เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

9 เล่มอ่านชาร์จพลัง เตรียมกลับไปทำงานอย่างสดใส

9 เล่มอ่านชาร์จพลัง เตรียมกลับไปทำงานอย่างสดใส

783
11 มกราคม 2565

9Book-web-Cover.png

          วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปอาจทำให้การทำงานของใครหลายๆ คนเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้นและอาจจะเหนื่อยหนักมากกว่าที่เคยผ่านมา หลายคนรู้สึก Burn out กับงานที่กำลังทำอยู่ อย่าเพิ่งหมดหวังและถอดใจก่อนจะได้อ่านหนังสือทั้ง 9 เล่ม ที่จะมาปลุกไฟให้คนวัยทำงานทุกคนได้กลับไปทำงานอย่างสนุกและสดใสเหมือนครั้งที่ผ่านมา

9Book-web-717-01.png

          1.ได้เวลาชาร์จพลัง  (Are You Fully Charged?: The 3 Keys to Energizing Your Work and Life)
           ผู้แต่ง Tom Rath
           ผู้แปล รสลินน์ ทวีกิตติกุล
          ‘Burnout’ อาการยอดฮิตของมนุษย์ออฟฟิศในช่วงนี้จะเพราะการที่ต้อง Work from home ที่ไม่ได้ไปเจอใคร ชีวิตการงานกับส่วนตัวที่แทบจะแยกกันไม่ออก จนทำให้ใครหลายคนหมดใจและหมดไฟในการทำงาน สูดหายใจเข้าลึก ๆ สักหน่อย ให้เวลาตัวเองได้พักและอ่านหนังสือเล่มนี้ ‘ได้เวลาชาร์จพลัง : Are You Fully Charged?’ หนังสือที่รวบรวมงานวิจัยและบทสัมภาษณ์จากนักวิชาการจากหลายสาขา ที่จะมาเผยความลับในการพักผ่อนให้คุณกลับมามีพลังในการทำงานอีกครั้ง
         ภายในเล่มจะเริ่มจากส่วนแรกที่พูดถึงเรื่องความหมายในการทำงานเพราะเราต้องรู้จักว่าอะไรคือ Passion ที่ขับเคลื่อนในการทำงานของเรา ส่วนที่สองจะเล่าถึงความสัมพันธ์เพราะความสัมพันธ์ที่ดีจะเป็น Save zone ให้เราอุ่นใจและมีพลังในการออกไปจัดการกับปัญหาต่างๆ ในชีวิตและที่ทำงาน ส่วนสุดท้ายจะเล่าถึงพลังลงาน เพราะร่างกายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตเราต้องรู้จักวิธีดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรงเพื่อสร้างเสริมให้เรามีพลังในการทำงานได้ต่อไป เชื่อว่าหลังจากอ่านเล่มนี้จบแล้วการพักผ่อนของเราจะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ผ่านมา

9Book-web-717-02.png

          2. คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design Thinking
          ผู้แต่ง Bill Burnett และ Dave Evans
          ผู้แปล นรา สุภัคโรจน์
          คนทำงานหลายๆ คนอาจรู้สึกว่าหลงทางกับงานที่ทำอยู่จนหมดพลังในการทำงาน เพราะไม่รู้สึกถึงความหมายในงานที่ทำอยู่ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรคือความหมายในการทำงานที่ตัวเองกำลังตามหา ‘Designing Your Life : คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design Thinking’ หนังสือที่จะมาช่วยเป็นเข็มทิศให้คุณพบชีวิตที่ตามหา 
           คำว่า ‘ชีวิตที่ดี’ ที่เป็นเป้าหมายที่ใครหลายคนตามหา แต่ทว่าชีวิตไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ที่มีสูตรสำเร็จตายตัว เราต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่ไม่คาดคิด ปัญหาที่มีเฉพาะชีวิตของเรา  การจะฝ่าปัญหาเหล่านั้นอาจต้องอาศัยวิธีคิดที่จะมองให้เห็นถึงปัญหาและแก้ไขได้อย่างถูกจุดและนี่คือหนังสือที่จะนำเอาวิธีคิดแบบ Design Thinking มาออกแบบและหาทางออกให้กับชีวิตในแบบฉบับของตัวเอง

