เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

อารมณ์ขันกับความจำและการเรียนรู้

อารมณ์ขันกับความจำและการเรียนรู้

211
6 มิถุนายน 2566

Laughing good for remembering.jpg

           ผลการวิจัยชี้ว่า อารมณ์ขันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจิตใจ และช่วยให้เรียนได้ดีขึ้นด้วย

           เอริน ไร้ท์ นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้นส์ กลัวเลขถึงขั้นหวาดผวา แน่นอนว่าเธอไม่อยากเรียนชีวสถิติ ที่เป็นวิชาบังคับ แต่พอลงเรียนจริง เธอกลับพบว่าทุกอย่างราบรื่นกว่าที่คิดไว้มาก เธอมั่นใจในการนำทฤษฎีสถิติไปใช้วิเคราะห์ผลการวิจัยทางการแพทย์ เพราะดร.รอน เบิร์ค อาจารย์ผู้สอนมีวิธีสอดแทรกมุกตลกและทำให้ตัวเลขกลายเป็นเรื่องสนุก

Laughing in good for remembrance.jpg

          อาจารย์เบิร์คนำวัฒนธรรมป๊อปอย่างละครเพลง “ออล แดท แจซซ์” (All That Jazz) มาให้นักศึกษาแสดงในห้อง แล้วจู่ๆ ดนตรีก็หยุด เพราะถูกจู่โจมโดยกลุ่มตัวละครในชุดสเวตเตอร์ฮู้ดจาก “ร็อคกี้” เปรียบเทียบให้เห็นการสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มทางสถิติในแบบที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ใช้ความคิด

          “เมื่อผมเข้ามาในห้องเรียน ผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศให้ทุกคนสนุกกับเนื้อหา ถึงแม้จะยากหรือซับซ้อนก็ตาม” เบิร์คกล่าว เขาเขียนหนังสือเกี่ยวกับการสอนอย่างสนุกสนานไว้หลายเล่ม เพราะเชื่อว่าอารมณ์ขันช่วยลดความกลัวและความกระวนกระวายลงได้ แต่การใช้ความสนุกให้ได้ผลก็ต้องมีไว้เพื่อเสริมเนื้อหา ไม่ใช่เน้นแต่ตลกจนเสียสมาธิในการเรียน 

          มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่า การสอดแทรกความสนุกสนานในชั้นเรียนจะช่วยลดความกระวนกระวาย เสริมการมีส่วนร่วม และเป็นแรงผลักดันให้นักศึกษาสนใจเนื้อหา รวมทั้งช่วยให้มีผลงานที่ดีขึ้นได้ และนักศึกษาก็ให้คะแนนประเมินอาจารย์ที่สอนสนุกสูงกว่าอาจารย์อื่นๆ ด้วย

 

          เมื่อเรามีอารมณ์ขัน สมองจะได้รับรางวัลเป็นสารโดพามีนที่หลั่งออกมากระตุ้นแรงจูงใจ ให้มีความมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมาย เสริมความจำระยะยาว อารมณ์ขันจึงมีประโยชน์สำหรับนักเรียนนักศึกษาทุกวัย

          อี.บี.ไวท์ นักเขียนชาวอเมริกันเจ้าของผลงานหนังสือสำหรับเด็กชื่อดังได้กล่าวไว้ว่า “การผ่าวิเคราะห์อารมณ์ขัน จะทำให้มันตายเหมือนการผ่ากบ” แต่การวิเคราะห์นั้นก็จำเป็นสำหรับครูอาจารย์ เพื่อให้ใช้พลังของอารมณ์ขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากสร้างความสนุกสนานให้ห้องเรียนมีบรรยากาศที่ดี ยังต้องส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย 

Laughing is for learning.jpg

          อารมณ์ขันสร้างบรรยากาศที่ดีในห้องเรียนได้อย่างไร? นอกจากช่วยสร้างความสนุกสนาน การหัวเราะยังติดต่อถึงกัน และช่วยผ่อนคลายลดกำแพง เพิ่มความสนิทสนมในกลุ่มได้ด้วย

