เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

ถ้อยคำแห่งสันติภาพ ที่ควรกลับไปฟังอีกครั้ง

ถ้อยคำแห่งสันติภาพ ที่ควรกลับไปฟังอีกครั้ง

258 | อ่าน : 10 นาที
19 กันยายน 2568

CoverWeb_peace.jpg

 

          ในวันที่ 21 กันยายนของทุกปี คือ “วันสันติภาพสากล” ซึ่งเป็นวันที่องค์การสหประชาชาติชวนให้คนทั้งโลกร่วมกันทบทวนว่า สันติภาพไม่ใช่เพียงการยุติความรุนแรง แต่คือการสร้างความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความร่วมมือกันในฐานะมนุษย์

          ตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์ เราได้ยินเสียงอันหนักแน่นของผู้นำทางความคิดและผู้สร้างแรงบันดาลใจมากมายที่ได้ฝากถ้อยคำชวนคิดเอาไว้ คำพูดเหล่านี้ไม่เคยเก่า เพราะตราบใดที่ยังมีความขัดแย้ง ความรุนแรง และสงคราม การรณรงค์เพื่อสันติภาพก็จะยังคงดำเนินต่อไป

 

01.jpg

 

          ถ้อยคำที่ฝากไว้

          เมื่อปี ค.ศ. 1964 มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) ขึ้นเวทีรับรางวัลโนเบลสันติภาพ เขากล่าวไว้ว่า “Peace is not merely a distant goal that we seek, but a means by which we arrive at that goal.” สันติภาพไม่ใช่เพียงเป้าหมายปลายทางที่เราตามหา แต่คือเส้นทางที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายนั้น

          คำพูดนี้ทำให้เราเห็นว่า สันติภาพไม่ใช่การรอคอยวันที่ไม่มีสงคราม แต่คือการเลือกใช้ความสงบ การเจรจา และความเข้าใจเป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคต

 

02.jpg

 

          หลายสิบปีต่อมา เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ก็ย้ำแนวคิดนี้ด้วยถ้อยคำที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจแก่คนทั่วโลกว่า “Courageous people do not fear forgiving, for peace is the weapon of the brave.” ผู้กล้าหาญไม่กลัวการให้อภัย เพราะสันติภาพคืออาวุธของผู้กล้า

          นี่คือถ้อยคำที่ไม่เพียงสอนให้เราเลือกความสงบ แต่ยังบอกว่า การให้อภัยคือหนทางเดียวที่จะทำให้สังคมก้าวข้ามบาดแผลจากอดีตได้

 

03.jpg

 

          ในโลกศิลปะ เสียงของ จอห์น เลนนอน (John Lennon) ก็ยังคงก้องอยู่จากบทเพลง Imagine ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องสันติภาพ “Imagine all the people living life in peace.” ลองจินตนาการถึงผู้คนทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข 

          ถ้อยคำและท่วงทำนองนี้ ทำให้เราเห็นถึงพลังของดนตรีและศิลปะที่ชวนให้เราสร้างภาพจำลองของสันติภาพ ขั้นแรกของการเดินสู่ถึงเป้าหมายนั้น

 

04.jpg

 

          และในยุคสมัยใหม่ บารัค โอบามา (Barack Obama) ได้กล่าวในสุนทรพจน์รับรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2009 ว่า “Peace is not merely the absence of visible conflict. Only a just peace based on the inherent rights and dignity of every individual can truly last.”  สันติภาพไม่ใช่เพียงการไม่มีความขัดแย้ง แต่สันติภาพที่แท้จริงจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีความยุติธรรม และเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน และนี่คือเสียงสะท้อนที่เตือนเราว่า สันติภาพต้องยืนอยู่บนรากฐานของความยุติธรรม ไม่ใช่เพียงความเงียบสงัดชั่วคราว

 

05.jpg

 

          Never Violence ต้นรากของสันติภาพ

          หนึ่งในสุนทรพจน์ที่ทรงพลังที่สุดเกี่ยวกับการสร้างสันติภาพจากรากฐานเล็ก ๆ ของสังคม คือคำพูดของ แอสตริด ลินด์เกรน (Astrid Lindgren) นักเขียนชาวสวีเดนผู้สร้าง “Pippi Longstocking” เมื่อปี ค.ศ. 1978

          แอสตริดกล่าวบนเวทีเมื่อรับรางวัลสันติภาพจากสมาคมผู้ค้าหนังสือเยอรมัน (German Publishers and Booksellers Association) ว่า “Never violence! Children are the future of peace.” ไม่เอาความรุนแรง! เด็กคืออนาคตของสันติภาพ

          นี่คือความเชื่อมั่นแน่วแน่ของแอสตริด ว่าสันติภาพโลกเริ่มต้นที่บ้านและการเลี้ยงดูที่ปลอดจากความรุนแรง เพราะหากเด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นโดยไม่ถูกกระทำด้วยความรุนแรง เด็กคนนั้นก็จะไม่เคยเรียนรู้ที่จะใช้ความรุนแรงต่อใครเลย

 

06.jpg

 

          หนังสือที่กำลังจะออกเดินทาง

          เพื่อให้ถ้อยคำเหล่านี้กึกก้องในสังคมไทย สำนักพิมพ์ Barefoot Banana ร่วมกับ อุทยานการเรียนรู้ TK Park กำลังริเริ่มโครงการจัดพิมพ์สุนทรพจน์ Never Violence ฉบับภาษาไทย พร้อมบทกวีและคำนำจากเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งก้าวในการปลุกเสียงแห่งสันติภาพให้เดินทางข้ามพรมแดนภาษาและวัฒนธรรม

