เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. สื่อการเรียนรู้ของ TK Park
  4. บทความ
บทความ

ความรู้

พลิกโควิดให้เป็นโอกาส ถอดแนวคิดและการปรับตัวแบบ Local Alike

พลิกโควิดให้เป็นโอกาส ถอดแนวคิดและการปรับตัวแบบ Local Alike

345
4 มิถุนายน 2563

        Local Alike เป็นกิจการเพื่อสังคมด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยก่อตั้งมานานกว่า 7 ปี ซึ่งปีนี้กำลังเข้าสู่ปีที่ 8 จุดมุ่งหมายสำคัญคือการใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยเชื่อมต่อคุณค่าและประสบการณ์ของผู้คนผ่านการท่องเที่ยว จากดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนมีมูลค่ามากกว่า 54 ล้านบาท
        แต่หลังจากเกิดวิกฤติครั้งนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวก็กลายเป็นศูนย์ แล้วพวกเขาจะปรับตัวอย่างไรต่อไป ลองมาฟังโมเดลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่จาก "สมศักดิ์ บุญคำ"  Founder & CEO แห่ง Local Alike ในกิจกรรม “Re:learning for the Future 19 ความท้าทายใหม่ในโลกที่(ไม่)เหมือนเดิม” จัดโดย สถาบันอุทยานการเรียนรู้

somsak-01.jpg
       ความจริงใหม่ที่ไม่มีใครอยากเจอ
        Local Alike ทำงานร่วมกับ 100 กว่าชุมชนทั่วประเทศไทยใน 42 จังหวัด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Local Alike ได้ส่งนักท่องเที่ยวเข้าไปในชุมชนมากกว่า 40,000 คน และขยายขอบเขตการทำงานเพิ่มขึ้นในทุกปี แต่แล้วโควิดก็ทำให้มีโจทย์ใหม่ที่ท้าทายกว่าทุกๆ ครั้งที่เคยผ่านมา เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคมที่ผ่านมา รายได้จากการท่องเที่ยวจากเดิมหายไปมากกว่า 10 ล้านบาท ในขณะที่ชุมชนท่องเที่ยวก็ขาดรายได้กลายเป็น 0% เพราะเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวหรือการเดินทาง รายได้ทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวก็ไม่เกิด


       Local Alike และอะไรคือเรา?
       คุณสมศักดิ์ บุญคำ เล่าว่า วิกฤติครั้งนี้ทำให้ต้องกลับมาทบทวนการทำงานว่าที่จริงแล้ว Local Alike คืออะไร งานของ Local Alike มีหลักๆ 4 ด้าน คือ การพัฒนาคน พัฒนาธุรกิจ เทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยแต่เดิม Local Alike จะพานักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในชุมชน ส่วนตอนนี้ โจทย์ของการทำงานหลังจากนี้ คือจะทำอย่างไรให้ชุมชนยังอยู่ได้ สินค้าชุมชนหรือการบริการใดที่จะสามารถส่งออกให้นักท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง โดยเริ่มปรับธุรกิจโมเดล จนเกิดเป็น โลเคิล อร่อย และ Local Alot

       จากแต่เดิมที่เรามีแค่ไกด์พาทัวร์ชุมชน มีตลาดที่ขายของในชุมชน แต่เมื่อปีที่แล้ว Local Alike ได้ลองเริ่มทำธุรกิจใหม่โดยที่เราเริ่มทำ "โลเคิล อร่อย" มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ซึ่งเราสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลที่ว่าเราเห็นว่าไม่ได้มีทุกชุมชนที่ประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยว เราจึงต้องหาทางเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนเหล่านั้นด้วยโมเดลธุรกิจผลิตสินค้าในชุมชนและพบว่าอาหารคือสินค้าที่สามารถนำเสนอชุมชนได้ด้วย นี่คือสิ่งที่เราเริ่มทำเมื่อกลางปีที่แล้ว