9Book-web-717-03.png

          3. เท่าทันอารมณ์ก็เข้าใจตัวเอง 
          ผู้แต่ง Susan David
          ผู้แปล วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม
          ‘อารมณ์’ สิ่งที่เรามีติดตัวกันมาตั้งแต่เกิดทั้งความเศร้า, ดีใจ, เครียด, หงุดหงิด, โกรธ และอีกหลายอารมณ์ที่เรามีอยู่ในตัวเรา แต่เรารู้จักและจัดการสิ่งที่เรียกว่า ‘อารมณ์’ ดีแค่ไหน? นี่อาจเป็นคำถามที่ใครหลายคนไม่เคยถามตัวเองเลยสักครั้ง ซึ่งการไม่รู้เท่าทัน ไม่เข้าใจ ทำให้ไม่สามารถจัดการอารมณ์ได้อย่างถูกวิธี จนกลายเป็นปัญหาในชีวิตที่เราต้องเผชิญทั้งปัญหาในครอบครัว ในที่ทำงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับตัวเอง
         Emotional Agility หนังสือที่จะเป็นคู่มือในการทำความเข้าใจและเรียนรู้จักอารมณ์ของตัวเองกันใหม่อีกครั้ง ผ่านเรื่องเล่าปละประสบการณ์ของ ซูซาน เดวิดนักวิชาการและการเป็นที่ปรึกษาด้านอารมณ์มานานกว่า 20 ปี หลังอ่านจบเชื่อว่าจะสามารถรู้เท่าทันและเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและมีความสุขกับชีวิตได้มากว่าที่ผ่านมา

9Book-web-717-04.png

           4. นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ  
           ผู้แต่ง ฮาวัน
           ผู้แปล ตรองสิริ ทองคำใส
           ‘ชีวิตที่ดีมันต้องแบบไหนกันนะ?’ หนังสือจากปลายปากกาของนักเขียนและนักวาดภาพประกอบที่ตั้งคำถามกับชีวิตว่าสิ่งที่เรากำลังพยายามกันอยู่ในทุกวันนี่มันคือความต้องการของใครกันแน่ เราต้องการชีวิตแบบที่เป็นอยู่จริงๆ ใช่ไหม นี่คือคำถามใหญ่ๆ ในชีวิตที่เราไม่เคยคิดจะตั้งคำถาม 
           หนังสือที่จะมาตั้งคำถามพร้อมกับฉีกนิยามความสำเร็จที่เราเชื่อกันไปอย่างไม่เคยสงสัย ที่เขียนจากประสบการณ์ในชีวิตจริงของ ฮาวัน นักวาดภาพประกอบที่กล้าที่จะลาออกมาทดลองใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเชื่อดูสักครั้ง ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร มีอะไรที่เขาค้นพบระหว่างที่ลาออกมาบ้างติดตามอ่านไปได้พร้อมกันในเล่ม เป็นเล่มที่เหมาะสำหรับใครที่รู้สึกเหนื่อยหนักกับชีวิตจนอยากลาออกจากงานที่ทำอยู่ (แอบบอกว่าอ่านง่ายและภาพประกอบน่ารักมาก)

9Book-web-717-05.png

          5. คู่มือแห่งความหวังในโลกสุดเฮงซวย
          ผู้แต่ง Mark Manson
          ผู้แปล ยอดเถา ยอดยิ่งถ้ากำลังรู้สึกว่าชีวิต สังคมหรือโลกใบนี้มันช่างเฮงซวยอย่างไร้ทางออก ถ้ากำลังคิดแบบนั้นอยู่แล้วล่ะก็เราขอแนะนำหนังสือที่ขีดฆ่าคำว่าโลกสวยออกไปได้เลย และแน่นอนไม่มีคำคมคอยปลอบใจ เพราะ Mark Manson จะมาก่นด่าความเฮงซวยของโลกใบนี้ไปพร้อมกับคำแนะนำที่ไม่เหมือนใคร ให้ได้เห็นวิธีคิดในมุมใหม่ๆ ด้วยการผสานหลักปรัชญา ศาสนา จิตวิทยา ธุรกิจ และการเมือง ให้ได้คิดถึงและเห็นโลกแบบที่อาจไม่เคยคิดถึงมาก่อน
          ภายในเล่มจะเขียนถึงความหวังและความเฮงซวยของชีวิต ที่จะชวนทุกคนมาทบทวนถึงความเป็นจริงของชีวิตและโลกใบนี้ ที่เราเชื่อและใช้ชีวิตตามกันไปอย่างไม่มีการตั้งคำถามจนเป็นบ่อเกิดของความรู้สึกหมดหวังและความเฮงซวยทั้งปวงในชีวิตที่เรากำลังเผชิญ ความหวังในชีวิตที่เรากำลังโอบกอดอยู่อาจเป็นจุดปัญหาที่ทำให้เรารู้สึกหมดหวังก็ได้ มาร่วมทบทวนมุมมองในชีวิตกันอีกครั้งเพื่อให้เราก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจและเปี่ยมไปด้วยพลังกันอีกครั้ง

