เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

แม่ก็คือแม่ แนะนำหนังสือ 7 เล่ม ที่ชวนกลับไป “อ่านแม่” ในแต่ละช่วงของชีวิต

แม่ก็คือแม่ แนะนำหนังสือ 7 เล่ม ที่ชวนกลับไป “อ่านแม่” ในแต่ละช่วงของชีวิต

603
10 สิงหาคม 2569

          ตอนเด็กแม่คือคนที่อุ้มเรา พอโตขึ้นแม่อาจกลายเป็นคนที่เราไม่เข้าใจ เป็นคนที่ห่วงมากไป ถามมากไป หรือพยายามปกป้องเราในวันที่เราอยากออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง

          เวลาผ่านไป เราค่อย ๆ มองเห็นแม่ในอีกหลายด้าน แม่ไม่ได้รู้ทุกอย่าง ไม่ได้ทำถูกทุกครั้ง และไม่ได้เข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา แม่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีชีวิต มีความกลัว มีความผิดพลาด และมีเรื่องราวบางส่วนที่ลูกอาจไม่เคยรู้

          ยิ่งเราโตขึ้น แม่ก็ยิ่งมีรายละเอียดมากขึ้น จนวันหนึ่ง คนที่เคยถามเราว่า “กินข้าวหรือยัง” อาจกลายเป็นคนที่เราต้องถามกลับว่า “กินยาหรือยัง”

          หนังสือเหล่านี้จึงไม่ได้ชวนอ่านเรื่องของแม่เพียงแบบเดียว แต่ชวนกลับไป “อ่านแม่” ในแต่ละช่วงของชีวิต ตั้งแต่วันที่แม่ยังเป็นโลกใบใหญ่ของเรา วันที่เราอยากเดินออกจากโลกใบนั้น จนถึงวันที่เราเริ่มหันกลับมามองแม่คนเดิม ด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป

ตอนที่แม่ยังอุ้มเรา

          รักเธอชั่วนิรันดร์ (Love You Forever)  หนังสือภาพของ โรเบิร์ต มันซ์ (Robert Munsch) แปลโดย ปวีณา ชุณศาสตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1986 เป็นหนังสือบาง ๆ ที่พาไปพบแม่คนหนึ่งเฝ้ามองลูกชายเติบโต ตั้งแต่เป็นทารก เด็กสองขวบ เด็กเก้าขวบ วัยรุ่น จนกลายเป็นชายหนุ่มที่ย้ายออกไปมีบ้านของตัวเอง ทุกช่วงวัยมีเรื่องให้แม่ปวดหัวต่างกันไป แน่นอนว่าเด็กสองขวบกับวัยรุ่นมีวิธีทำให้แม่เหนื่อยคนละแบบ แต่ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน แม่ก็ยังมองเห็นเด็กคนนั้นอยู่เสมอ

          จนวันหนึ่งแม่แก่ลง คนที่เคยอุ้มลูกไม่มีแรงเหมือนเดิม และทิศทางของการดูแลค่อย ๆ กลับด้าน ลูกชายเป็นฝ่ายอุ้มแม่เสียเอง ก่อนจะกลับบ้านไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยของเขาต่อ

          โรเบิร์ต มันซ์ เคยเล่าว่าต้นทางของ รักเธอชั่วนิรันดร์ มาจากเพลงสั้น ๆ ที่เขาแต่งหลังจากเขาและภรรยาสูญเสียลูกสองคนตั้งแต่แรกคลอดในปี 1979 และ 1980 เพลงนั้นอยู่ในหัวเขาอยู่นาน แต่เขาไม่สามารถร้องออกมาได้ เพราะทุกครั้งที่พยายามร้องก็จะร้องไห้ จนวันหนึ่งเขานำเพลงนั้นมาพัฒนาเป็นเรื่องราวของแม่ ลูก และความรักที่เดินทางผ่านเวลา

          หนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้พูดเพียงว่าแม่รักลูกมากแค่ไหน แต่ยังมีเรื่องหนึ่งซ่อนอยู่ในระหว่างการเติบโตของลูกด้วยว่า ขณะที่เรากำลังโตขึ้นทุกวัน แม่ก็กำลังแก่ลงทุกวันเหมือนกัน