          ในปี พ.ศ. 2568 นี้ ประเทศไทยได้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 โดยระบุ "ห้ามการลงโทษทางร่างกายและจิตใจต่อเด็กทุกรูปแบบ" ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศลำดับที่ 68 ของโลก ที่ประกาศยุติการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง เพราะไม่ใช่แค่กฎหมายที่เปลี่ยนไป แต่คืออนาคตของเด็ก ๆ ทุกคนที่จะเติบโตขึ้นในสังคมที่เข้าใจพวกเขามากขึ้น

          เมื่อกฎหมายไทยขยับสู่มาตรฐานใหม่แล้ว สังคมก็จำเป็นต้องขับเคลื่อนตามไปด้วย สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park จึงร่วมกับสำนักพิมพ์หนังสือเด็ก Barefoot Banana Publishing ริเริ่มโครงการ Never Violence นำสุนทรพจน์ของ Astrid Lindgren มาจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย

          คุณแจน ณฐภัทร อุรุพงศา กล่าวกับ TK Park ว่า “ในฐานะสำนักพิมพ์หนังสือเด็ก Barefoot Banana Publishing เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในหน้ากฎหมาย แต่เริ่มต้นจาก หัวใจของครอบครัวและชุมชน เราจึงริเริ่มโครงการ Never Violence เพื่อนำสุนทรพจน์อันทรงพลังของ Astrid Lindgren มาถ่ายทอดเป็นภาษาไทย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่พ่อแม่ ครู และผู้ใหญ่ทุกคน ถึงความสำคัญของการเลี้ยงดูเชิงบวก ที่โอบอุ้มเด็กด้วยความเมตตา ความเข้าใจ และการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขา เราหวังว่าโครงการนี้จะจุดประกายให้เกิดบทสนทนาและความตระหนักร่วมกันในสังคม"

          ในอีกไม่กี่เดือน หนังสือกว่า 1,500 เล่ม จะถูกส่งต่อไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถม โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ e-book และ audiobook เพื่อให้ถ้อยคำแห่งสันติภาพสามารถเดินทางไปได้กว้างที่สุด เข้าถึงผู้อ่านทุกวัยและทุกพื้นที่

          การแปล Never Violence เป็นภาษาไทย จึงไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดงานเขียนชิ้นสำคัญของแอสตริด ลินด์เกรน แต่คือการต่ออายุถ้อยคำแห่งสันติภาพ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ในสังคมเรียนรู้ร่วมกันว่า สันติภาพเริ่มต้นได้ตั้งแต่รากฐานที่อ่อนโยนที่สุด ซึ่งก็คือที่หัวใจมนุษย์

บทความแนะนำ

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก
บล็อก

เลี้ยงลูกยุคใหม่ให้ตอบโจทย์เทรนด์โลก

เทรนด์การเลี้ยงลูกที่ตอบโจทย์โลกในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

588
กว่าจะเจออาชีพที่ใช่ ทำไมยากเย็นนัก!
บล็อก

กว่าจะเจออาชีพที่ใช่ ทำไมยากเย็นนัก!

เพราะชีวิตย่อมไม่มีคู่มือหรือสูตรสำเร็จที่จะพาให้ชีวิตไปถึงฝั่งฝัน

771
ลองเบื่อบ้าง ลองว่างดู ลดตารางกิจกรรมที่แน่นเอี้ยด แล้วลองปล่อยให้เด็กได้อยู่กับความเบื่อดูบ้าง
บล็อก

ลองเบื่อบ้าง ลองว่างดู ลดตารางกิจกรรมที่แน่นเอี้ยด แล้วลองปล่อยให้เด็กได้อยู่กับความเบื่อดูบ้าง

เมื่อความเบื่อไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่เป็นพื้นที่ให้เด็กได้คิด เล่น และค้นพบตัวเอง ชวนสำรวจว่าทำไม "เวลาว่าง" จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้และการเติบโต

407
ปลายทางของการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ใช่สถานที่แห่งไหน แต่เป็นการค้นพบตัวตน
บล็อก

ปลายทางของการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ใช่สถานที่แห่งไหน แต่เป็นการค้นพบตัวตน

ทำไม ‘ตัวตน’ ถึงสำคัญกับตัวเรา

514
10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง
บล็อก

10 เรื่องขำๆ ของ สตีเฟน คิง

ชวนสำรวจเรื่องราวสุดแปลกของพ่อมดแห่งโลกสยองขวัญ

549
MANUAL คู่มือใช้ห้องสมุดแบบใหม่
บล็อก

MANUAL คู่มือใช้ห้องสมุดแบบใหม่

TK Park ย้อนมองเบื้องหลังการแสดงร่วมสมัย ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ห้องสมุด จากงาน BIPAM 2025

193
TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”
บล็อก

TK พัก: พูดจาภาษา “ดอกไม้”

วาเลนไทน์นี้ TK Park ชวนทำความรู้จักภาษาดอกไม้ (Floriography หรือ The Victorian Language of Flowers)

538|อ่าน : 12 นาที
ฟังเสียงเจื้อยแจ้วกับโลกมหัศจรรย์
บล็อก

ฟังเสียงเจื้อยแจ้วกับโลกมหัศจรรย์

ตกผลึกประสบการณ์จากสุ้มเสียงของนักเรียนรู้ในโลกมหัศจรรย์ กับกิจกรรม “A Conversation with the World คุยกัน ฉันกับโลก” จาก Learning Fest Bangkok 2023

222|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.