ์และการมีสมาธิจดจ่อ เด็ก ๆ จะได้ฝึกการควบคุมอารมณ์และรอคอย เช่น เด็กบางคนใจร้อน อยากให้อาหารสุกเร็ว ๆ แต่ถ้าเอาอาหารออกจากเตาก่อนเวลา ก็จะได้กินอาหารที่ไม่สุก เป็นการฝึกให้เด็กควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ที่ดีและเข้าใจถึงความสำคัญของการรอคอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสม

 

20240704-Kids-in-the-Kitchen_3.jpg

 

         5. พัฒนาการด้านสังคมและการแก้ไขปัญหา เด็กจะได้ฝึกทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือการทำงานเป็นกลุ่ม ได้ฝึกการวางแผน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จักการแบ่งปัน มีน้ำใจช่วยเหลือ และสื่อสารระหว่างกันด้วยความเห็นอกเห็นใจ

         6. ทักษะการใช้ภาษาและการสื่อสาร เพราะเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่จากวัตถุดิบ อุปกรณ์ และส่วนผสมที่นำมาใช้ในการประกอบอาหาร เช่น ถ้วย ชาม กระทะ เตาอบ ผักกาด แครอท น้ำปลา น้ำตาล เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้พัฒนาทักษะการพูดและการฟัง ผ่านการพูดคุยสนทนาตอบโต้หรือการแสดงความคิดเห็นอีกด้วย

         7. ทักษะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การปรุงอาหารเองจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบว่าเมื่อนำมาปรุงจนสุกจะมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างไร การใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น เกลือ น้ำตาล น้ำปลา ฯลฯ ถ้าใส่มากจะมีรสชาติอย่างไร ใส่น้อยจะมีรสชาติอย่างไร นอกจากนี้ ยังได้ฝึกฝนทักษะการเปรียบเทียบ การจำแนกประเภท การจัดกลุ่มของวัตถุดิบและส่วนผสมที่ใช้ในการประกอบอาหาร

         8. ทักษะความรู้ด้านคณิตศาสตร์ จากการชั่ง ตวง วัดเครื่องปรุง และส่วนผสมต่าง ๆ การเรียงลำดับ การนับจำนวน และการกะปริมาณ

         9. การสร้างสุขนิสัยในการบริโภคตามหลักโภชนาการ เช่น การทำผัดผักรวม จะช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้ว่าผักมีประโยชน์ ให้วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เนื้อหมูให้สารอาหารประเภทโปรตีนและไขมัน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้เด็กเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการรับประทานอาหารอีกด้วย

 

20240704-Kids-in-the-Kitchen_4.jpg

 

         พาเด็กเข้าครัว: พ่อแม่เตรียมตัวยังไง

         1. ดูแลความปลอดภัยเบื้องต้นภายในครัว ขณะเข้าครัวกับเด็ก ๆ พ่อแม่ต้องระวังของมีคม อุปกรณ์ ความร้อน และไฟ โดยเก็บอุปกรณ์อันตรายให้เป็นระเบียบและตกลงกติกาความปลอดภัยกับเด็ก ๆ ด้วย เช่น การไม่ให้เด็กหยิบมีดหรือของมีคมเอง ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของผู้ใหญ่ การใช้เตาและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด สอนให้เด็กเข้าใจถึงความร้อนและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเตาไฟหรือเตาอบ งดการวิ่งเล่นในครัวหรือหยิบของร้อนโดยไม่มีผ้าจับ ฯลฯ

         2. ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ในครัว เช่น ตรวจสอบความแข็งแรงของมีด การทำงานของเตาไฟฟ้า และการเก็บของมีคมในที่ปลอดภัย หลังจากใช้เครื่องครัวเสร็จแล้วควรเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ 

         3. เตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน พ่อแม่ควรเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ในครัวเสมอ เผื่อในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจะได้จัดการได้ทันท่วงที 

        4. จัดบทบาทและตารางเวลา เพราะการกำหนดเวลาและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนจะช่วยให้เด็กเข้าใจและปฏิบัติตามกฎได้ดีขึ้น พ่อแม่ยังสามารถใช้กรอบกติกาเหล่านี้สอนลูกให้รู้จักการทำงานเป็นทีมและแบ่งปันหน้าที่อย่างเหมาะสมได้ด้วย