9Book-web-717-06.png

          6. 52 วิธีคิดให้ได้อย่างเฉียบคม 
          ผู้แต่ง Rolf Dobelli
          ผู้แปล อรพิน ผลพนิชรัศมี
           หนังสือยอดขายทะลุ 1 ล้านเล่ม จนเป็นขายดีอันดับ 1 ในเยอรมนี เพราะทุกการตัดสินใจของเราเต็มไปด้วยอคติและอารมณ์ อย่างที่เราไม่รู้สึกตัวหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราได้มาทบทวนการตัดสินใจในมุมมองอื่นๆ จากงานวิจัย ที่จะมาช่วยปัดเป่าเมฆหมอกที่ปกคลุมความคิดและการตัดสินใจของคุณให้ไม่ผิดพลาดเหมือนอย่างที่ผ่านมา โดยที่สามารถนำไปปรับใช้ได้เลย ให้ทุกคนสามารถตัดสินใจอย่างเฉียบคมอ่านสถานการณ์ได้อย่างชาญฉลาด
         ในเล่มจะแบ่งออกเป็น 52 บทย่อยๆ ยกตัวอย่างในกรณ์การตัดสินใจ เช่น เหตุผลที่ ikea มีศูนย์อาหารอยู่ภายใน เพราะว่ามนุษย์มีความอ่อนล้าในการตัดสินใจและสูญเสียพลังงานมาก จนรู้สึกเหนื่อยและไม่อยากตัดสินใจในที่สุด ศูนย์อาหารใน ikea จะเป็นที่พักก่อนจะไปตัดสินใจเลือกสินค้าต่อนั่นเอง หรือปัญหาของค่าเฉลี่ย ในสถานการณ์สมมติคน 50 คนมีเงิน 10 ดอลล่าทุกคนจะมีเงินเฉลี่ย 10 ดอลล่าเท่ากัน แล้วจู่ๆ บิลเกต ก็เดินขึ้นมา ค่าเฉลี่ยก็เลยกลายเป็นคนละหลายล้านดอลล่า ซึ่งค่าเฉลี่ยไม่ได้สะท้อนความจริงที่เป็นเท่าไหร่นัก นี่เป็นเพียงตัวอย่างของเรื่องที่จะทำให้เราได้ทบทวนกับการตัดสินใจของตัวเองกันอีกครั้งก่อนจะเริ่มตัดสินใจทุกครั้ง

