เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

คามิชิไบ เรื่องเล่าหลังม่านของนิทานแผ่นกระดาษ

คามิชิไบ เรื่องเล่าหลังม่านของนิทานแผ่นกระดาษ

614
14 มกราคม 2564

cover-01.jpg

          ในยุคที่โลกยังไม่มีประดิษฐกรรมทางการบันเทิงอย่างโทรทัศน์หรือออนไลน์สตรีมมิ่ง อาชีพ ‘นักเล่านิทาน’ เคยเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมาก่อนในยุคสมัยหนึ่ง อาจเพราะมันเป็นความบันเทิงเดียวที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ไม่แพงนัก
         นักเล่านิทานในแต่ละท้องถิ่นล้วนมีกลวิธีดึงดูดใจผู้ฟังที่แตกต่างกัน บ้างขับร้อง บ้างออกลีลาท่าทาง บ้างอาศัยเครื่องประกอบจังหวะช่วยเร้าอารมณ์ผู้ฟังให้รู้สึกมีอารมณ์ร่วม ศาสตร์ในการเล่าเรื่องจึงถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามวัฒนธรรมของแต่ละท้องที่และความต้องการของยุคสมัย

kamishibai.PNG      รูปภาพจาก: https://insaitama.com/a-kamishibai-performer-in-the-making/      

         คามิชิไบ ศิลปะการเล่านิทานจากแผ่นกระดาษ
         หนึ่งในประเทศที่มีรากฐานการพัฒนาศิลปะกลวิธีเล่าเรื่องมาอย่างยาวนานที่สุดในโลกประเทศหนึ่งคือญี่ปุ่น
         ย้อนกลับไปนับร้อยปีก่อน คนญี่ปุ่นได้คิดค้นวิธีการเล่าเรื่องแสนมหัศจรรย์ขึ้นมาได้รูปแบบหนึ่ง มันมีชื่อว่า คามิชิไบ (Kamishibai) ในภาษาญี่ปุ่นคำๆ นี้มีความหมายว่า ‘ละครกระดาษ’ หรือหากจะให้อธิบายเฉพาะเจาะจงลงไปกว่านั้น คามิชิไบก็คือศิลปะการเล่าเรื่องของนักเล่านิทานโดยมีรูปวาดบนแผ่นกระดาษช่วยเติมเต็มจินตนาการให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
         นักเล่านิทานคามิชิไบจะใช้กล่องไม้ที่มีบานพับแทนโรงละคร เมื่อมีผู้ชมมารุมล้อมมากพอบานไม้นั้นจะถูกเปิดออกเพื่อให้เห็นภาพวาดที่อยู่ด้านใน ในระหว่างการดำเนินเรื่องนักเล่านิทานจะค่อยๆ ดึงภาพที่ซ้อนกันอยู่ออกทีละรูป ในยุคแรกภาพวาดเหล่านั้นมักเป็นภาพที่นักเล่านิทานเป็นคนวาดด้วยตัวเอง นอกจากความสนุกสนานของเนื้อเรื่องแล้วเสน่ห์อย่างหนึ่งของคามิชิไบจึงยังขึ้นอยู่กับฝีมือการวาดภาพและลีลาการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

         จากต้นกำเนิดสู่ยุครุ่งเรือง
         มีบันทึกอธิบายว่าต้นกำเนิดของคามิชิไบเริ่มต้นขึ้นในยุคศตวรรษที่ 12 โดยเกิดขึ้นจากวัดแห่งหนึ่งที่พระสงฆ์ใช้ม้วนภาพวาดประกอบการเทศน์ เพื่อให้การแสดงหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนามีความน่าสนใจและดึงดูดผู้ฟังได้
         จนกระทั่งถึงยุคเอโดะ รูปแบบการเล่านิทานก็มีการพัฒนาขึ้น ภาพวาดบนกระดาษถูกห้อยเอาไว้บนเสาเพื่อให้ผู้เล่าสามารถเคลื่อนย้ายไปเล่านิทานตามสถานที่ต่างๆ ได้
         เมื่อมาถึงยุคเมจินอกจากภาพวาดแบบเต็มแผ่นทั่วไปแล้ว ยังมีคนคิดค้นสร้างหุ่นตัวละครที่เกิดจากการตัดกระดาษแปะเข้ากับเสาไม้ คล้ายๆ กับหุ่นละครเงาของมาเลเซียและอินโดนีเซียขึ้น ความหลากหลายและแปลกใหม่ทำให้การเล่านิทานประกอบภาพค่อยๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นในวงกว้าง
          ทว่ากว่าที่คามิชิไบจะเข้าถึงยุครุ่งเรืองจริงๆ ก็ต้องรอจนถึงช่วงปี 1930 เสียก่อน โดยช่วงเวลานั้นโลกกำลังต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้คนจำนวนมากต้องตกงานอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ด้วยเหตุนี้คนจำนวนหนึ่งถึงได้เลือกผันตัวเองมาเป็นนักเล่านิทานคามิชิไบ