          ยืมอ่านได้ที่ TK Park ทั้งฉบับภาษาไทย  TH↗   ภาษาอังกฤษ  EN↗  

เมื่อแม่ไม่เป็นดังใจ

          พอโตขึ้นอีกนิด เราเริ่มค้นพบความจริงบางอย่าง แม่ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง อาจยุ่ง ไม่ฟัง หรือทำอาหารที่เราไม่อยากกิน และที่น่าผิดหวังที่สุดคือ แม่ไม่ได้จัดการโลกทั้งใบให้เป็นอย่างที่เราต้องการ

          นีล ไกแมน (Neil Gaiman) หยิบความรู้สึกแบบนั้นไปสร้างเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและน่าขนลุกใน คอรัลไลน์ (Coraline) ซึ่งแปลโดย ลมตะวัน นวนิยายสำหรับเด็กที่ตีพิมพ์ในปี 2002 เรื่องเริ่มจาก คอรัลไลน์ ที่เบื่อบ้านใหม่และพ่อแม่ที่ยุ่งกับงาน จนค้นพบประตูลึกลับซึ่งพาเธอไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่นั่นมีบ้านคล้ายบ้านของเธอ มีพ่ออีกคน และที่สำคัญ มี “Other Mother”

          แม่อีกคนดูน่าสนใจกว่าแม่จริงเสียด้วยซ้ำ เธอมีเวลา มีอาหารอร่อย มีของที่คอรัลไลน์ชอบ โลกของเธอดูเหมือนสร้างขึ้นมาเพื่อเด็กคนหนึ่งโดยเฉพาะ เพียงแต่แม่คนนี้มีกระดุมสีดำแทนดวงตา และไม่นานนัก คอรัลไลน์ ก็พบว่า สิ่งที่ Other Mother ต้องการไม่ใช่เพียงรักเธอ แต่ต้องการให้เธออยู่ในโลกนั้นตลอดไป

          คอรัลไลน์ จึงชวนกลับมามองคำว่าแม่ในอีกมุมหนึ่ง แม่ที่ดีอาจไม่ใช่แม่ที่มีเวลาให้เราทุกนาที ทำทุกอย่างที่เราชอบ หรือตามใจเราทุกเรื่อง บางครั้งแม่จริง ๆ ก็ยุ่ง หงุดหงิด และไม่เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น แต่ความไม่สมบูรณ์แบบเหล่านั้นก็ไม่ได้แปลว่าเธอรักเราน้อยลง

          ยืมอ่านได้ที่ TK Park  TH↗   

แม่ไม่เข้าใจเราหรอก

          ใครเคยผ่านชีวิตวัยรุ่น น่าจะเคยผ่านช่วงแบบนี้มาเหมือนกัน เมื่อประตูห้องนอนเริ่มปิดบ่อยขึ้น เรื่องบางเรื่องเล่าให้เพื่อนฟังง่ายกว่าเล่าให้แม่ฟัง และคำถามธรรมดาอย่าง “ไปไหน” อาจฟังคล้ายการสอบสวนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

          Everything, Everything นวนิยายเรื่องแรกของ Nicola Yoon แปลโดย การตริน ลีละหุต ตีพิมพ์ในปี 2015 พาความรู้สึกนี้ไปไกลกว่าครอบครัวทั่วไป แมเดลิน หรือแมดดี้ อายุ 18 ปี ใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดอยู่ภายในบ้าน เพราะป่วยด้วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง แม่ซึ่งเป็นแพทย์จึงเป็นทั้งแม่ ผู้ดูแล และคนที่คอยกันลูกออกจากโลกภายนอก

          จนกระทั่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งย้ายมาอยู่บ้านข้าง ๆ โลกที่เคยมีแม่เป็นศูนย์กลางเริ่มมีบางอย่างอยู่นอกหน้าต่าง และ แมดดี้ เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตที่ถูกออกแบบไว้ให้ปลอดภัยทุกตารางนิ้ว

          ความสัมพันธ์แม่–ลูก ใน Everything, Everything จึงอยู่ตรงรอยต่อที่วัยรุ่นจำนวนมากคุ้นเคย แม้ชีวิตจริงจะไม่สุดขั้วเท่าในนิยาย แม่คิดว่า “ฉันเป็นห่วง” แต่ลูกอาจได้ยินว่า “แม่ไม่ไว้ใจฉัน” แม่มองว่าโลกข้างนอกอันตราย ขณะที่ลูกกำลังคิดว่า ถ้าไม่ออกไป แล้วเมื่อไรชีวิตของฉันจะเริ่มเสียที

