เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก

588
4 กรกฎาคม 2565

cover.jpg

          ในช่วงราว 2 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าอาจเป็นหนึ่งในช่วงที่ท้าทายที่สุดสำหรับพ่อแม่มือใหม่ก็ว่าได้ วิกฤตการณ์ Covid-19 ที่กินเวลายาวนานต่อเนื่องนานนับปีไม่เพียงแต่ทำให้วิถีชีวิตของคนทำงานหลายๆ คนเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังรวมไปถึงเด็กๆ ที่ถูกตัดขาดจากสังคมแวดล้อมในวัยเรียนรู้ เมื่อรวมเข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมโลกยิ่งทำให้การดูแลเด็กๆ เป็นเรื่องที่ยากขึ้นเพราะไม่เพียงแต่พ่อแม่ต้องทำหน้าที่แทนครูและเพื่อน ช่วยเติมเต็มสังคมที่ขาดหายไปของลูก แต่ยังต้องรับมือกับปัญทางสุขภาพจิต ความโดดเดี่ยว และอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเด็กๆ อีกด้วย ในวันนี้เราจึงอยากพาคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ไปเรียนรู้ถึงเทรนด์การเลี้ยงลูกที่ตอบโจทย์โลกในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง อะไรที่ควรทำ และอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง เรารวมไว้ให้แล้ว

TrendChildren-01.jpg

         ควรทำ: พูดคุยเรื่องบาดแผลทางใจกับลูก

         ช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่พัฒนาการและการเรียนรู้ทางอารมณ์กำลังเติบโต ในขณะเดียวกันก็มีความเปราะบางและมีภูมิต้านทานต่อสิ่งที่มากระทบต่ำ เด็กๆ อาจสูญเสีย Self-esteem จากคำพูดหรือการกระทำที่มากระทบ ถูก Bully จากเพื่อน คนรอบตัว หรือคนในโซเชียลมีเดียได้ง่าย ตลอดจนถูกทำร้ายทางอารมณ์จากคนในครอบครัว ทำให้เกิดเป็นบาดแผลที่ฝังแน่นในใจยากรักษา

          โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่เด็กๆ ต้องหยุดไปโรงเรียนและใช้ชีวิตโดยขาดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นก็อาจสร้างบาดแผลจากความเครียดและความโดดเดี่ยวให้พวกเขาได้เช่นกัน การแก้ปัญหาให้กับเด็กๆ จึงไม่ใช่การบอกให้พวกเขาอดทนหรือพยายามใช้ชีวิตให้มีความสุข แต่เป็นการนำปัญหาเหล่านั้นมาพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและหาวิธีแก้ร่วมกัน เพื่อไม่ให้บาดแผลเหล่านั้นขยายใหญ่กลายเป็นปมภายในใจของเด็กๆ

TrendChildren-02.jpg

          ควรทำ: ให้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ปลอดภัย

          เป็นเรื่องปกติที่เด็กยุคนี้จะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียมากขึ้น นอกจากการควบคุมให้เด็กๆ ใช้เวลาอย่างเหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำให้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ปลอดภัยของพวกเขา

          ความปลอดภัยที่หมายถึงปลอดภัยจากภัยภายนอก และปลอดภัยจากการถูกลิดรอนสิทธิ์ แทนที่จะห้ามไม่ให้พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียโดยสิ้นเชิง การสอนให้พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างปลอดภัย ไม่หลงไปกับคำชักชวนที่ไม่เหมาะสมหรือการคุกคามจากมิจฉาชีพดูจะช่วยป้องกันอันตรายให้พวกเขาได้มากกว่า ในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ต้องเคารพสิทธิ์ของเด็กๆ ด้วย โดยการไม่รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวบนโซเชียลโดยไม่ขออนุญาต เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเด็กๆ แล้วยังทำให้พวกเขาหมดความเชื่อใจในตัวผู้ปกครองเช่นกัน

TrendChildren-03.jpg

          ควรทำ: มอบของขวัญที่มีคุณค่าไม่ใช่มูลค่า

          สำหรับบ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก พ่อแม่หลายคนเลือกจะชดเชยช่วงเวลาเหล่านั้นด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องเกมราคาแพง เพราะคิดว่าของขวัญที่มีราคามากจะช่วยทดแทนความรู้สึกของเด็กๆ ได้ ในความเป็นจริงเด็กวัยที่ยังไม่โตมากนัก พวกเขาไม่เข้าใจถึง ‘มูลค่า’ ของสิ่งของ แต่พวกเขาเข้าใจถึง ‘คุณค่า’ ได้จากบริบทแวดล้อม

