เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

จากบอร์ดเกมสู่การเรียนรู้แบบทรงพลัง

จากบอร์ดเกมสู่การเรียนรู้แบบทรงพลัง

990 | อ่าน : 12 นาที
2 สิงหาคม 2566

01.jpg

          ทุกวันนี้ บอร์ดเกม (Board Game) เกมกระดานที่เคยเป็นแค่กิจกรรมยามว่างของคนยุคก่อน ๆ กลายเป็นสื่อของเล่นยอดฮิตที่หลายคนอุทิศเวลาให้อย่างจริงจัง และมีการใช้ประโยชน์เพื่อเสริมสร้างทักษะและการเรียนรู้ที่ต่อยอดไปใช้ในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นกระแสความนิยมไปทั่วโลก และในเอเชียเองก็มีการจัดเทศกาลบอร์ดเกมนานาชาติเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ TK Park ด้วย

          TK Park จึงขอใช้โอกาสนี้ บอกเล่าถึงเรื่องราวและบรรยากาศจากงานเวิร์กช็อป TK Board Game Workshop Playful Learning: เปลี่ยนบอร์ดเกมโปรดเป็นการเรียนรู้แบบทรงพลัง ที่ผู้อำนวยการสถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ และอุปนายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย ‘วรุตม์ นิมิตยนต์’ หรือ ‘เทอร์โบ’ มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้วยตนเอง

          ในงานนี้ ทั้งน้อง ๆ วัยมัธยมฯ เหล่าผู้ปกครองและลูก ๆ และผู้ใหญ่ในวงการการศึกษาหรือผู้ที่รักการเล่นเกมอยู่แล้วก็ต่างมาเข้าร่วมกิจกรรม ได้ทำความรู้จักกับบอร์ดเกม และได้รับคำแนะนำถึงวิธีการเล่นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการใช้งานบอร์ดเกมอย่างเต็มศักยภาพ

02.jpg

รู้จักกับบอร์ดเกม

          บอร์ดเกม (Board Game) ประกอบด้วยกระดาน สื่อ หรืออุปกรณ์ที่จับต้องได้ แต่ละเกมมีอุปกรณ์และกติกาการเล่นแตกต่างกันออกไป โดยผู้ออกแบบจะกำหนดกติกา ซึ่งอาจมีทั้งแบบง่ายไปจนถึงกติกาที่ซับซ้อน บอร์ดเกมจึงแตกต่างไปเกมดิจิทัลตรงที่ผู้เล่นจะมีปฏิสัมพันธ์ พูดคุย หรือใช้กลยุทธ์เจรจาต่อรองกับผู้เล่นอื่นโดยตรงเพื่อดำเนินเกมให้บรรลุเป้าหมายตามกติกาที่กำหนด

          เทอร์โบแบ่งประเภทของบอร์ดเกมออกเป็น 4 ประเภท

  1. บอร์ดเกม Strategy เกมที่เน้นวางแผนและใช้กลยุทธ์ที่ผู้เล่นสามารถตัดสินใจได้เอง
  2. บอร์ดเกม Communication เกมที่เน้นการพูดคุยหรือเจรจาระหว่างกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เช่น เกม Werewolf ที่ต้องพูดคุยโกหกกันเองเพื่อหาคนร้าย 
  3. บอร์ดเกม Action ที่ต้องอาศัยความว่องไวในการสังเกต พูดคุย และประลองปัญญา 
  4. บอร์ดเกม Logic เกมที่มีคำตอบปลายทางอยู่แล้ว แต่ผู้เล่นจะต้องตามหาคำตอบนั้น ๆ ด้วยการแก้ไขปริศนาต่าง ๆ