9Book-web-717-07.png

          7. ชีวิตศตวรรษ 
          ผู้แต่ง Lynda Gratton และ Andrew Scott
          ผู้แปล วารีรัตน์ อันวีระวัฒนา
          ในอนาคตไม่ไกลนี้เราจะกลายเป็นมนุษย์รุ่นแรกที่มีอายุเฉลี่ยถึง 100 ปี เมื่ออายุเฉลี่ยของมนุษย์ยืนยาวกว่าที่ผ่านมา แผนการใช้ชีวิตต้องมีการปรับเปลี่ยนกันครั้งใหญ่ เราจะจัดการการงาน การเงิน การศึกษา ความสัมพันธ์และการรักษาสุขภาพได้อย่างไร เพื่อให้อายุ 100 ปีเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขไม่ใช่การทนอยู่อย่างทุกข์ทนและไร้ความหมาย นี่คือโจทย์ที่ใหญ่ที่ท้าทายของโลกและมนุษยชาติ เพื่อการวางแผนให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีแบบแผนในโลกอนาคตหลังจากนี้ที่เรากำลังไปถึง
          ภายในเล่มจะจำแนกให้เห็นถึงทรัพยากรและองค์ประกอบในการใช้ชีวิตของเราทุกคน ทั้งในเรื่องของการงาน ความสัมพันธ์ ทรัพย์สินและเวลา โดยอ้างอิงจากหลังสถิติย้อนหลังเพื่อเล่าให้เห็นถึงความเป็นจริงที่เรากำลังเผชิญในอนาคต ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ตำแหน่งงานที่ลดลง ครอบครัวและความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป เวลาที่ใช้ในการศึกษาที่มากขึ้น หลายองค์ประกอบในชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างที่เราไม่คิดนึกถึงและไม่อาจใช้วิธีคิด วิธีจัดการชีวิตแบบเก่าๆ มาใช้ได้อีกต่อไป หนังสือเล่มนี่จะพาทุกคนไปขบคิดถึงรูปแบบชีวิตในอนาคตที่ทุกคนต้องออกแบบด้วยตัวเองก่อนที่มันจะมาถึง

9Book-web-717-08.png

           8. หลักสูตรลงมือทำทันที จาก Stanford 
           ผู้แต่ง Bernard Roth 
          ‘ชีวิตไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่คิด แต่มันจะเป็นไปตามสิ่งที่ทำ’ หลายครั้งที่เรามีไอเดียดีๆ ผุดขึ้นมามากมายมีหลากหลายเรื่องที่อยากทดลองทำดูสักครั้ง แต่แค่ผ่านไปไม่กี่วันไฟที่เคยลุกก็ม้อดลงไปก่อนจะได้ลงมือทำอะไรไปซะแล้ว ถ้าคุณเคยมีปัญหาแบบนี้อยู่ล่ะก็เราขอแนะนำหนังสือที่จะมาช่วยคุณแก้ปัญหาให้คุณหยุดคิดและเริ่มทำกันสักที
           ‘หลักสูตรลงมือทำทันทีจาก Stanford’ เป็นหนังสือจาก Bernard Roth อาจารย์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ผู้ร่วมก่อตั้งสถานบัน D.School สถาบันที่สร้างผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกมาแล้วมากมาย Bernard Roth ค้นพบว่าการที่ใครหลายคนไม่ได้เริ่มลงมือทำอะไรอย่างที่ตัวเองต้องการสักทีเพราะว่าติดกับความคิดมากเกินไป กังวลถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจนไม่ได้เริ่มลงมือทำอะไรสักที ด้วยเหตุนั้นเขาจึงเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาภายใน 10 บท ที่จะมาชวนทุกคนทบทวนพฤติกรรมและความคิดที่คอยฉุดรั้งตัวเองไว้ ให้กล้าที่จะคิดและลงมือทำอย่างเป็นระบบ