        ก่อนโควิดเข้ามาอาหารของ "โลเคิล อร่อย" ยังเป็น Chef Table คือการนำพ่อครัวแม่ครัวในชุมชนทำอาหารในร้านอาหาร 4-5 ดาวและก็ให้นำเสนอเมนู ให้คนที่อยากทานได้มีโอกาสมาทานในเมือง เช่นแกงอ่อมปูนาที่จะมีกินเฉพาะหน้าทำนาเท่านั้น ที่คนทั่วไปอาจงงๆ ไม่กล้าชิม เราก็ปรับตกแต่งกันใหม่เพื่อให้เข้ากับรูปแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย คุณสมศักดิ์กล่าวเสริม

        หลักของ "โลเคิล อร่อย" คือการพัฒนาฝีมือของเชฟในชุมชน ยกระดับเชฟในชุมชนให้สามารถสร้างสรรค์อาหารให้คนทั่วไปทานได้ง่ายๆ พร้อมซึมซับไปกับสตอรี่ของอาหารจานนั้นๆ เกิดเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

        แต่พอวิกฤติโรคระบาดมาทุกอย่างมันหายไปหมด เราไม่สามารถทำแบบเดิมได้อีกต่อไป จนเกิดเป็นโจทย์ใหม่ที่ต้องร่วมกันคิดต่อว่า เราจะสร้างรายได้ให้ชุมชนต่อไปในสถานการณ์แบบนี้อย่างไรได้บ้าง จนเกิดเป็นธุรกิจใหม่ "โลเคิล อร่อย ดี หรือ Local Aroi Delivery"


         คุณสมศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่สามารถเอาพ่อครัวแม่ครัวในชุมชนมาทำอาหารในร้านอาหารให้คนทั่วไปมาทานได้ แต่เราสามารถส่งวัตถุดิบประสบการณ์หาคนถึงที่บ้านผ่านอาหารพื้นบ้าน เช่น สปาเก็ตตี้ปาลาฉ่องที่คนทั่วไปอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ปาลาฉ่องเป็นน้ำพริกของชาวอาข่า เป็นน้ำพริกที่คล้ายๆ น้ำพริกพม่าที่อร่อยมากและเมื่อนำมาผัดกับสปาเก็ตตี้เป็นฟิวชั่นฟู้ตที่น่าสนใจ, ไก่ทอดรากชู รากชูเป็นพื้นสมุนไพรของชาวเชียงราย รากชูเป็นเครื่องปรุงรสธรรมชาติคล้ายๆ ผงชูรส เป็นต้น

         แต่ถึงอย่างนั้นการทำอาหารฟิวชั่นต้องอาศัยการเล่าเรื่องใช้เวลาในการซึมซับเรื่องราว ที่อาจไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้มีเวลามาอ่านสตอรี่เรื่องราวที่เราเล่าไว้ จึงมีอีกโปรดักส์เป็นอาหารที่คุ้นเคยของคนทั่วๆ ไป เช่น ข้าวน้ำพริกกะปิ ที่สั่งปลาทูจากแม่กลอง, ข้าวน้ำพริกแกงเขียวหวานที่สั่งเครื่องแกงเขียวหวานมาจากนครศรีธรรมราช, หรือปอเปี๊ยะคลองเตยที่มีน้ำจิ้มมะนาวดองเป็นน้ำจิ้มสูตรเด็ดขึ้นชื่อของชุมชนที่คนภายนอกอาจไม่เคยรู้มาก่อน เป็นอาหารที่ทุกคนเข้าถึงรู้จักแบบไม่ต้องอธิบายมากและนี่คือโอกาสในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อชุมชนที่เกิดมาในช่วงนี้