03.jpg

          ส่วนใหญ่ข้างกล่องบอร์ดเกมจะระบุอายุที่เหมาะแก่การเล่นคือ 8 ขวบขึ้นไป เพราะวัย 8 ขวบเป็นวัยที่เริ่มความเข้าใจกฎกติกา หรือเข้าใจวิธีเล่นเกมว่าจะต้องใช้การเดาใจ หรือใช้กลยุทธ์ใดในการหลอกล่อเพื่อบรรลุเป้าหมายของเกม ทั้งนี้ ข้อดีอย่างหนึ่งของบอร์ดเกมก็คือ หากผู้ปกครองต้องการเล่นกับลูก ๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี ก็สามารถตัดทอนกฎกติกาบางข้อออกเพื่อให้เกมซับซ้อนน้อยลงได้ แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องอธิบายกระบวนการเล่น ไปจนถึงชวนคุยเนื้อหาของเกมเพื่อสร้างความเข้าใจให้เด็ก ๆ ก่อน เช่น ทำไมเกมนี้ถึงมีการโกหกกัน และทำไปเพื่ออะไร และอาจเปรียบเทียบว่าหากโกหกกันในชีวิตจริงอาจเกิดผลกระทบอะไรบ้าง

          “หากผู้เล่นมีความเข้าใจตัวเกมอย่างลึกซึ้ง เกมจะนำพาผู้เล่นไปค้นพบทักษะต่าง ๆ และพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีได้” เทอร์โบเล่า

04.jpg

 ประสบการณ์ที่เราเองก็เป็นเจ้าของได้

          เพื่อตอบคำถามที่ว่าบอร์ดเกมมีกระบวนการสร้างอย่างไร เทอร์โบได้ใช้เลนส์ของนักออกแบบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้อธิบายให้ฟังว่า บอร์ดเกมคือแบบจำลองที่ถอดออกมาจากชีวิตจริงอีกที ตัวอย่างเช่น  “ลูกเต๋า” มีที่มาจากเกมบันไดงู มีจุดตั้งต้นมาจากความต้องการจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาและการเวียนว่ายตายเกิด ให้คนในยุคหนึ่งเกิดความเชื่อว่า ‘มนุษย์ถูกกำหนดโดยโชคชะตา’ จึงมีการใช้ลูกเต๋าเพื่อเสี่ยงทายชะตาของผู้เล่นเกม 

          “ดังนั้น เมื่อผู้สร้างเกมมองเรื่องนั้น ๆ ในชีวิตจริงเป็นอย่างไร ก็จะมำมุมมองนั้นมาถ่ายทอดลงในเกม แล้วตัดทอนรายละเอียดบางอย่างเพื่อความสะดวกของผู้เล่น บอร์ดเกมจะเปิดพื้นที่ให้คนได้ค้นพบตัวตนหรือทักษะต่าง ๆ ผ่านการเล่นเกม หรือการเข้าไปสู่โลกจำลองนี้ด้วยกัน เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรง ที่มีแต่คุณเท่านั้นที่จะค้นพบและสามารถเป็นเจ้าของได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอกให้เราต้องรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้”

05.jpg

เล่นอย่างไรให้เกิดการเรียนรู้

          หลักการเล่นบอร์ดเกมให้เกิดการเรียนรู้ เริ่มจากการเลือกเกมให้สอดคล้องไปกับทักษะที่ผู้เล่นจะได้รับ  “วิธีการเลือกเกมมี 2 แบบ อย่างแรก ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ให้ชัดเจนว่าอยากได้ทักษะอะไร แล้วเลือกเกมที่ส่งเสริมทักษะนั้น ๆ มาลองเล่นดู ส่วนอย่างที่สอง สมมติว่าเรามีเกมอยู่แล้ว ก็ลองเล่นเกมที่มี แล้ววิเคราะห์ดูว่า เกมนี้ให้ทักษะอะไร และนำพาเราไปสู่การเรียนรู้อะไร”  