9Book-web-717-09.png

       9. วิธีเอาตัวรอดในวงล้อมคนงี่เง่า
        ผู้แต่ง Thomas Erikson
        ผู้แปล ประเวศ หงษ์จรรยา
        รู้สึกบ้างไหมว่ารอบตัวเราเต็มไปด้วยคนที่งี่เง่า คนที่เราไม่สามารถสื่อสารหรือทำงานด้วยกันได้ เหมือนกับว่าเราคุยกันคนล่ะภาษา ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง คนที่เรามองว่าเขาช่าง ‘งี่เง่า’ ‘ไร้เหตุผล’ ‘เจ้าอารมณ์’ แต่ Thomas Erikson ไม่ได้คิดอย่างนั้น นี่ล่ะคือจุดกำเนิดของหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้เราได้เข้าใจเบื้องหลังบุคลิคและการกระทำของใครบางคนที่เราไม่เคยเข้าใจ
         Thomas Erikson เขียนหนังสือเล่มนี้โดยการศึกษางานเขียนของนักปรัชญากรีก ทฤษฎีจิตวิทยาสมัยใหม่ ทำให้เขาได้พบว่าจริงๆ แล้วเหตุผลของการทพเลาะเบาะแว้งหรือความไม่เข้าใจกัน นั้นมีสาเหตุมาจากพื้นฐานของอุปนิสัยและบุคลิคที่แตกตต่าง โดยที่พวกเราไม่เคยรับรู้และเข้าใจความแตกต่างเหล่านั้นของกันและกัน นั่นคือเหตุผลที่เรารู้สึกว่าทุกคนล้วนงี่เง่า เอาแต่ใจ และเจ้าอารมณ์
         โดยที่ Thomas Erikson จะแบ่งคนออกเป็น 4 ประเภท โดยแต่ล่ะประเภทจะแทนตัวแต่ล่ะสี เช่น คนสีแดงเป็นคนที่มีภาวะผู้นำเอาผลสำเร็จเป็นที่ตั้งไม่รู้จักการรักษาน้ำใจคนอื่น, สีเหลืองเป็นคนที่มีวาทศิลป์ชอบเป็นจุดสนใจอยู่เสมอ, สีเขียวเป็นคนสงวนท่าทีไม่ชอบความขัดแย้ง และสีฟ้าเป็นคนที่เคร่งครัดในกฎระเบียบกติกาเจ้าระเบียบเถรตรง ด้วยความแตกต่างของเราเหล่านี้เองที่ทำให้เราไม่เข้าใจและทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง เชื่อว่าเมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้จบคุณจะรู้จักและเข้าใจตัวเองและวิธีการทำงานกับคนอื่นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

บทความแนะนำ

ฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ กับธุรกิจสิ่งพิมพ์
บล็อก

ฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ กับธุรกิจสิ่งพิมพ์

วิธีการปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้

166
สรุป: ดาบพิฆาตอสูร จากปฐมบท ถึงการสั่งสอนของเสาหลัก
บล็อก

สรุป: ดาบพิฆาตอสูร จากปฐมบท ถึงการสั่งสอนของเสาหลัก

TK Park รวมสรุปทุกภาคของดาบพิฆาตอสูร ซีรีส์หนังสือการ์ตูนเล่มดัง พร้อมยืมอ่านที่ TK Park

3427|อ่าน : 10 นาที
เปิดประตูสู่โลกใหม่กับ 7 Verse นิยายเหนือจินตนาการ
บล็อก

เปิดประตูสู่โลกใหม่กับ 7 Verse นิยายเหนือจินตนาการ

เปิดประตูสู่โลกอีกใบ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่คุณไม่อาจสัมผัสได้ในชีวิตจริง

17018
คามิชิไบ เรื่องเล่าหลังม่านของนิทานแผ่นกระดาษ
บล็อก

คามิชิไบ เรื่องเล่าหลังม่านของนิทานแผ่นกระดาษ

‘นักเล่านิทาน’ เคยเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมาก่อนในยุคสมัยหนึ่ง

614
พลิกโควิดให้เป็นโอกาส ถอดแนวคิดและการปรับตัวแบบ Local Alike
บล็อก

พลิกโควิดให้เป็นโอกาส ถอดแนวคิดและการปรับตัวแบบ Local Alike

รายได้จากการท่องเที่ยวก็กลายเป็นศูนย์ แล้วพวกเขาจะปรับตัวอย่างไร

430
เข้าใจปัจจุบัน มองเห็นอนาคต  วิธีผ่านช่วงขมๆ ของร้านขนมหวาน After You
บล็อก

เข้าใจปัจจุบัน มองเห็นอนาคต วิธีผ่านช่วงขมๆ ของร้านขนมหวาน After You

แผนรับมือเพื่อให้ธุรกิจอยู่ต่อได้ในสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ

288
ประเด็นร้อน ประเด็นลึกสั่นสะเทือนราชวงศ์ ใน “Spare”
บล็อก

ประเด็นร้อน ประเด็นลึกสั่นสะเทือนราชวงศ์ ใน “Spare”

Spare หนังสือที่ตีแผ่ชีวิตของเจ้าชายแฮร์รีผ่านความทรงจำ

284
Top 23 ปี 2023 ของสื่อ "หยิบ" ยืม ที่ TK Park
บล็อก

Top 23 ปี 2023 ของสื่อ "หยิบ" ยืม ที่ TK Park

ประมวลสถิติการยืมสื่อที่จับต้องได้โดยสมาชิก TK Park ตลอดปี 2023

487|อ่าน : 15 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.