          ลองเปลี่ยนจากของขวัญที่มีราคามาเป็นประสบการณ์ดีๆ ให้กับพวกเขากันดีกว่า โดยอาจเป็นเพียงกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว หรือการไปเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ ในวันหยุด นอกจากจะทำให้พวกเขารับรู้ถึงความรักจากครอบครัวแล้ว ยังช่วยให้เขามีพัฒนาการทางอารมณ์ในเชิงบวกอีกด้วย

TrendChildren-04.jpg

          ควรทำ: ปรับทัศนคติเรื่องความเป็นกลางทางเพศ

          เทรนด์ความเป็นกลางทางเพศ หรือ Gender neutral เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศในช่วงหลายปีมานี้ โดยเป็นแนวคิดที่ดีที่ควรจะรับมาปรับใช้ในไทยเช่นกัน

          แนวคิดนี้คือการไม่กรอบลูกด้วยเพศที่ถือกำเนิด แต่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และเลือกเพศด้วยตัวเอง ตัวอย่างของการเลี้ยงลูกภายใต้แนวคิดนี้ เช่น การตั้งชื่อลูกที่ฟังดูไม่ระบุเพศ การไม่ใช้สีฟ้าแทนเด็กชายหรือสีชมพูแทนเด็กหญิง หรือแม้แต่การเปิดโอกาสให้พวกเขาเลือกจะใส่กระโปรงหรือกางเกงได้ด้วยตัวเอง แน่นอนว่าเด็กๆ อาจจะถูกสังคมส่วนใหญ่มองว่าแปลกแยก ซึ่งพ่อแม่ก็มีหน้าที่ต้องอธิบายและช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้เช่นกัน

TrendChildren-05.jpg

         ไม่ควรทำ: เป็นผู้ฟังที่แย่

         หนึ่งในปัญหาที่พ่อแม่มักจะพบจากลูกวัยหัวเลี้ยวหัวต่อคือพวกเขามักจะรู้สึกว่าเด็กๆ ชอบดื้อและไม่พูดความจริง ในความเป็นจริงแล้วมีหลายครอบครัวที่เด็กๆ ซึมซับพฤติกรรมนั้นมาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ฟังที่แย่มาก่อน เวลาที่เด็กต้องการพูดคุย ปรึกษา หรืออธิบาย พ่อแม่บางคนมักจะทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย พวกเขาแสร้งทำคล้ายว่ากำลังฟังแต่แท้จริงแล้วกลับไม่ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เด็กต้องการสื่อสารจริงๆ

          ยิ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ยิ่งเป็นการบั่นทอนความมั่นใจและ Self-esteem ของเด็กๆ การพูดโดยไม่ถูกรับฟังทำให้พวกเขารู้สึกถูกเพิกเฉย รู้สึกถูกลดทอนความสำคัญ ท้ายที่สุดเด็กๆ ก็จะเกิดความรู้สึกไม่อยากเล่า ไม่อยากบอก จนกลายเป็นการปิดบังหรือโกหกในที่สุด การดูแลลูกในยุคนี้นอกจากพ่อแม่จะเป็นผู้พูดที่ดีแล้วยังต้องเป็นผู้ฟังที่ดีอีกด้วย เด็กๆ ถึงจะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและรู้สึกสบายใจที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวให้ครอบครัวได้ฟัง 

TrendChildren-06.jpg

          ไม่ควรทำ: การลงโทษด้วยความรุนแรง

          แม้จะมีคำกล่าวโบราณประเภทรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี หรือไม้เรียวสร้างคนอะไรทำนองนี้ แต่การศึกษาด้านจิตวิทยาในเด็กตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า นอกจากการลงโทษด้วยการตีหรือทำร้ายร่างกายจะไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมเด็กได้แล้ว ยังทำให้เกิดบาดแผลทางใจกับเด็ก รวมถึงส่งผลต่อพฤติกรรมของพวกเขาในอนาคต

          ทว่านอกจากความรุนแรงทางร่างกายแล้ว สิ่งที่พ่อแม่ควรตระหนักก็คือการลงโทษด้วยความรุนแรงทางจิตใจก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน อาทิ การสร้างความอับอายให้เด็ก การดูถูก หรือการทำร้ายจิตใจด้วยวิธีต่างๆ แทนที่จะหาบทลงโทษให้เด็กรู้สึกหวาดกลัวที่สุด พ่อแม่ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กทีละเล็กละน้อยด้วยการพูดคุย การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือแม้แต่การสร้างกฎภายในบ้านร่วมกัน นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังไม่เป็นการทิ้งบาดแผลให้พวกเขาติดตัวไปในวันข้างหน้าอีกด้วย