2a544139bb9391bd73ecf24ebc5ed464_m-1.jpg
รูปภาพจาก: https://mag.japaaan.com/archives/72459

          พวกเขาสร้างตู้ไม้เล็กๆ ที่เรียกว่า บุไต (Butai) ขึ้น แล้วติดมันเอาไว้หลังจักรยาน นักเล่านิทานจะเลือกพื้นที่ชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน ขยับกรับไม้ (Hyōshigi) เสียงดังกริ๊บแกร๊บให้ผู้คนที่สนใจพากันล้อมวงเข้ามา จากนั้นก็จะเปิดขายลูกอม และสารพัดขนมจุกจิกเพื่อหารายได้ เมื่อพบว่ามีผู้ชมมากพอตู้บุไตก็จะถูกเปิดออกเผยให้เห็นภาพวาดฉากละคร
          ในช่วงที่รุ่งเรืองมากๆ นักเล่านิทานบางคนอาจต้องเปิดแสดงมากถึง 10 รอบต่อวัน โดยนิทานพื้นบ้านเรื่องฮิตที่ผู้คนในยุคนั้นนิยมหยิบยกมาเล่า ได้แก่ เจ้าหญิงคางุยะ ตำนานเจ้าหญิงคางุยะหรือตำนานคนตัดไผ่ เป็นนิทานพื้นบ้านของประเทศญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 เล่าถึงเจ้าหญิงจากดวงจันทร์ที่ชายตัดไผ่มาพบและได้เลี้ยงดูไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอต้องกลับไปยังดวงจันทร์ หรือ โมโมทาโร่ ตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นว่าด้วยเด็กชายที่ถือกำเนิดจากลูกท้อ เมื่อโตขึ้นเขาก็ได้ไปสู้กับยักษ์ และสามารถนำความสงบสุขคืนสู่ผู้คน ไปจนถึงนิยายแนวดราม่า หรือซูเปอร์ฮีโร่ และเมื่อนวัตกรรมการพิมพ์เจริญขึ้น จากคามิชิไบที่สร้างสรรค์ด้วยฝีแปรง ก็เกิดเป็นธุรกิจภาพพิมพ์สีเพื่อให้นักเล่านิทานสามารถเช่าหรือซื้อหาไปประกอบอาชีพได้

         เมื่อโรงละครต้องปิดม่าน
         คามิชิไบยังคงได้รับความนิยมจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากเป็นความบันเทิงที่มีราคาถูก ผู้คนที่อดอยากแร้นแค้นจากสงครามอาศัยเรื่องราวสนุกสนานเหล่านี้ปลอบประโลมใจให้สามารถผ่านวันอันยากลำบากไปได้
        จนกระทั่งการมาถึงของโทรทัศน์ในช่วงปี 1950 เจ้าจอสี่เหลี่ยมที่มีภาพเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องอาศัยมือคนขยับจนได้รับฉายาว่า ‘คามิชิไบไฟฟ้า’ ก็เข้ามาแทนที่ จนคามิชิไบรูปแบบเก่าเสื่อมความนิยมลง นักเล่านิทานหลายคนต้องสูญเสียอาชีพที่เคยใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง บ้างหันไปทำอาชีพอื่น บ้างก็อาศัยความสามารถในการเล่าเรื่องหาทางต่อยอดในแวดวงงานโทรทัศน์

03-01.jpg

04-01.jpg
        แม้ในท้ายที่สุดแล้วโรงละครเล็กๆ ที่สืบสานศิลปะพื้นบ้านแต่โบราณมาต่างต้องพากันปิดตัวลง ทว่าศาสตร์แขนงนี้ก็ไม่ได้สูญหายไปไหน กลวิธีเล่าเรื่องแบบคามิชิไบยังถูกนำกลับมาใช้ในการเรียนการสอน หรือในเทศกาลงานศิลปะต่างๆ อยู่เสมอๆ

        เรื่องเล่ารอบโลก
        ในยุคก่อนที่โทรทัศน์จะกลายเป็นความบันเทิงหลักที่ทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงได้ นอกจากศิลปะการเล่านิทานประกอบภาพแบบคามิชิไบที่มีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นแล้ว อีกหลายประเทศทั่วโลกต่างก็มีกลวิธีถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อสร้างความบันเทิงเริงใจให้กับผู้ชมได้น่าสนใจไม่แพ้กัน อาทิ

WhatsApp-Image-2020-07-21-at-2.15.15-AM.jpgรูปภาพจาก: https://themerakimagazine.com/kathputli-an-art-form-in-rajasthan/