          เทอร์โบได้นำ ‘12 ทักษะชีวิตที่จำเป็น’ (The 12 Core Life Skills) ของ UNICEF มาเป็นเป้าหมายของการพัฒนาแนวทางที่จะทำให้การเรียนรู้ระหว่างการเล่นบอร์ดเกม สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาทักษะชีวิตได้ โดยให้ผู้เล่นลองสังเกตตนเองดูว่า ได้ใช้ทักษะชีวิต 12 ด้านไหนบ้างระหว่างเล่นเกม

          ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เล่นบอร์ดเกม Chinatown ร่วมกัน โดยผู้เล่นแต่ละคนจะสวมบทเป็นชาวจีนที่ย้ายมาตั้งรกรากใน Chinatown และต้องซื้อที่ดินเพื่อสร้างธุรกิจของตัวเอง ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องเจรจาต่อรองโฉนดธุรกิจร้านค้ากับผู้เล่นคนอื่น ๆ เทอร์โบสร้างเงื่อนไขเพิ่มด้วยการกำหนดระยะการเล่นต่อรอบเพียง 15 นาที และให้ผู้เล่นจับคู่สร้างทีมเพื่อแลกเปลี่ยนธุรกิจกับฝ่ายตรงข้าม

06.jpg

          แน่นอนว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และมีผู้เล่นที่ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนด้วย ในเกมแรกจึงมีอาการเคอะเขินกันอยู่บ้าง แต่เวลาที่เร่งรีบก็เป็นตัวแปรหลักที่ทำให้แต่ละคนหยิบทักษะมาใช้โดยไม่รู้ตัว เช่น decision making หรือการตัดสินใจ ความกล้าที่จะคุยกับคนแปลกหน้า ทักษะ problem solving เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และทักษะอื่น ๆ เพื่อให้ได้ครอบครองพื้นที่เพื่อสร้างธุรกิจของตัวเอง 

          “บอร์ดเกมเป็นเกมที่ไม่ได้เน้นแค่ทักษะใดทักษะหนึ่ง เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ คุณจะค้นพบว่า ตนเองขุดอีกหลากหลายทักษะมาใช้ในการเล่น บอร์ดเกมยังทำให้คุณได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้น จากที่ปกติเราอาจไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกันเลย”ดังนั้น หลังจบเกมจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะมานั่งถอดบทเรียนการเรียนรู้ หรือ After play ชวนผู้เล่นพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่นเกม การถอดบทเรียนนี้ช่วยส่งเสริม critical thinking ทำให้การคิดวิเคราะห์ของเราดีขึ้น

          เทอร์โบนำทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory) ของ David A. Kolb มาใช้ถอดบทเรียนใน 4 ขั้นตอน ทฤษฎีดังกล่าวค่อย ๆ พาเราคิดทีละขั้นโดยไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้สมองได้มีเวลาประมวลผลและตกตะกอน

  • ขั้นที่ 1 Concrete Experience: ผู้เล่นได้เข้าไปเล่นบอร์ดเกมแล้วเป็นอย่างไร 
  • ขั้นที่ 2 Reflective Observation:  รู้สึกอย่างไรบ้าง ทำอะไร เห็นอะไรบ้าง
  • ขั้นที่ 3 Abstract Conceptualization: ได้บทเรียนอะไร เราได้ฝึกอะไรบ้าง
  • ขั้นที่ 4 Active Experimentation: เราสามารถเอาบทเรียนที่ได้ไปใช้จริงในชีวิตได้อย่างไร 

07.jpg

ประเมินผลเพื่อพัฒนาศักยภาพต่อไป

          การประเมินผลแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรก  “เล่นจนรู้จัก” คือการเล่นเพื่อให้เรารู้จักและเข้าใจเกมนั้น ๆ จนเริ่มวางแผนเพื่อเชื่อมโยงและปรับแผนเข้าสู่การเล่นในรอบต่อ ๆ ไป ส่วนระยะที่สอง “เล่นจนเข้าใจ” หรือเล่นจนแตกฉานในคอนเซ็ปต์ของเกม จนสามารถเข้าใจวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่เป็นเบื้องลึกของเกมนั้น ๆ 