          บางทีการโตขึ้นอาจไม่ได้หมายถึงการเลิกรักคนที่ปกป้องเรา แต่อาจหมายถึงการเริ่มต่อรองว่า เราต้องการให้เขาปกป้องเราแค่ไหน

          ยืมอ่านได้ที่ TK Park  TH↗   หรืออ่านบนแอป Libby ในรูปแบบ  e-book ↗  และ audiobook ↗

เข้าใจแม่ ไม่ได้แปลว่าต้องเห็นด้วยกับแม่

          พอโตขึ้น เราอาจเริ่มมองเห็นความซับซ้อนอีกแบบหนึ่ง พ่อแม่ไม่ใช่คนที่ถูกเสมอไป และการกลับมา “อ่านแม่” อีกครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยข้อสรุปว่า ทุกสิ่งที่แม่ทำล้วนถูกต้องเพียงเพราะเกิดจากความรัก

          Educated หรือฉบับภาษาไทย บันทึกศึกษา: หลักสูตรเร่ง LIFE เขียนโดย ทาร่า เวสต์โอเวอร์ (Tara Westover) แปลโดย ธนกร นำรับพร ตีพิมพ์ในปี 2018 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นบันทึกเรื่องราวของเธอที่เติบโตในครอบครัวแนว survivalist ที่เน้นพึ่งพาตัวเองและไม่ไว้วางใจระบบของรัฐ พ่อไม่เชื่อทั้งการศึกษาในระบบและการแพทย์สมัยใหม่ เวสต์โอเวอร์ จึงไม่ได้เข้าโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป ก่อนจะออกจากบ้านและไปไกลถึงการสำเร็จปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

          แต่ บันทึกศึกษา: หลักสูตรเร่ง LIFE ไม่ได้เล่าเพียงการเดินทางจากเด็กที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนไปสู่ปริญญาเอก หากยังเป็นเรื่องของการค่อย ๆ มองครอบครัวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อ เวสต์โอเวอร์ ยอมรับว่าความรุนแรงที่ได้รับจากพี่ชายไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกมองข้าม เธอพยายามบอกเรื่องนี้กับครอบครัว แต่แม่ที่เธอรักกลับไม่อาจยอมรับความจริงที่ลูกสาวเล่า และไม่สามารถยืนอยู่ข้างเธอได้ จนในที่สุด เวสต์โอเวอร์ ต้องเลือกระหว่างเรื่องเล่าแบบเดิมของครอบครัว กับการเชื่อในประสบการณ์ของตัวเอง

          เมื่อมองแม่ใหม่ เวสต์โอเวอร์ เข้าใจมากขึ้นว่าแม่เองก็มีความกลัวและข้อจำกัด ความเข้าใจนี้ไม่ได้แปลว่าเธอต้องยอมรับทุกการตัดสินใจของแม่ เราสามารถรักใครสักคน เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น และยังเลือกเดินไปในทางที่ต่างจากเขาได้

       ยืมอ่านได้ที่ TK Park  ฉบับภาษาไทย  TH↗   หรืออ่านบนแอป Libby ในรูปแบบ  e-book ↗  และ audiobook ↗  

เรารู้จักแม่ดีแค่ไหน

          คำถามนี้อาจไม่เกิดขึ้นตอนแม่ยังอยู่ที่บ้านทุกวัน ในวันที่แม่ไม่อยู่ (Please Look After Mom)  ของนักเขียนเกาหลีใต้ ชินกยองซุก (Shin Kyung-sook) แปลโดย วิทิยา จันทร์พันธ์  ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในเกาหลีเมื่อปี 2008 เรื่องทั้งหมดเริ่มจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด  ที่แม่เกิดหายตัวไประหว่างเดินทางมาเยี่ยมลูก ๆ ในกรุงโซล  พ่อกับแม่พลัดหลงกันที่สถานีรถไฟใต้ดิน ครอบครัวจึงต้องทำโปสเตอร์คนหาย และปัญหาเล็ก ๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้น ลูก ๆ ไม่แน่ใจว่าจะเขียนอายุแม่เท่าไร รายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับแม่ไม่มีใครตอบได้

