เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

สร้างเด็กยุคใหม่ ให้เป็นฮีโร่พิทักษ์โลก

สร้างเด็กยุคใหม่ ให้เป็นฮีโร่พิทักษ์โลก

384 | อ่าน : 15 นาที
5 มิถุนายน 2567

New-Hero-Cover.jpg

 

          โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และภาระการดูแลประคองโลกก็กำลังถูกส่งไปยังคนรุ่นต่อไป การเตรียมเด็ก ๆ ให้พร้อมในการดูแลสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำทันที แต่การสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจเรื่อง Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็เป็นเรื่องไม่ง่าย โจทย์สำคัญคือผู้ใหญ่ต้องหาวิธีสอนให้สนุก ได้ความรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของภาระหน้าที่นี้ไปพร้อมกัน

          เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี TK Park สรุปเทคนิคและกิจกรรมน่าสนใจต่างเพื่อปลูกฝังเด็กเล็กและเด็กวัยรุ่นให้กลายเป็นคนรุ่นใหม่สายรักษ์โลก เพื่อให้พวกเขาเตรียมตัวสำหรับอนาคต ตัดสินใจใช้ชีวิตอย่างรอบคอบและมีความหมาย ดังนี้

 

4003.jpg

 

          ชวนสัมผัสแนวคิดรักษ์โลกตั้งแต่ยังเล็ก

          สำหรับเด็ก ๆ การเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมควรเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว สนุก และน่าสนใจ เราจึงต้องทำให้พวกเขาซึบซับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและรู้สึกอยากอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่ไปนาน ๆ

          1. การเดินเล่นในธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้ง จะช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ การพาไปเดินเล่นในธรรมชาติเป็นประจำ สำรวจสวนสาธารณะ สวนป่า และอุทยานแห่งชาติด้วยกัน ทริปเหล่านี้สร้างโอกาสที่เหมาะจะคุยเรื่องพืชพันธุ์ สัตว์ป่า และความสำคัญของระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ

           ลองเริ่มต้นง่าย ๆ จากการชวนเด็ก ๆ ไปเดินสำรวจรอบบ้าน หรือสวนสาธารณะใกล้บ้านก่อน ให้เวลาพวกเขาได้สังเกตดอกไม้ ต้นไม้ แมลง และสัตว์เล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ชี้ชวนให้พวกเขาสังเกตรายละเอียด เช่น ลวดลายบนใบไม้ หรือสีสันของดอกไม้ คอยกระตุ้นให้ตั้งคำถาม เช่น "น้ำค้างบนใบหญ้ามาจากไหนกันนะ?" หรือ "ทำไมผีเสื้อถึงชอบดอกไม้สีสด?" การตอบคำถามพวกนี้คือโอกาสดีที่จะได้อธิบายเรื่องวัฏจักรธรรมชาติของน้ำ การขยายพันธุ์ ห่วงโซ่อาหาร และความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างพืชและสัตว์อย่างง่าย

          ในวันหยุด ลองพาครอบครัวไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่สีเขียวที่อยู่ไม่ไกล นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสระบบนิเวศที่หลากหลายและเรียนรู้ถึงความสำคัญของพวกมัน ระหว่างเดินป่าชมธรรมชาติ ชวนเด็ก ๆ สังเกตว่ามีพืชพันธุ์และสัตว์ชนิดไหนบ้าง แตกต่างจากที่สวนใกล้บ้านอย่างไร ชี้ให้พวกเขาเห็นถึงปัจจัยซับซ้อน และให้เข้าใจว่าการมีความหลากหลายนี้ช่วยทำให้ระบบนิเวศดำเนินไปได้อย่างสมดุลและยั่งยืนมากกว่าในพื้นที่ที่ถูกจำกัด