 

          การให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในครัว แม้บางครั้งอาจทำให้ห้องครัวเลอะเทอะไปบ้าง และใช้เวลาในครัวนานขึ้นสักหน่อย แต่อย่างน้อยเมนูที่ทำร่วมกันนั้นได้มากกว่าความอร่อย เพราะได้ความสำเร็จของเด็กตัวน้อยที่มาพร้อมกับพัฒนาการรอบด้าน เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กในการสร้างตัวตนของตัวเอง และพ่อแม่เองก็ได้เป็นต้นแบบผู้นำที่ดี เกิดภาพลักษณ์เชิงบวกให้เด็ก ๆ ได้ซึมซับ พวกเขาจะภาคภูมิใจในการรับบทบาทเป็นลูกมือ และสามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายและเหมาะสมกับวัยอย่างอบอุ่น มีความสุข เต็มเปี่ยมไปด้วยทักษะและประสบการณ์ที่ดี

 

         อ้างอิง: [1], [2], [3], [4]

บทความแนะนำ

เตรียมพร้อมเด็กไทยสำหรับศตวรรษที่ 21
บล็อก

เตรียมพร้อมเด็กไทยสำหรับศตวรรษที่ 21

ครอบครัวและโรงเรียนยุคใหม่ควรมีบทบาทอย่างไรในการส่งเสริมให้เด็กไทยเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

222
สรุป 7 เทรนด์ในวงการ “Publishing” ของโลก
บล็อก

สรุป 7 เทรนด์ในวงการ “Publishing” ของโลก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก Digital Disruption

315
JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!
บล็อก

JOMO, FIRE, SINKs ชีวิตยุคนี้มีหลายสไตล์!

TK Park ชวนมองวิถีชีวิตของคน Gen ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจากเดิมไปตลอดกาล

156|อ่าน : 12 นาที
จงตก หมกมุ่น ผิดพลาดและเรียนรู้อย่างเห็บเหาอยู่ในเหว แล้วค่อยปีนขึ้นมาเป็นดาวฤกษ์”
บล็อก

จงตก หมกมุ่น ผิดพลาดและเรียนรู้อย่างเห็บเหาอยู่ในเหว แล้วค่อยปีนขึ้นมาเป็นดาวฤกษ์”

‘ตุ้ย’ เสกสรร อุ่นจิตติ ครีเอทีฟหาตัวจับยากของวงการโฆษณาในยุคหนึ่ง ที่ผันตัวเองมาเรียนรู้การทำการเกษตรภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไม่แปลก ไม่ปลูก” และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ‘จอน นอนไร่’

337
รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ
บล็อก

รดน้ำ พรวนดิน และกลิ่นหอม: 5 บทเรียนปลุกชีวิตให้ย่านทรงวาด-หัวลำโพงกลับมามีลมหายใจ

เมื่อลมหายใจของ"ทรงวาด" และ "หัวลำโพง" ฟื้นคืนจากคนตัวเล็ก ๆ ในชุมชน ผ่านศิลปะ การอ่านเมือง และการร่วมมือของคนหลากทักษะ จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนจากฐานรากของพื้นที่

186
TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”
บล็อก

TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”

วาเลนไทน์นี้ TK Park ชวนทำความรู้จักภาษาดอกไม้ (Floriography หรือ The Victorian Language of Flowers)

525|อ่าน : 12 นาที
พระจันทร์ของฉัน พระจันทร์ของเธอ
บล็อก

พระจันทร์ของฉัน พระจันทร์ของเธอ

TK Park เปิดเบื้องหลังกระบวนการสร้างสรรค์พระจันทร์จากคำบอกเล่าของผู้คนบนโลก โดยศิลปินเกื้อกมล นิยม

163|อ่าน : 12 นาที
ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก
บล็อก

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก

พื้นที่สบายใจให้ได้คิด ถกเถียง และเข้าใจกันและกัน

2682
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.