          เมื่อแต่ละคนเริ่มย้อนกลับไปค้นความทรงจำ พวกเขาค่อย ๆ พบว่า ผู้หญิงที่ทุกคนเรียกว่า “แม่” มาทั้งชีวิต มีชีวิตอีกหลายส่วนที่ไม่มีใครเคยถามถึง เธอเคยต้องการอะไร เคยเหนื่อยแค่ไหน เคยรักใคร เคยอยากไปไหน หรือมีเรื่องอะไรที่เก็บไว้กับตัวเอง

          คำถามจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “แม่อยู่ที่ไหน” ไปเป็น “ตลอดเวลาที่แม่อยู่กับเรา เราเคยรู้จักแม่จริง ๆ หรือเปล่า”

          เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่ายนัก   เพราะบางทีเรารู้ว่าแม่กินกาแฟแบบไหน แต่ไม่รู้ว่าแม่เคยอยากทำงานอะไร รู้ว่าแม่ชอบดูละครเรื่องไหน แต่ไม่รู้ว่าแม่กลัวอะไรมากที่สุด เราใช้เวลาหลายสิบปีเรียกใครคนหนึ่งว่า “แม่” จนบางครั้งลืมไปว่า ชีวิตของเธอยังมีอีกหลายบทที่ไม่เคยเล่าให้เราฟัง

          ยืมอ่านได้ที่ TK Park  TH↗   

แล้วคนที่เคยดูแลเรา ก็เริ่มเดินช้าลง

          การเปลี่ยนบทบาทระหว่างแม่กับลูกไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว ไม่มีประกาศ ไม่มีพิธี และไม่มีใครบอกว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคุณจะกลายเป็นคนดูแลคนที่เคยดูแลคุณ มันมักเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่าง “ไปหาหมอวันไหน” “กินยาหรือยัง” “ขับรถไหวไหม” หรือ “เดี๋ยวไปด้วย”

          Graphic Memoir ที่เขียนขึ้นเมื่อปี 2014 โดยนักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน Roz Chast หนังสือ Can't We Talk About Something More Pleasant? พาเราเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาเหล่านี้อย่างไม่พยายามทำให้มันงดงามเกินจริง Chast เล่าถึงการดูแลพ่อแม่สูงวัยของตัวเอง ตั้งแต่เรื่องบ้าน สุขภาพ ค่าใช้จ่าย สถานดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงความตาย เรื่องที่พ่อแม่ของเธอเองก็อยากเปลี่ยนหัวข้อทุกครั้งที่ลูกพยายามชวนคุย

          ความดีของเล่มนี้คือ มันยอมให้ความรักอยู่ร่วมกับความหงุดหงิดได้ เรารักพ่อแม่และเหนื่อยได้ ห่วงและรำคาญได้ พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุด และบางวันก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าสิ่งที่ดีที่สุดคืออะไร นี่อาจเป็นความสัมพันธ์แม่–ลูกอีกแบบที่เราไม่ค่อยเห็นบนการ์ดวันแม่

          คนที่เคยจับมือเราข้ามถนน วันหนึ่งอาจเดินช้ากว่าเรา และเราเองกลายเป็นฝ่ายหันกลับไปดูว่าแม่ตามมาทันหรือยัง

          ยืมอ่านได้ที่ TK Park ฉบับภาษาอังกฤษ  EN↗  หรืออ่านในรูปแบบ e-book ได้บน Libby↗

เมื่อแม่อยู่ในวันเวลาที่เรียบง่าย

          พื้นที่ให้เศร้า (Crying in H mart) อยู่ปลายทางของการ “อ่านแม่” ในช่วงเวลาที่แม่ไม่อยู่กับเราแล้ว บันทึกความทรงจำของ มิเชลล์ ซอเนอร์ (Michelle Zauner) นักร้องและนักดนตรีที่รู้จักกันในชื่อ Japanese Breakfast แปลโดย C.S. ตีพิมพ์ในปี 2021 เล่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่ชาวเกาหลี ตั้งแต่วัยเด็ก ความคาดหวัง ความขัดแย้งในช่วงวัยรุ่น ไปจนถึงวันที่ซอเนอร์อายุ 25 และรู้ว่าแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

          หลังแม่จากไป สิ่งที่พาแม่กลับมาไม่ใช่สิ่งของมีค่าหรือคำพูดพิเศษอะไรเลย แต่เป็นอาหาร ทั้งกิมจิ บะหมี่ สาหร่าย กลิ่นบางอย่างในครัว และ H Mart ซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชียที่ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านชั้นวางสินค้า ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ค่อย ๆ กลับมา