somsak-02-01.jpg
        อีกธุรกิจก็คือ "Local Alot" เพราะว่ามีสินค้าชุมชนมากมายที่อยากจะทำเสนอขายใน E-commerce โดยมี Local Alike เป็นตัวกลาง ในการปรับ Packaging เพิ่มสตอรี่ลงไป เช่น กลุ่มทอผ้าคุณภาพที่ส่งออกญี่ปุ่น แต่พอได้รับผลกระทบจากโควิด ออเดอร์ที่มีทั้งหมดก็หายไปเลย จึงมีแนวคิดอยากชวนผู้ผลิต ที่เคยทอผ้าส่งออก มาร่วมมือกับดีไซเนอร์ทำหน้ากากอนามัย ในช่วงที่หน้ากากอนามัยขาดตลาด ซึ่งขายได้ 1,000 ชิ้นในเวลา 10 วัน หรือพวงมาลัยผ้าขาวม้าจากราชบุรี ตัวนี้แค่ปรับ Packaging หน่อยใส่โบใส่สตอรี่ลงไปก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หรืออย่างเมล่อนที่เราปรับใหม่เพิ่ม Packaging ให้น่ารักเป็นของฝากติดไม้ติดมือได้ ก็สร้างจุดขายใหม่ให้สินค้าเดิมได้มากขึ้น

         ตัวสุดท้าย "Local Around" คือช่องทางในการทำคอนเทนต์ของเราเอง เป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญ และศักยภาพของการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ที่สามารถโฆษณาชุมชนของตัวเองออกไปให้คนภายนอกได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาพบรรยากาศที่สวยงาม ประเพณีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ เช่นที่เราเคยไลฟ์ให้ชาวไทยลื้อที่เชียงใหม่ นำเสนอเพลงวิถีชีวิตที่คนทั่วไปอาจไม่เคยเห็นมาก่อน หรือที่นครศรีธรรมราชทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวออกเรือไปจะเห็นพระอาทิตย์ตกสวยมาก เราอยากใช้โอกาสนี้ไลฟ์ให้คนภายนอกได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้คนอยากมาท่องเที่ยวในชุมชนมากขึ้น และนี่อาจเป็นการวางรากฐานการท่องเที่ยวชุมชนแบบยั่งยืนได้ในอนาคต

somsak-03-01.jpg
        เปลี่ยนให้เป็น จะเห็นโอกาส
        สิ่งหนึ่งที่ Local Alike ตั้งใจทำมาตลอด คือ การท่องเที่ยวชุมชนแบบยั่งยืน โดยที่จะปูพื้นฐานมาตั้งแต่แรกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นรายได้รองไม่ใช่รายได้หลัก เพราะฉะนั้นชุมชนอาจได้รับผลกระทบบ้างในวิกฤติครั้งนี้ แต่ยังอยู่ได้เพราะเขาจะมีรายได้หลักจากการทำเกษตรกรรมหรืออื่นๆ  ส่งผลให้เกิดการปรับตัวของคนในชุมชน ยกตัวอย่างชุมชนที่เชียงรายสามารถขายลิ้นจี่ได้ 20 ตันภายใน 2 วันผ่านการไลฟ์สดขายของ ซึ่งนับเป็นต้นแบบที่น่าสนใจในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน คุณสมศักดิ์กล่าว

         Local Alike ยังให้ความสำคัญกับการร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่มีผลต่อการท่องเที่ยว เพื่อเตรียมพร้อมรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังจะกลับมา ซึ่งตอนนี้ก็มีกลุ่ม SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) ที่เกิดจาการร่วมมือของ ททท. กับหน่วยงานภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน ออกมาตรการป้องกันดูแลความปลอดภัย ที่เรียกว่าเป็น New Normal  ทั้งชุมชนหรือผู้ประกอบการท่องเที่ยวเองต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการรูปแบบใหม่ในสถานการณ์เช่นนี้ เช่น การจำกัดปริมาณคนบนรถตู้  การลดปริมาณความแออัดของโรงแรมหรือโฮสเทล และการอำนวยความสะดวกเรื่องความสะอาดและล้างมือ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในระยะยาว

          แน่นอนว่าโควิดทำให้เกิดผลกระทบด้านลบกับหลายๆ ฝ่าย แต่ขณะเดียวกัน นี่ก็คือโอกาสที่ทำให้ประเทศไทยได้กลับมามองเรื่องการปรับตัวของสินค้าการท่องเที่ยว เมื่อเราเห็นธรรมชาติกลับมาฟื้นฟูตัวเอง ทำให้เรามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ขึ้น ทะเลที่สวยขึ้น ทำให้ทุกคนกลับมาคิดใหม่ว่า การท่องเที่ยวแบบไหนที่ทำให้ธรรมชาติไม่ทรุดโทรมลง หรือแม้แต่ผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัว เพราะการมุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวเป็นหลักอาจไม่ใช่ทิศทางการท่องเที่ยวในอนาคต ทำให้เรามองภาพแนวทางการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนได้ชัดเจนขึ้น การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบมากขึ้น