          ในส่วนของการเรียนรู้ เมื่อสมองพบกับข้อมูลขัดแย้งน่าสงสัย แล้วแก้ปริศนานั้นได้ เราก็อาจจะยิ้มหรือหัวเราะออกมาอย่างโล่งใจ ในทางกลับกัน อารมณ์ขันยังกระตุ้นความสงสัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียน จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมอารมณ์ขันจึงช่วยเสริมความจำได้ดี งานวิจัย A Pew Research Poll แสดงให้เห็นว่า ผู้ชมรายการข่าวที่นำเสนออย่างมีอารมณ์ขันเช่น The Daily Show และ The Colbert Report จดจำเนื้อหาได้ดีกว่าคนที่อ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูข่าวจาก CNN, Fox News หรือช่องข่าวทั่วไป 

           มีงานวิจัยที่อธิบายได้ว่า เหตุใดเราจึงจดจำสิ่งที่ทำให้เราหัวเราะ อย่างเช่น ช่วงเวลาตลกๆ สมัยเรียนมัธยม หรือรายละเอียดจากหนังตลกที่ได้ดูเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ผลการวิจัยทางประสาทวิทยาเปิดเผยว่า อารมณ์ขันกระตุ้นโดพามีนได้อย่างมีระบบ และงานวิจัยเกี่ยวกับความจำก็แสดงว่า โดพามีนกระตุ้นให้เกิดแรงผลักดันสู่เป้าหมาย และการสร้างความจำระยะยาว นอกจากนี้ งานวิจัยทางการศึกษายังพบว่า การใช้อารมณ์ขันอย่างถูกวิธี ช่วยพัฒนาความจำให้นักเรียนได้ตั้งแต่วัยอนุบาลถึงวิทยาลัย

leaning Laughing.jpg

          แล้วต้องใช้อารมณ์ขันอย่างไรจึงจะถูกวิธี? มีงานวิจัยหนึ่งที่ให้นักศึกษาวิทยาลัย 400 คน ประเมินอาจารย์ว่าใช้มุกตลกได้เหมาะสมหรือไม่ ได้ผลอย่างไร และนักศึกษารู้สึกอย่างไรต่อมุกตลกนั้น ผลก็คือ การใช้อารมณ์ขันที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาจะช่วยเพิ่มความจำ แต่มุกตลกผิดที่, มุ่งร้าย หรือนอกประเด็นจะไม่มีประโยชน์อะไร ผลการศึกษายังพบด้วยว่า บางครั้งอารมณ์ขันที่ดีก็อาจไม่ช่วยเรื่องความจำ นักศึกษาอาจมองว่าอาจารย์บางท่านตลกดี แต่มุกเหล่านั้นอาจแค่เรียกความสนใจโดยไม่ได้ทำให้จำได้ งานวิจัยจึงสรุปว่า ถ้าต้องการพัฒนาความจำ ต้องเลือกใช้อารมณ์ขันให้เหมาะสม และเชื่อมโยงกับหัวข้อที่สอน จึงจะได้ผลดี

          การเรียนการสอนบางวิชา เช่นเรื่องสถิติ อาจดูไม่น่าจะใช้อารมณ์ขันเข้าไปช่วยให้จดจำได้ แต่เมื่อทำการทดลองให้นักศึกษาวิทยาลัยฟังบรรยายวิชาสถิติ เปรียบเทียบระหว่างการสอดแทรกมุกตลก กับไม่มีอารมณ์ขัน แล้วให้ทำแบบทดสอบตามหัวข้อ รวมทั้งแบบสอบถามเรื่องความรื่นรมย์ในการเรียน ผลการวิจัยพบว่า การเสริมอารมณ์ขันที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนช่วยให้นักศึกษาจดจำได้ดีกว่า และสนุกกับการเรียนมากกว่าด้วย

          สำหรับการใช้อารมณ์ขันให้เหมาะกับวัยของผู้เรียนนั้น ผู้สอนอาจจะรู้สึกลำบากใจหรือประหม่าถ้าต้องเล่นมุกกับนักเรียนวัยรุ่นที่คอยจับผิดเพ่งเล็งครู แต่งานวิจัยพบว่า วัยรุ่นมีแนวโน้มจะปล่อยและรับโดพามีนได้มากกว่าผู้ใหญ่ จึงตอบสนองต่ออารมณ์ขันในบทเรียนได้ดีเป็นพิเศษ ครูจึงควรลองเล่าเรื่องตลก หรือให้นักเรียนใช้อารมณ์ขันในการนำเสนอรายงานหรืออภิปรายหัวข้อต่างๆ อาจลองดูตัวอย่างไอเดียอารมณ์ขันสำหรับสอนชั้นมัธยมปลายได้ที่ Teach like a Pirat (https://daveburgess.com/)