          คนที่จากไปแล้วกลับมาอยู่ในของธรรมดาอย่างน่าประหลาด บางคนอยู่ในสูตรไข่พะโล้ บางคนอยู่ในวิธีพับถุงพลาสติก บางคนอยู่ในเสียงโทรทัศน์ตอนเย็น หรือประโยค “เอาอะไรไหม เดี๋ยวแม่แวะซื้อ” ที่ตอนยังได้ยินทุกวัน เราไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรให้จดจำ

          ซอเนอร์กลับไปหาอาหารเกาหลีเพื่อเชื่อมต่อกับแม่ และในเวลาเดียวกันก็กลับไปพบความเป็นเกาหลีส่วนหนึ่งของตัวเองที่เคยห่างออกไป สิ่งที่แม่ทิ้งไว้กับลูกจึงอาจไม่ใช่เพียงความทรงจำเกี่ยวกับแม่ แต่เป็นส่วนประกอบบางอย่างในตัวเราด้วย

          เราใช้ชีวิตหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว เพราะเคยเห็นแม่ทำ พูดบางประโยคแล้ววันหนึ่งตกใจว่าเสียงเหมือนแม่เหลือเกิน หรือซื้อของบางอย่างติดบ้านโดยไม่เคยถามตัวเองว่าทำไม กว่าจะรู้ตัว คนที่เราเคยพยายามเดินออกห่างในบางช่วงของชีวิต  ก็อยู่ในชีวิตเรามาตลอด

          ยืมอ่านได้ที่ TK Park  TH↗   

 

บทความแนะนำ

Trust Economy เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจ
บล็อก

Trust Economy เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจ

สาธารณสุขนำ ยุทธศาสตร์ชัดเจน ชุมชนเข้มแข็ง สื่อสารความไว้ใจ

571
6 เหตุผลดีๆ ที่เด็กควรมีกิจวัตรประจำวัน
บล็อก

6 เหตุผลดีๆ ที่เด็กควรมีกิจวัตรประจำวัน

ทำไมการฝึกให้เด็กๆ มีกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลาเช่นนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

1523
10 หนังสือจัดระเบียบบ้าน แค่อ่านก็เปลี่ยนชีวิต
บล็อก

10 หนังสือจัดระเบียบบ้าน แค่อ่านก็เปลี่ยนชีวิต

ลุกขึ้นมาเปลี่ยนโฉมบ้านใหม่กันนะ

3539
ชวนเพิ่ม Soft Skills ทักษะอนาคต ผ่าน 10 หนังสืออ่านฟรีบนแอปพลิเคชัน
บล็อก

ชวนเพิ่ม Soft Skills ทักษะอนาคต ผ่าน 10 หนังสืออ่านฟรีบนแอปพลิเคชัน

ทุกคนสามารถฝึก Soft Skill กันได้ แค่เพียงไม่หยุดเรียนรู้และฝึกฝน

2445
จุดเปลี่ยนสู่เด็กกินเก่ง
บล็อก

จุดเปลี่ยนสู่เด็กกินเก่ง

TK Park ชวนพ่อแม่รู้จักนิทาน 5 เล่ม เบื้องหลังนิทรรศการ Le petit chef ที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67)

240|อ่าน : 12 นาที
คุยกับ ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม ในวันที่ไวรัสทำให้ธุรกิจบันเทิงหมดความบันเทิง
บล็อก

คุยกับ ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม ในวันที่ไวรัสทำให้ธุรกิจบันเทิงหมดความบันเทิง

ความสำเร็จของการจัดอีเวนต์คือรวบรวมผู้คนได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามันขัดแย้งกับสิ่งที่วิถีชีวิตกำลังดำเนินอยู่ตอนนี้

229
ทิศทางสื่อออนไลน์ ในยุคที่ไม่เหมือนเดิม
บล็อก

ทิศทางสื่อออนไลน์ ในยุคที่ไม่เหมือนเดิม

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็ก เมื่อเกิดโควิดจะมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน

152
เอ๊ะ มีอะไรมาส่ง?
บล็อก

เอ๊ะ มีอะไรมาส่ง?

TK Park ชวนเปิดหนังสือ 6 เล่มน้อยให้คลายสงสัย ภายในกล่อง ซอง ปก เหล่านั้น มีอะไรซ่อนอยู่กันนะ

214|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.