           หากชุมชนเตรียมตัวเองให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีที่พักที่หลากหลายและกระจายตัวไปในชุมชนมากขึ้น เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ยิ่งสามารถปรับได้เร็ว การพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่หลังจากนี้ ก็จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนฟื้นตัวกลับมาได้ในเร็ววัน



บทความแนะนำ

เปิดวาร์ป 10 หนังสือไลท์โนเวล อ่านสนุกจนวางไม่ลง
บล็อก

เปิดวาร์ป 10 หนังสือไลท์โนเวล อ่านสนุกจนวางไม่ลง

นิยายที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นและนักอ่านรุ่นใหม่

10821
โพรมีธีอุส เทพปกรณัมกรีกที่เต-ตะวัน ชอบมากที่สุด
บล็อก

โพรมีธีอุส เทพปกรณัมกรีกที่เต-ตะวัน ชอบมากที่สุด

‘โพรมีธีอุส’ น่าจะเป็นเทพจากปกรณัมกรีกที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด

4872
เทคนิคการสร้างสรรค์ ‘คามิชิไบ’ ละครกระดาษที่สร้างความสุขให้เด็กๆ
บล็อก

เทคนิคการสร้างสรรค์ ‘คามิชิไบ’ ละครกระดาษที่สร้างความสุขให้เด็กๆ

เอกลักษณ์ของคามิชิไบที่ช่วยสร้างโลกแห่งจินตนาการ

811
ส่องเทรนด์การอ่านที่เปลี่ยนไป จาก 100 อันดับหนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดของ TK Park
บล็อก

ส่องเทรนด์การอ่านที่เปลี่ยนไป จาก 100 อันดับหนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดของ TK Park

TK Park ชวนดูอันดับหนังสือที่ถูกยืมมากที่สุดตลอดปี 2022

939
(WH)Y Read รู้จักแฟนนิยายวายเพิ่มอีกนิด ในยุคที่วายกำลังฮิตระเบิด
บล็อก

(WH)Y Read รู้จักแฟนนิยายวายเพิ่มอีกนิด ในยุคที่วายกำลังฮิตระเบิด

เชื่อหรือไม่หนึ่งในชั้นวางหนังสือตอนนี้ได้ถูกครอบครองไปแล้วกว่าครึ่งโดยบรรดาหนังสือนิยายวาย

215
เมื่อภาษา เป็นมากกว่าเรื่องของการสื่อสาร
บล็อก

เมื่อภาษา เป็นมากกว่าเรื่องของการสื่อสาร

“ใช้บ่อยๆ” เทคนิคเดียว ปลดล็อคทุกทักษะ

154
ตะลุยโลกแห่งวิญญาณ ตำนาน ความเชื่อกับ 10 นิยายสยองขวัญฝีมือนักเขียนไทย
บล็อก

ตะลุยโลกแห่งวิญญาณ ตำนาน ความเชื่อกับ 10 นิยายสยองขวัญฝีมือนักเขียนไทย

ถ้าพร้อมหลอนแล้วเช็คลิสต์ไปพร้อมกันเลย!

9043
7 เรื่องราวมหัศจรรย์กับร้านหนังสือในฝันจากนิยาย
บล็อก

7 เรื่องราวมหัศจรรย์กับร้านหนังสือในฝันจากนิยาย

ร้านหนังสือและห้องสมุดมหัศจรรย์หลากหลายรูปแบบ เต็มไปด้วยความสุข ความหวัง

493
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนูลัด
ค้นหาหนังสือกิจกรรมร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเงื่อนไขและข้อตกลง
เกี่ยวกับเรา
TK Storyติดต่อเรา
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.