          หากอยากให้เด็ก ๆ เห็นภาพความอลังการของธรรมชาติมากขึ้น ลองหาสารคดีธรรมชาติมาดูด้วยกันหลังจากไปเที่ยวมา เช่น สารคดีเรื่อง "Our Planet" บน Netflix พาเราท่องไปในดินแดนอันกว้างใหญ่ ตั้งแต่ป่าฝนเขตร้อน ไปจนถึงพื้นที่น้ำแข็งขั้วโลก เพื่อชมความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ดูจบแล้วอาจชวนคุยเล่น ๆ ว่า อยากลองไปเที่ยวที่ไหน หรือสัตว์ชนิดไหนน่าสนใจที่สุด เพื่อจุดประกายความใฝ่รู้ในธรรมชาติให้มากขึ้น          การพาเด็ก ๆ ออกไปผจญภัยกลางแจ้ง ตื่นตาตื่นใจไปกับความงดงามตามธรรมชาติด้วยกัน ก็จะเป็นการวางรากฐานเบื้องต้นให้พวกเขาเกิดความรักและหวงแหนสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาลุกขึ้นมาปกป้องโลกของเราในอนาคต

 

2149212344.jpg

 

          2. หนังสือนิทานและหนังสือภาพที่มีธีมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เป็นวิธีที่ดีมากในการแนะนำเด็กให้รู้จักแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ลองเลือกเรื่องราวที่มีภาพประกอบน่าสนใจและตัวละครที่เข้าถึงได้ง่าย แล้วสังเกตความสนใจของเด็กในเบื้องต้นก่อนอธิบายความซับซ้อนจริง ๆ ในธรรมชาติ

          หนังสือภาพเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการปลูกฝังความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเด็ก ๆ ผ่านภาพลายเส้นสีสันสดใสและเรื่องราวที่ชวนติดตาม เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ผ่านหนังสือว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของโลกธรรมชาติที่กว้างใหญ่ และการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเราต่างส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้

          ลองเลือกหนังสือภาพที่พูดถึงสิ่งแวดล้อมในแง่มุมต่าง ๆ เช่น หนังสือ "The Lorax" โดย ดร.ซูสส์ (Dr. Seuss)↗ เป็นวรรณกรรมคลาสสิกตลอดกาลที่พูดแทนต้นไม้ และสื่อสารข้อความสำคัญเกี่ยวกับผลที่ตามมาจากการละเลยสิ่งแวดล้อม ผ่านโลกแห่งจินตนาการอันสดใสของ ดร.ซูสส์

           เรื่องราวของ The Lorax ชวนให้เด็ก ๆ ครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านตัวละครปริศนาอย่าง The Lorax ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อปกป้องต้นไม้จากนายทุนที่คิดแต่จะขยายกิจการโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา เล่าเรื่องผ่านสำนวนภาษาที่เข้าใจง่ายและภาพประกอบสีสันสดใส ทำให้เด็ก ๆ เข้าใจและซาบซึ้งถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ ถือเป็นหนังสือที่ควรอ่านสำหรับเด็กทุกคน

           หรือลองหยิบหนังสือเรื่อง "The Curious Garden" โดย Peter Brown↗ มาอ่านให้ลูกฟัง เล่มนี้เป็นเรื่องราวอันน่าหลงใหลของเด็กชายคนหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงเมืองทั้งเมืองด้วยสวนของเขา ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ของคุณรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน

              นอกจากนี้ ยังมีหนังสือนิทานภาพ เช่น หนังสือ “ต้นไม้ต้นสุดท้าย” หรือ  "The Last Tree" โดย Emily Haworth-Booth↗ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวของผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อผู้คนละเลยและทำลายธรรมชาติ ด้วยเนื้อหาที่มีความหมายลึกซึ้งและภาพประกอบที่สวยงาม หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจถึงความสำคัญของธรรมชาติ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในอนาคต

           หลังอ่านหนังสือ ลองชวนเด็ก ๆ พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง ว่าตัวละครแต่ละตัวมีบทบาทอย่างไรบ้าง ทำไมถึงต้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และพวกเขาอยากทำอะไรเพื่อโลกบ้าง บทสนทนาเหล่านี้จะช่วยให้เด็ก ๆ เริ่มตระหนักถึงบทบาทของตนในฐานะพลเมืองโลก ว่าแม้จะเป็นเด็ก ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

 

curious-kids-participating-treasure-hunt-(1).jpg

 

          3. ทดลองวิทยาศาสตร์แบบง่าย ๆ เพราะการลงมือทำคือการทำให้เด็กเห็นว่าแนวคิดเชิงนามธรรมสามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้จริง การทดลองวิทยาศาสตร์แบบง่าย ๆ ช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติและผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อม