TrendChildren-07.jpg

         ไม่ควรทำ: เลี้ยงลูกออนไลน์

         ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟูอย่างทุกวันนี้ การสื่อสารออนไลน์กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ย่นระยะทางระหว่างคนในครอบครัวให้ใกล้ชิดขึ้น ถึงอย่างนั้นพ่อแม่ควรตอบตัวเองให้ได้ว่าเรากำลังพึ่งพาเทคโนโลยีเกินไปหรือเปล่า

         เด็กๆ ในวัยเรียนรู้ยังคงต้องการความใกล้ชิดในชีวิตจริง ต้องการการปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้าค่าตากันอยู่ อย่างเช่นการเดินทางไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัด หรือการที่พ่อแม่กลับบ้านเร็วขึ้นเพื่อมาส่งลูกเข้านอน ไม่ใช่แค่การทักทายกันผ่านหน้าจอเท่านั้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ Covid-19 อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงแล้วก็ถึงเวลาที่พ่อแม่จะต้องทบทวนเรื่องเวลาที่ใช้ร่วมกับลูกแบบเห็นหน้าอย่างจริงจังอีกครั้ง

         ข้อมูลอ้างอิง

         https://timesofindia.indiatimes.com/life-style/parenting/moments/parenting-trends-to-embrace-in-2022/photostory/88394252.cms?picid=88394332 

         https://health.clevelandclinic.org/pediatricians-say-dont-spank-your-kids-heres-why-what-to-do-instead/

        https://www.purewow.com/family/parenting-trends-2022 

บทความแนะนำ

ถ้อยคำแห่งสันติภาพ ที่ควรกลับไปฟังอีกครั้ง
บล็อก

ถ้อยคำแห่งสันติภาพ ที่ควรกลับไปฟังอีกครั้ง

21 กันยายน วันสันติภาพสากล เพื่อสันติภาพของมนุษย์ทุกคน

258|อ่าน : 10 นาที
กว่าจะเจออาชีพที่ใช่ ทำไมยากเย็นนัก!
บล็อก

กว่าจะเจออาชีพที่ใช่ ทำไมยากเย็นนัก!

เพราะชีวิตย่อมไม่มีคู่มือหรือสูตรสำเร็จที่จะพาให้ชีวิตไปถึงฝั่งฝัน

771
ลองเบื่อบ้าง ลองว่างดู ลดตารางกิจกรรมที่แน่นเอี้ยด แล้วลองปล่อยให้เด็กได้อยู่กับความเบื่อดูบ้าง
บล็อก

ลองเบื่อบ้าง ลองว่างดู ลดตารางกิจกรรมที่แน่นเอี้ยด แล้วลองปล่อยให้เด็กได้อยู่กับความเบื่อดูบ้าง

เมื่อความเบื่อไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่เป็นพื้นที่ให้เด็กได้คิด เล่น และค้นพบตัวเอง ชวนสำรวจว่าทำไม "เวลาว่าง" จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้และการเติบโต

407
ปลายทางของการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ใช่สถานที่แห่งไหน แต่เป็นการค้นพบตัวตน
บล็อก

ปลายทางของการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ใช่สถานที่แห่งไหน แต่เป็นการค้นพบตัวตน

ทำไม ‘ตัวตน’ ถึงสำคัญกับตัวเรา

514
10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง
บล็อก

10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง

ชวนสำรวจเรื่องราวสุดแปลกของพ่อมดแห่งโลกสยองขวัญ

549
MANUAL คู่มือใช้ห้องสมุดแบบใหม่
บล็อก

MANUAL คู่มือใช้ห้องสมุดแบบใหม่

TK Park ย้อนมองเบื้องหลังการแสดงร่วมสมัย ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ห้องสมุด จากงาน BIPAM 2025

193
TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”
บล็อก

TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”

วาเลนไทน์นี้ TK Park ชวนทำความรู้จักภาษาดอกไม้ (Floriography หรือ The Victorian Language of Flowers)

538|อ่าน : 12 นาที
ฟังเสียงเจื้อยแจ้วกับโลกมหัศจรรย์
บล็อก

ฟังเสียงเจื้อยแจ้วกับโลกมหัศจรรย์

ตกผลึกประสบการณ์จากสุ้มเสียงของนักเรียนรู้ในโลกมหัศจรรย์ กับกิจกรรม “A Conversation with the World คุยกัน ฉันกับโลก” จาก Learning Fest Bangkok 2023

222|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.