       Kathputli การแสดงหุ่นกระบอกชักเชิดประกอบการเล่าเรื่องจากประเทศอินเดียที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับพันปี โดยจุดเด่นของ Kathputli อยู่ที่การสร้างสรรค์หุ่นด้วยไม้ ประดับประดาด้วยผ้าจนสวยงาม บอกเล่าเรื่องราวของนิทานพื้นบ้านซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนาน ความเชื่อ และวิถีชีวิตของคนอินเดีย

ith535-copy.jpgรูปภาพจาก: http://www.unesco.org/archives/multimedia/document-2205

        Naghali ศิลปะการเล่าเรื่องแบบโบราณจากอิหร่าน โดยอาศัยคนเล่าเพียงคนเดียวสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ ผสมผสานกับการร้องเพลง เล่นเครื่องดนตรี หรือออกลีลาท่าทางประกอบ เพื่อสร้างความสนุกและตื่นเต้นให้กับผู้ชม เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ที่มักนิยมหยิบมาเล่าคือการต่อสู้กันระหว่างความดีและความเลว ความรัก หรือประวัติของผู้ที่เป็นตำนานแห่งดินแดนเปอร์เซีย

--_1.jpg
รูปภาพจาก: https://m.ntok.go.kr/kr/Ticket/Performance/Details?performanceId=265583

        P’ansori การแสดงนิทานแบบขับร้องที่โด่งดังจากประเทศเกาหลี โดยอาศัยฝีมือการถ่ายทอดเรื่องราวที่ต้องการสื่อสารผ่านนักร้องหนึ่งคน และผู้ตีกลองประกอบอีกหนึ่งคน มีจุดเริ่มต้นในหมู่ชนชั้นล่างของสังคม ก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปในผู้คนทุกชนชั้น ในอดีตนิยมเล่นเรื่องราวที่เป็นสุขนาฏกรรม แต่ในปัจจุบันเนื้อเรื่องที่มีตอนจบรันทดได้รับความนิยมมากกว่า

        ข้อมูลอ้างอิง
        https://www.kamishibai-ikaja.com/en
        https://www.fapot.or.th/main/information/article/view/207
        https://www.artbangkok.com/?p=48971

บทความแนะนำ

พลิกโควิดให้เป็นโอกาส ถอดแนวคิดและการปรับตัวแบบ Local Alike
บล็อก

พลิกโควิดให้เป็นโอกาส ถอดแนวคิดและการปรับตัวแบบ Local Alike

รายได้จากการท่องเที่ยวก็กลายเป็นศูนย์ แล้วพวกเขาจะปรับตัวอย่างไร

430
เข้าใจปัจจุบัน มองเห็นอนาคต  วิธีผ่านช่วงขมๆ ของร้านขนมหวาน After You
บล็อก

เข้าใจปัจจุบัน มองเห็นอนาคต วิธีผ่านช่วงขมๆ ของร้านขนมหวาน After You

แผนรับมือเพื่อให้ธุรกิจอยู่ต่อได้ในสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ

288
ประเด็นร้อน ประเด็นลึกสั่นสะเทือนราชวงศ์ ใน “Spare”
บล็อก

ประเด็นร้อน ประเด็นลึกสั่นสะเทือนราชวงศ์ ใน “Spare”

Spare หนังสือที่ตีแผ่ชีวิตของเจ้าชายแฮร์รีผ่านความทรงจำ

284
Top 23 ปี 2023 ของสื่อ "หยิบ" ยืม ที่ TK Park
บล็อก

Top 23 ปี 2023 ของสื่อ "หยิบ" ยืม ที่ TK Park

ประมวลสถิติการยืมสื่อที่จับต้องได้โดยสมาชิก TK Park ตลอดปี 2023

487|อ่าน : 15 นาที
10 หนังสือน่าอ่านว่าด้วยความหลากหลายทางเพศ
บล็อก

10 หนังสือน่าอ่านว่าด้วยความหลากหลายทางเพศ

พาทุกคนไปสำรวจเรื่องราวความหลากหลายทางเพศในแง่มุมต่างๆ

5837
โลกที่ทุกอย่างเข้าใจเรา ยกเว้นตัวเราเอง
บล็อก

โลกที่ทุกอย่างเข้าใจเรา ยกเว้นตัวเราเอง

6 นิยายที่ชวนตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ ในวันที่ AI อาจรู้จักเรามากกว่าที่เรารู้จักตัวเอง

1195
Read From Home กิจกรรมสร้างปัญญาที่บ้านในช่วงกักตัวโควิด19
บล็อก

Read From Home กิจกรรมสร้างปัญญาที่บ้านในช่วงกักตัวโควิด19

TK Park ร่วมรณรงค์ให้คนไทยที่อยู่บ้านใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์

176
นิทาน 25 เล่ม เพื่อเติบโตสู่ปี 2025
บล็อก

นิทาน 25 เล่ม เพื่อเติบโตสู่ปี 2025

Reading List: 25 Books to Say HO! in 2025

478|อ่าน : 12 นาที
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo