เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

ไม่มีใครแก่เกินเรียน

ไม่มีใครแก่เกินเรียน

709 | อ่าน : 10 นาที
19 สิงหาคม 2566

LearnforEveryOne-01.jpg

          สำหรับประเทศไทย การศึกษาภาคบังคับจบที่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งนักเรียนในระบบปกติจะจบการศึกษาที่อายุราว 15 ปี แต่การเรียนรู้ไม่สิ้นสุดแค่ที่การจบการศึกษา ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่มีใครแก่เกินที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ และสำหรับบทความนี้ TK Park จะมาลองเสนอว่าไม่มีช่วงวัยใดที่เรียนรู้ได้ช้าหรือมีประสิทธิภาพด้อยกว่าวัยอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด เพียงแต่เราจำเป็นต้องปรับวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยเท่านั้น

          ลองมาพูดคุยกันว่า ลักษณะเฉพาะของคนแต่ละช่วงวัยคืออะไร และวิธีการเรียนรู้สำหรับแต่ละวัยน่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

LearnforEveryOne-02.jpg

วัยรุ่นตอนปลาย ถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (15-25 ปี)

          คนในช่วงวัยนี้มักต้องเลือกเส้นทางชีวิตทั้งเรื่องการเรียน อาชีพ สังคม อุดมคติและความรัก ซึ่งเต็มไปด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอน การตัดสินใจในวัยนี้จะส่งผลสำคัญต่ออนาคต แต่ก็อาจเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมากที่สุดสำหรับใครหลายคน 

          คนวัย 15 ปีอาจมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในหลายมิติ เพราะเริ่มสามารถคิดเชิงนามธรรม คิดฉากทัศน์ หรือประเมินมุมมองที่แตกต่าง รวมทั้งวางแผนระยะยาว และตัดสินใจในเชิงจริยธรรมได้ 

          คนวัยนี้มักมีกระบวนการประมวลเรื่องราวรวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ แต่ยังขาดความลึกซึ้งของภูมิปัญญา เพราะมีประสบการณ์ชีวิตน้อยและสมองยังพัฒนาไม่ถึงขีดสุด สมองส่วนคอร์เท็กซ์หรือกลีบหน้าผากส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลและวางแผนการกระทำเพื่อบรรลุเป้าหมาย หรือ “หน้าที่บริหารจัดการ” นั้นจะโตเต็มที่เมื่ออายุถึง 25 ปี เป็นเหตุวัยรุ่นจึงชอบความแปลกใหม่ กล้าเสี่ยงและติดกลุ่มเพื่อน พฤติกรรมแบบนี้มีในมนุษย์ทุกวัฒนธรรม รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ชอบสังคมเกือบทุกชนิด ความท้าทายของวัยรุ่นตอนปลายจึงอยู่ที่เลือกเสี่ยงให้ถูกทาง เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้ในอนาคตให้ตัวเอง แทนที่จะมัวแต่กังวลเรื่องความล้มเหลวเสียหน้าในหมู่เพื่อน

          วัยรุ่นยังเป็นช่วงอายุที่จดจำได้ดีที่สุด และมีเวลาที่จะทุ่มเทให้การเรียนได้อย่างเต็มที่ จึงไม่ควรทิ้งโอกาสให้เสียเปล่า คนวัยนี้จึงควรซึมซับความรู้เรื่องศัพท์ ไวยากรณ์ กายวิภาค สูตรคณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และทุกอย่างที่เป็นพื้นฐานความรู้ในสาขาต่าง ๆ ไว้ให้มากที่สุดราวกับเป็นของสะสมที่อาจต้องการใช้ในอนาคต นอกจากนี้ วัยรุ่นควรพัฒนานิสัยที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ เช่น นอน ออกกำลังกาย การกินอาหารตามสุขลักษณะ ฝึกสมาธิ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง จดบันทึก หรือทำกิจกรรมที่ช่วยทบทวนความคิด

          ในทางกายภาพ สมองของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่ถึงขีดสุด ดังนั้นอาจต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวางแผนระยะยาว เช่น โปรแกรมหรือแอปพลิเคชั่นวางแผนเก็บเงินสำหรับเกษียณ สร้างสุขนิสัย หรือช่วยจัดตารางงาน และบริหารจัดการสิ่งรบกวน และหากใครสงสัยว่าตัวเองมีความบกพร่องในการเรียนรู้หรือสมาธิสั้น ควรรีบเข้ารับการทดสอบขณะที่ยังอยู่ในระบบการศึกษา

LearnforEveryOne-03.jpg

          ย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ (25-45 ปี)

          ช่วงวัยนี้คือช่วงเวลาแห่งการซึมซับและทบทวนเนื่องจากสมองเติบโตเต็มที่แล้ว การใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่มักเป็นไปตามขนบวัฒนธรรม ผสมผสานกับทางเลือกและประสบการณ์ส่วนตัว มากกว่าจะถูกกำหนดด้วยปัจจัยทางพันธุกรรม

          ในวัย 40 ปี บางคนอาจเป็นปู่ย่าตายาย หรืออาจเพิ่งมีลูกคนแรก ในขณะที่บางคนเกษียณจากอาชีพแล้ว เช่น นักกีฬาที่อำลาวงการเมื่ออายุ 30 ปี หรือบางคนอาจเพิ่งเริ่มเรียนแพทย์เฉพาะทาง วัยนี้จึงเป็นวัยที่ประกอบด้วยบทบาททางสังคมที่หลากหลาย แต่คนวัยนี้มีจุดร่วมคือต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงในเรื่องงาน ชีวิตครอบครัว สุขภาพร่างกาย ฯลฯ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดี เพราะเริ่มพ้นจากพฤติกรรมเสี่ยงแบบวัยรุ่น แต่ก็ยังมีภูมิคุ้มกันทางร่างกายที่เข้มแข็ง ยังไม่ค่อยมีโรคประจำตัว และยังได้สั่งสมความรู้ ทักษะประสบการณ์ และทักษะความชำนาญทางใดทางหนึ่งมาระยะหนึ่ง

          การเรียนรู้ในช่วงวัยนี้จึงมาจากประสบการณ์ตรง หลายอย่างไม่มีในตำรา ความท้าทายอยู่ที่ว่าจะหาเวลาซึมซับและทบทวนบทเรียนชีวิตอย่างไร

          เคล็ดลับการเรียนรู้อย่างมีความสุขในวัยผู้ใหญ่ คือรักษาสุขภาพร่างกายให้ดี เพราะจะส่งผลถึงจิตใจด้วย สุขนิสัยในช่วงวัยนี้คืออนาคตที่ดีในบั้นปลาย ทั้งร่างกายและจิตใจ การนอนหลับและออกกำลังจะช่วยเพิ่มความสามารถในการซึมซับ วิเคราะห์และใช้ความรู้ใหม่ ๆ ทักษะ ตลอดจนความชาญฉลาดให้เป็นประโยชน์

          เทคนิคสำคัญคืออย่าจำกัดบทบาทของตัวเอง การมีผู้คนหลากหลายต่างวัยรอบตัวคอยช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์และเปิดโอกาสการเรียนรู้คือจุดแข็งร่วมกันของคนวัยนี้ นอกจากนี้ ควรผสมผสานทักษะ ความรู้ และมุมมองภายในตัวเองให้ใช้ได้ในหลายบทบาทและสถานการณ์ด้วย

LearnforEveryOne-04.jpg

          วัยผู้ใหญ่เต็มตัว (45-60 ปี)

          เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ทุกอย่างรอบตัวและร่างกายของตัวเองย่อมมีจังหวะช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนวัยนี้จึงจำเป็นต้องพร้อมรับการถดถอยในหลาย ๆ ด้าน แต่ในทางตรงกันข้าม ความเฉลียวฉลาดรอบคอบและภูมิความรู้มักสูงขึ้นชดเชยกัน ความสามารถผสมผสานประสบการณ์ จัดระเบียบความคิด ความจำ แล้วนำมาใช้ร่วมกับตัวช่วยภายนอกและเครือข่ายผู้คน จึงเป็นลักษณะสำคัญของคนวัยนี้ ซึ่งถือเป็นการใช้สิ่งที่สะสมมาตลอดชีวิต ทั้งสุขนิสัย ความสัมพันธ์ ความชำนาญ และการรู้จักตัวเอง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างจุดแข็งเหล่านี้กับการเรียนรู้สิ่งใหม่ หากคนวันนี้มีพื้นฐานจุดแข็งที่มั่นคง ย่อมประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำจนกล้าที่จะออกจากพื้นที่ปลอดภัยโดยไม่กลัวล้ม