          “เพราะการเล่นเกมนั้น เล่นครั้งเดียวไม่เพียงพอ ต้องเล่นบ่อย ๆ เพื่อให้มองเห็นคอนเซ็ปต์ของเกม ดังนั้น เราต้องประเมินว่าตัวเราอยู่ในระดับไหนแล้ว ลองสังเกตมุมมองของผู้เล่นคนอื่น ๆ แล้วบันทึกการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และนำสิ่งที่ได้มาพูดคุยกันหลังเล่นเกมจบเพื่อนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเกมมาใช้ในชีวิตจริง”

          สิ่งที่ค้นพบจากการเล่นเกม Chinatown ครั้งแรก คือสกิลการปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดให้รู้เท่าทันเกม ได้สังเกตการพูดคุยของผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อเรียนรู้กลยุทธ์การต่อรองมาใช้กับการเล่นของตัวเองบ้าง เกมนี้ยังทำให้เรากล้าตัดสินใจในเวลาที่จำกัดอย่างไม่ลังเล ซึ่งถ้าเราไม่ลองเล่นเกมนี้ เราก็คงไม่ได้สังเกตเห็นทักษะหรือศักยภาพนี้ที่มีอยู่ในตัวเอง

          บอร์ดเกมไม่เคยตัดสินผู้เล่นว่าเล่นแบบไหนคือถูกหรือผิด ทุกการเล่นคือการทดลอง สามารถปรับใช้ในชีวิตจริงได้ อย่างที่เทอร์โบกล่าวไว้ว่า “บอร์ดเกมคือการจำลองประสบการณ์มาให้เราได้ลองผิดลองถูก ลองทำความเข้าใจ ลองจนและลองรวยในเกม นี่แหละคือหัวใจสำคัญของบอร์ดเกม”

บทความแนะนำ

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!
บล็อก

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!

TK Park ส่งท้ายนิทรรศการ Le petit chef ที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67) โดยชวนพ่อแม่พาเด็ก ๆ หัดกินผัก

527|อ่าน : 10 นาที
อารมณ์ขันกับความจำและการเรียนรู้
บล็อก

อารมณ์ขันกับความจำและการเรียนรู้

อารมณ์ขันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจิตใจ และช่วยให้เรียนได้ดีขึ้น

211
ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก
บล็อก

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก

พื้นที่สบายใจให้ได้คิด ถกเถียง และเข้าใจกันและกัน

2664
แสวงหาตัวตน เข้าใจชีวิต
บล็อก

แสวงหาตัวตน เข้าใจชีวิต

การมีอัตลักษณ์หรือตัวตนสำคัญมากแค่ไหน ทุกคนจำเป็นต้องตามหาหรือเปล่า

561
จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง
บล็อก

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

สำรวจมุมมองจากคนทำหนังสือและร้านหนังสืออิสระ เมื่อการอ่านไม่ได้จบลงที่หน้าสุดท้าย แต่ต่อยอดเป็นบทสนทนา กิจกรรม และความสัมพันธ์ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับร้านและย่าน

1651
เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้
บล็อก

เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้

ชวนมอง “ชุมชน” ในรูปแบบใหม่ เมื่อห้องสมุดและพื้นที่เรียนรู้สาธารณะช่วยลดความโดดเดี่ยว เติมพลังให้พ่อแม่ และเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ

1380
AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์
บล็อก

AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์

TK Park ย้อนชมกิจกรรมในวาระครบรอบ 20 ปีของ TK Park โดย MIT Media Lab, Creatorsgarten และพิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี

457|อ่าน : 10 นาที
ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)
บล็อก

ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)

เรื่องราวของนิทานได้ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยก่อนจะถูกเคลือบน้ำตาลอีกชั้นเพื่อให้เข้าถึงเด็กเล็กๆ ได้มากขึ้น

6657
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.