          ที่จริงรายการทีวีสำหรับเด็กชื่อดังอย่าง Sesame Street ใช้อารมณ์ขันช่วยสอนมาหลายสิบปีแล้ว เรายังจำโกรเวอร์กับมุกตลกเหลวไหลของเขา, ความสับสนของมิสเตอร์นู้ดเดิ้ล และความพยายามของบิ๊กเบิร์ดที่อยากจะบอกให้เพื่อน ๆ เชื่อว่ามิสเตอร์สนัฟฟลูพากัสมีอยู่จริงได้เป็นอย่างดี นักวิจัยจึงเลือกบางบทบางตอนจาก Sesame Street มาใช้ในการทดสอบผลที่อารมณ์ขันมีต่อความจำและความมีส่วนร่วมในเด็กเล็ก โดยให้เด็กนักเรียนอนุบาลและชั้นประถมหนึ่งดูรายการแบบที่มีและไม่มีมุกตลก เมื่อมาทดสอบเนื้อหา เด็กที่ดูรายการแบบมีมุกตลกทำคะแนนได้สูงกว่า และมีส่วนร่วมมากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วยังสนใจเลยไปถึงเนื้อหาส่วนอื่นที่ไม่ได้แทรกมุกตลก รวมทั้งจดจำบทเรียนโดยรวมได้ดีกว่าด้วย

          ดร. เจนนิ่งส์ ไบรอัน นักวิจัยการสื่อสารจากมหาวิทยาลัยอลาบามา ที่ปรึกษาสคริปต์รายการ “เซซามี สตรีท ผู้ศึกษาเรื่องอารมณ์ขันในห้องเรียน และทำโครงการวิจัย 22 งานระหว่างปี 1969 – 2000 เรื่องอารมณ์ขันกับการศึกษา  พบว่า ถึงแม้อารมณ์ขันจะช่วยให้การเรียนรื่นรมย์ขึ้น แต่ก็ต้องปรับให้เข้ากับผู้เรียน ตามความต้องการที่จะดึงดูดความสนใจ, สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในห้องเรียน หรือลดความกระวนกระวายในการสอบ  เพราะการใช้อารมณ์ขันมากเกินไปอาจทำให้นักเรียนเฝ้ารอมุกตลกจนพลาดสารสำคัญที่อาจารย์อยากจะสื่อ 

leaning-Laughing.jpg

          ในช่วงปีแรก ๆ ของ “เซซามี สตรีท” ดร.ไบรอันท์แนะนำให้นักเขียนบทสอดแทรกอารมณ์ขันตลอดทั้งรายการเพื่อผูกโยงกับบทเรียนและทำให้เด็ก ๆ สนใจ โดยกุญแจสำคัญอยู่ที่ ต้องคิดมุกผ่านสายตาของผู้ชมหรือนักเรียน “อาจารย์ส่วนใหญ่คิดแบบอาจารย์ ซึ่งที่จริงไม่ควรทำแบบนั้น” ไบรอันท์บอก “เวลาสอนผมจะคิดถึงนักศึกษาเป็นหลัก ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผม ผมจะแตะประเด็นต่างๆ ที่นักศึกษาต้องการเรียนรู้ และคำนึงถึงวัฒนธรรมของพวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้เข้าใจเนื้อหาในแบบของพวกเขาเอง”

           สรุปได้ว่า การใช้อารมณ์ขันช่วยเพิ่มการจดจำบทเรียนนั้น มีเคล็ดลับดังต่อไปนี้:

           ควร

               - ใช้อารมณ์ขันสร้างความรื่นเริงให้ห้องเรียน

               - ใช้อารมณ์ขันสร้างความสนิทสนมในกลุ่ม

               - ใช้อารมณ์ขันให้เหมาะกับบทเรียน

               - ใช้อารมณ์ขันให้เหมาะกับวัย

               - สอดแทรกอารมณ์ขันระหว่างเนื้อหาและการฝึกซ้ำ

           ไม่ควร

               - ประชดเสียดสี

               - ใช้อารมณ์ขันที่เป็นตลกร้ายแบบไม่เหมาะสมหรือล้อเลียน

               - ตลกแบบบังคับยัดเยียด

               - เล่นมุกมากจนเกินไป

          จากสถิติและงานวิจัยที่รวบรวมมาตลอด 40 ปีเรื่องอารมณ์ขันกับการเรียนรู้ชี้ชัดว่า อารมณ์ขันช่วยเสริมความสัมพันธ์ของผู้คน และอารมณ์ขันที่เหมาะสม ไม่เล่นมุกรุนแรง จะช่วยในการเรียนรู้ได้ด้วย การสอดแทรกอารมณ์ขันเข้าไประหว่างการสอนและการฝึกซ้ำๆ จะเป็นประโยชน์ แต่ผู้เขียนบทวิเคราะห์นี้ก็เตือนด้วยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอารมณ์ขันโดยธรรมชาติ ครูจึงไม่ควรบังคับยัดเยียด เพราะความพยายามเล่นมุกฝืดจะกลายเป็นเคอะเขินและไม่ได้ผล นอกจากนี้ยังต้องระวังความคิดต่าง เช่นนักเรียนวัยรุ่นอาจจะไม่เข้าใจมุกตลกร้ายเสียดสีเป็นต้น

          การวิจัยเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้อารมณ์ขันอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาและแนวคิด เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมความจำได้ดี และเรายังสามารถนำระบบรางวัลโดพามีนมาใช้ในการกระตุ้นสมองให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อีกด้วย

 

ที่มา

https://www.edutopia.org/blog/laughter-learning-humor-boosts-retention-sarah-henderson?fbclid=IwAR14zcCEugXsi4CLTiM8J-x3wH-ZuX3NfDwjSmne4ydcfD58C1w-flTRtjA

https://www.apa.org/monitor/jun06/learning?fbclid=IwAR2NLjPMfkQWHBIqnyPXvdEUKo94IT2Kvrb458gZNY0pNchSjXjb9EcxBSc 

บทความแนะนำ

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก
บล็อก

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก

พื้นที่สบายใจให้ได้คิด ถกเถียง และเข้าใจกันและกัน

2664
แสวงหาตัวตน เข้าใจชีวิต
บล็อก

แสวงหาตัวตน เข้าใจชีวิต

การมีอัตลักษณ์หรือตัวตนสำคัญมากแค่ไหน ทุกคนจำเป็นต้องตามหาหรือเปล่า

561
จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง
บล็อก

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

สำรวจมุมมองจากคนทำหนังสือและร้านหนังสืออิสระ เมื่อการอ่านไม่ได้จบลงที่หน้าสุดท้าย แต่ต่อยอดเป็นบทสนทนา กิจกรรม และความสัมพันธ์ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับร้านและย่าน

1651
เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้
บล็อก

เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้

ชวนมอง “ชุมชน” ในรูปแบบใหม่ เมื่อห้องสมุดและพื้นที่เรียนรู้สาธารณะช่วยลดความโดดเดี่ยว เติมพลังให้พ่อแม่ และเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ

1380
AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์
บล็อก

AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์

TK Park ย้อนชมกิจกรรมในวาระครบรอบ 20 ปีของ TK Park โดย MIT Media Lab, Creatorsgarten และพิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี

457|อ่าน : 10 นาที
ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)
บล็อก

ความลับดำมืดของนิทานคลาสสิก (ที่แม่ไม่เคยเล่าก่อนนอน)

เรื่องราวของนิทานได้ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยก่อนจะถูกเคลือบน้ำตาลอีกชั้นเพื่อให้เข้าถึงเด็กเล็กๆ ได้มากขึ้น

6657
‘ครอบครัว เพื่อน และคนรัก’ สิ่งเล็กๆ ที่ผลักดันให้ชีวิตมีความสุข
บล็อก

‘ครอบครัว เพื่อน และคนรัก’ สิ่งเล็กๆ ที่ผลักดันให้ชีวิตมีความสุข

ชวนล้อมวงอ่านเรื่องความรักความสัมพันธ์กับ 4 วิทยากร ผู้เข้าใจชีวิตและความรัก

3140
สร้างนักเรียนรู้ ค้นเจอสิ่งที่ชอบ แก้ปัญหาได้... 3 หลักเลี้ยงลูกยุคใหม่
บล็อก

สร้างนักเรียนรู้ ค้นเจอสิ่งที่ชอบ แก้ปัญหาได้... 3 หลักเลี้ยงลูกยุคใหม่

ทักษะสำคัญที่เด็กจะนำมาใช้รับมือกับชีวิตในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่

193
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์