          เมื่อตระหนักถึงความรู้ความสามารถของตนแล้ว คนวัยผู้ใหญ่เต็มตัวก็มักอยากส่งต่อความรู้ความสามารถให้คนรุ่นหลัง ทั้งลูกหลาน รุ่นน้องในที่ทำงาน และช่วยเหลือสังคม แต่ความท้าทายของวัยนี้คือการที่ต้องไม่ยึดติดกับความคิดของตนเองเท่านั้น และต้องคิดแผนสำรองไว้เผื่อความผิดพลาดที่คาดไม่ถึงด้วย ท้ายที่สุด สมดุลของคนวัยนี้จึงย่อมเป็นการที่ทั้งให้และได้รับความรู้ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์กับคนต่างรุ่น ผ่านการลองทำกิจกรรมและการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ ที่สำคัญคือควรประเมินสุขภาพกายและใจอยู่เสมอเพื่อดูแลตัวเองได้อย่างมั่นคงและยืนยาว

LearnforEveryOne-05.jpg

          วัยผู้ใหญ่ตอนปลาย ถึงวัยสูงอายุ (60+)

          หากเป็นต้นไม้ วัยนี้เปรียบเป็นวัยแห่งการบำรุงรักษา กำจัดวัชพืชและรดน้ำพรวนดิน ในยุคนี้ ผู้คนอายุยืนยาวขึ้น จึงเรียนรู้และทำงานได้นานขึ้น แต่กระบวนการทำความเข้าใจสิ่งใหม่อาจช้าลง ทั้งความจำ สมาธิ การใช้เหตุผล การจัดการข้อมูล และแรงบันดาลใจ จากที่เคยแสวงหาความแปลกใหม่ ก็อาจจะสนใจน้อยลง

          ทว่า หากคนวัยนี้ทำความคุ้นชินกับการปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ ๆ มาตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ ก็อาจยังสามารถมองหาเป้าหมายใหม่ ๆ เกิดการเรียนรู้ ประมวลผล และทำความเข้าใจต่อสิ่งที่ไม่คุ้นเคยได้ไม่ยาก และคงความสามารถในการจดจำได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ หากคนวัยนี้มีทัศนคติว่าการเรียนรู้นี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวโยงกับการศึกษาหรือการพัฒนาอาชีพเพียงเท่านั้น ก็อาจพัฒนาความคิด การเข้าสังคม การรู้จักตัวเอง หรือการพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายอื่น ๆ ได้ คนวัยนี้มักพบแรงบันดาลใจจากเป้าหมายหรืออุดมคติส่วนตัวหรือความสุขใจ มากกว่าจะไขว่คว้าความสำเร็จ ทรัพย์สิน หรือสถานะทางสังคม

          สำหรับคำแนะนำสำหรับคนวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย จึงเน้นที่การตัดสิ่งรกรุงรังออก เหลือแต่บทบาทหน้าที่สำคัญ และผสมผสานให้สมดุลมากที่สุด เปรียบเหมือนการกำจัดวัชพืชและรดน้ำพรวนดิน เช่น การดูแลและบริหารร่างกายและจิตใจด้วยเกม การเต้นรำ ชี่กง ค้นหาธรรมชาติ ไม่ควรมีทัศนคติในแง่ลบถึงอายุที่เพิ่มขึ้น เพราะการขาดความมั่นใจหรือวิตกกังวล ซึ่งจะเป็นอุปสรรคของการเรียนรู้ ทั้งที่จริงแล้วสมองของผู้สูงวัยอาจมีความสุขุมลุ่มลึก และทำงานได้ดีเกินกว่าที่ตนคาดคิดด้วยซ้ำ