          ลองเริ่มจากการทดลอง เช่น การปลูกถั่วงอกในกระบะหรือกระถางเล็ก ๆ ให้เด็กได้สังเกตการเจริญเติบโตของพืชในแต่ละวัน บันทึกความสูงและจำนวนใบที่เพิ่มขึ้น เพื่อเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เกิดขึ้นแม้จากเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ หรือทำการทดลองเรื่องการเกิดฝนกรด โดยการนำน้ำมะนาวหยดลงบนเปลือกไข่ แล้วให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อเป็นการจำลองผลของฝนที่กัดกร่อนวัตถุต่าง ๆ

          นอกจากนี้ ยังมีการทดลองที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องแรงต้านจากอากาศและการใช้พลังงานสะอาด เช่น การพับกังหันกระดาษหรือใบพัดแล้วนำมาจุ่มสีให้สวยงาม ก่อนแขวนไว้กลางแจ้งเพื่อสังเกตการหมุนตามแรงลม เด็กจะเห็นได้ชัดว่ากังหันที่มีขนาดและรูปร่างต่างกัน หมุนด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน และแรงลมจากมุมต่าง ๆ ก็ส่งผลต่อการหมุนเช่นกัน หรืออาจลองประดิษฐ์เตาแสงอาทิตย์จากกล่องพิซซ่า แผ่นฟอยล์ และถุงพลาสติกใส เพื่อดูว่าแสงแดดสามารถส่งผ่านความร้อนมายังอาหารข้างในได้จริง เป็นการสาธิตตังอย่างการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานจริงในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

          ระหว่างทำการทดลอง อย่าลืมคอยตั้งคำถามชวนคิด เช่น "ทำไมถึงเกิดแบบนั้น?" หรือ "ถ้าเปลี่ยนตัวแปรนี้ ผลจะเป็นอย่างไร?" กระตุ้นให้พวกเขาคิดต่อยอดและตั้งสมมติฐานไปเรื่อย ๆ เด็ก ๆ จะได้ฝึกทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ และค้นพบความเชื่อมโยงของสิ่งต่าง ๆ ไปพร้อมกับความสนุกในการลงมือทำ การทดลองเหล่านี้ไม่เพียงมอบความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์และนักอนุรักษ์ธรรมชาติในอนาคตอีกด้วย

 

backpacker-camping-hiking-journey-travel-trek-concept.jpg


          เพิ่มความเข้าใจเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น

          เมื่อเด็กโตขึ้น พวกเขาย่อมพร้อมจะเจาะลึกลงไปในประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ซับซ้อนขึ้น เด็กโตและวัยรุ่นจะรู้สึกมีส่วนร่วมเมื่อพวกเขาได้สั่งสมประสบการณ์จริง

         1. เข้าร่วมเวิร์กช็อปหรือค่ายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นในหัวข้อต่าง ๆ เช่น พลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศ ค่ายเหล่านี้มักจัดกิจกรรมให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เช่น การตรวจวัดคุณภาพน้ำ การสร้างโมเดลเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการออกแบบระบบนิเวศจำลอง กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงมอบความรู้เท่านั้น แต่ยังช่วยปลูกฝังทักษะการคิดแก้ปัญหาและความตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในโลกความเป็นจริงอีกด้วย

          2. จัดโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ท้าทาย กระตุ้นให้เด็ก ๆ ศึกษาเจาะลึกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงงานด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของโรงเรียน การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชน หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตแบบยั่งยืน การมอบหมายให้ทำโครงงานเดี่ยวหรือกลุ่มจะช่วยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์เชิงลึก พัฒนาทักษะการวิจัย และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของต่อประเด็นสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ลองแนะนำแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สอนวิธีอ้างอิงที่มา และคอยให้คำปรึกษาระหว่างการทำโครงงาน เพื่อให้พวกเขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่และนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องและแม่นยำ

          3. สร้างชุมชนเยาวชนเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนให้เด็กมีส่วนร่วมในกลุ่มเยาวชนหรือชมรมด้านสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียนหรือในชุมชน เพื่อพบปะกับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจคล้ายกัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้และไอเดีย การรวมกลุ่มจะช่วยให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหว มีแรงผลักดันในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ลดการใช้พลาสติกในโรงเรียน การจัดเทศกาลวิทยาศาสตร์สีเขียว หรือการผลักดันนโยบายในท้องถิ่น การทำงานเป็นทีมเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกันจะช่วยพัฒนาภาวะผู้นำและความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนลุกขึ้นมาเป็นผู้ขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยพลังของพวกเขาเอง

 

462066.jpg

 

          4. ลงมือทำ เสริมพลังให้เด็ก ๆ สร้างความเปลี่ยนแปลง นอกจากการให้ความรู้แล้ว การส่งเสริมให้เด็ก ๆ ลงมือปฏิบัติจริงก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เราสามารถกระตุ้นให้พวกเขาเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมตัวจริงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น สอนให้ลูกรู้จักหลัก 3Rs ได้แก่ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยฝึกให้เป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน เช่น การคัดแยกขยะ การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร หรือการประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ นอกจากนี้ ยังสามารถชวนลูกไปร่วมกิจกรรมดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น ปลูกต้นไม้ เก็บขยะ หรือทำความสะอาดชายหาด เพื่อให้เขาได้เห็นถึงพลังของการร่วมแรงร่วมใจ และสุดท้าย กระตุ้นให้ลูกกล้าแสดงออกเพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการรณรงค์บนโซเชียลมีเดีย หรือการจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม

          การปลูกฝังให้เด็ก ๆ ลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความภาคภูมิใจเท่านั้น แต่ยังหล่อหลอมคุณค่าของการเป็นพลเมืองที่ใส่ใจต่อโลกในตัวพวกเขาอีกด้วย เมื่อเด็ก ๆ ได้เห็นผลกระทบเชิงบวกจากการกระทำของตนเอง พวกเขาจะเกิดแรงบันดาลใจที่จะสานต่อความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน โรงเรียน หรือชุมชน เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และก่อให้เกิดคลื่นลูกใหม่ของผู้พิทักษ์โลกในอนาคต

บทความแนะนำ

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ
บล็อก

Time to Table เชื่อมคน เชื่อมเกม เชื่อมใจ

เรื่องราวของ Time to Table คาเฟ่บอร์ดเกมเชียงใหม่ ที่ยังตรึงใจทีมงาน TK Park

232|อ่าน : 10 นาที
จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง
บล็อก

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

สำรวจมุมมองจากคนทำหนังสือและร้านหนังสืออิสระ เมื่อการอ่านไม่ได้จบลงที่หน้าสุดท้าย แต่ต่อยอดเป็นบทสนทนา กิจกรรม และความสัมพันธ์ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับร้านและย่าน

2054
ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก
บล็อก

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก

พื้นที่สบายใจให้ได้คิด ถกเถียง และเข้าใจกันและกัน

3672
เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้
บล็อก

เมื่อพื้นที่สาธารณะของเมืองช่วยเราเลี้ยงลูกได้

ชวนมอง “ชุมชน” ในรูปแบบใหม่ เมื่อห้องสมุดและพื้นที่เรียนรู้สาธารณะช่วยลดความโดดเดี่ยว เติมพลังให้พ่อแม่ และเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ

1739
รู้จัก “PlanToys” แบรนด์ของเล่นจากไม้ยางพาราที่ให้เด็กๆ เล่นสนุกได้แบบรักษ์โลก
บล็อก

รู้จัก “PlanToys” แบรนด์ของเล่นจากไม้ยางพาราที่ให้เด็กๆ เล่นสนุกได้แบบรักษ์โลก

ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเล่นสนุกได้โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ

2710
เรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง อะไรคือ NFT งานสร้างสรรค์สำหรับนักสะสมในโลกดิจิทัล
บล็อก

เรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง อะไรคือ NFT งานสร้างสรรค์สำหรับนักสะสมในโลกดิจิทัล

สินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ ที่ใครๆ ที่กำลังมาแรงในขณะนี้

645
แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025
บล็อก

แวดล้อมการอ่านและการเรียนรู้ ปี 2025

จากพื้นที่ห้องสมุดกลางเมือง สู่จังหวะใหม่ของการอ่านในชีวิตประจำวัน

334|อ่าน : 12 นาที
ซ่อมสร้างอย่างวิจิตร ที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
บล็อก

ซ่อมสร้างอย่างวิจิตร ที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

TK Park ชวนย้อนสกัดความรู้จากกิจกรรม TK Small Tour วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

514|อ่าน : 12 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.