          การมีกิจกรรมและโครงการริเริ่มใหม่ ๆ ก็สำคัญ ไม่ต้องใหญ่โตแต่ให้มีแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้า ผู้สูงวัยอาจลองกลับไปทำงานอดิเรกที่เคยชอบเมื่อยังเด็ก ติดต่อกับเพื่อนเก่า หรือค้นคว้าเรื่องราวของครอบครัว การหาความรู้ในจุดนี้อาจนำไปสู่ไอเดียใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ หรือเปิดมุมมอง เช่น ลองอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ในแง่ใหม่ ใช้เส้นทางที่ไม่เคยไปมาก่อน เพื่อให้สมองได้ตื่นตัวมากขึ้น

          สำหรับการฝึกสมอง เกมคอมพิวเตอร์เกมอาจเน้นเรื่องความสนุกสนานและช่วยเรื่องความจำได้ในเบื้องต้น แต่ควรฝึกสติและทำสมาธิที่จะช่วยเรื่องความสามารถในการจำและประมวลผลในระยะยาว ซึ่งเกี่ยวข้องกับสมองโดยตรง การรับประทานอาหารมีประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำก็จะช่วยให้สมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น

          แต่ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะอายุเท่าไร การเรียนรู้ก็เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กับการมีร่างกายและจิตใจที่ดี และเมื่อเอากายและใจที่ดีมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบข้างที่เอื้อต่อการสร้างความมั่นใจและการเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ แล้ว การเรียนรู้ย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคนอย่างแน่นอน

 

อ้างอิง

https://www.newsweek.com/how-keep-learning-every-stage-your-life-1663380

https://www.webmd.com/healthy-aging/learning-after-60 

บทความแนะนำ

23 เมษายน วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก เพราะคนบ้าหนังสือไม่ได้มีแค่คุณ
บล็อก

23 เมษายน วันหนังสือและลิขสิทธิ์โลก เพราะคนบ้าหนังสือไม่ได้มีแค่คุณ

TK Park รวบรวมเรื่องราวเกร็ดเล็กน้อยของโลกหนังสือและลิขสิทธิ์ เฉลิมฉลอง World Book and Copyright Day ปี 2024

204|อ่าน : 15 นาที
‘ช้างป๋อง รอเล่น’ และรอเรากลับไปสวมกอดของเล่นวัยเด็กอีกครั้ง
บล็อก

‘ช้างป๋อง รอเล่น’ และรอเรากลับไปสวมกอดของเล่นวัยเด็กอีกครั้ง

นิทรรศการนำเสนอผลงานแห่งความภาคภูมิใจ ของนิสิตสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก (Children’s Literature) แห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

305|อ่าน : 10 นาที
ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน
บล็อก

ในโลกที่ไม่มีใครเรียนรู้เหมือนกัน

มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เรียนรู้ด้วยวิธีเดียว บทความนี้ชวนสำรวจ 4 จังหวะการรับรู้ ทั้งการฟัง การมองเห็น การลงมือทำ และการอ่านเขียน เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบเฉพาะตัว และก้าวข้ามมาตรฐานเดียวสู่การเรียนรู้ที่หลากหลาย

319
ละครโรงเล็ก นักแสดงเดี่ยว หญิง มุสลิม
บล็อก

ละครโรงเล็ก นักแสดงเดี่ยว หญิง มุสลิม

มองความเป็นนักแสดงหญิงมุสลิม ผ่านการแสดง ‘ฮิญาบ หากพระองค์ทรงประสงค์’ ของฟารีดา จิราพันธุ์ จาก Learning Fest Bangkok 2023

183|อ่าน : 15 นาที
เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
บล็อก

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

255
Know the Now of Yourself
บล็อก

Know the Now of Yourself

รู้จักตัวเองให้มากขึ้น แล้วให้หนังสือเป็นเครื่องนําทาง

218
อะไรรอเราอยู่ในปี 2024?
บล็อก

อะไรรอเราอยู่ในปี 2024?

TK Park มองไปข้างหน้า และเตรียมตัวเดินหน้าสู่ปี 2024 อย่างมั่นคง

324|อ่าน : 12 นาที
ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ
บล็อก

ความรู้รอบ “ครัว” สำหรับเด็ก ๆ

TK Park ชวนพ่อแม่พาลูกเข้าครัว กับนิทรรศการ Le petit chef และกิจกรรมสนุกอ่านสนุกคิดที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67)

500|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.