TK News
เปิดโอกาสให้เด็กได้ ฟัง อ่าน เล่น เรียนรู้
clock วันศุกร์ที่ 09 พ.ย. 2561

เปิดโอกาสให้เด็กได้ ฟัง อ่าน เล่น เรียนรู้
เสริมสร้างพัฒนาการกับ Read & Learn Program for Family 

2.jpg

นอกจากความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้วนิทานยังช่วยสร้างเสริมพัฒนาการและกระตุ้นการเรียนรู้ให้เด็กๆได้เป็นอย่างดี  อุทยานการเรียนรู้ TK Park เป็นหน่วยงานหนึ่งในประเทศที่จัดกิจกรรมลักษณะนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่อกิจกรรม“Read & Learn Program for Family”ซึ่งพัฒนาขึ้นตามหลักการเรียนรู้ของสมอง(Brain Compatible Learning Program)โดยมีคุณอุษา ศรีนวล หรือครูเจนักจัดการความรู้ ฝ่ายกิจกรรมของอุทยานการเรียนรู้ TK Parkเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมนี้

ครูเจกล่าวว่านิทานช่วยเสริมสร้าง IQ และEQ ซึ่งขัดเกลาให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจที่งดงาม “การที่เด็กฟังนิทานอย่างเดียวคือแค่การรับรู้และเกิดจินตนาการ แต่เด็กจะสนุกยิ่งขึ้นถ้ามีการลงมือทำ ซึ่งจะมาช่วยเพิ่มทักษะอื่นๆให้เด็กเราจึงสามารถนำนิทานมาต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อฝึกทักษะต่างๆ เช่นการใช้ประสาทสัมผัส เรื่องของการใช้กล้ามเนื้อและการพัฒนากระบวนการคิดรูปแบบต่างๆ สิ่งนี้เองจะก่อให้การเล่านิทานก่อเกิดคุณประโยชน์อย่างแท้จริง”

กิจกรรม “Read & Learn Program for Family”ของอุทยานการเรียนรู้ TK Park เปิดโอกาสให้เด็กได้ “ฟัง อ่าน เล่น เรียนรู้” กับหนังสือและสื่อการเรียนรู้ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นตามหลักวิชาการ นอกจากนี้เด็ก ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เพลิดเพลินกับเหล่านิทานนานาชาติ และฐานกิจกรรมการเรียนรู้ที่เสริมสร้างพัฒนาการเด็กแบบองค์รวม

ครูเจมักจะนำเรื่องราวในนิทานมาเชื่อมโยงกันเป็นกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ฝึกคิด ฝึกใช้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ  โดยครูเจเล่าว่า “กิจกรรมเหล่านี้ออกแบบขึ้นมาโดยเชื่อมโยงกับเรื่องราวในหนังสือนิทาน หนังสือนิทานบางเล่ม เช่นเรื่องMagic Paper ที่เป็นหนังสือนิทานภาพจากประเทศญี่ปุ่น โดย Tsuneo Taniuchiและ Katsuhiro Ichikawa (2003) สามารถนำมาออกแบบกิจกรรมประกอบนิทาน ในรูปแบบของการเล่าไปเล่นไปพร้อมกันได้ เช่น การให้เด็กฝึกเล่นกับกระดาษ ซึ่งเป็นการใช้กล้ามเนื้อละเอียด โดยเด็กๆจะได้พับ ฉีก และม้วนกระดาษ เปลี่ยนให้กระดาษธรรมดากลายเป็นกระดาษมหัศจรรย์ สร้างการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาในนิทานได้เป็นอย่างดี” หรือฐานกิจกรรมให้เด็กๆ ได้กระโดดไปตามลำดับตัวเลข เพื่อการพัฒนาสมองน้อย (Cerebellum) ฝึกฝนทักษะการเคลื่อนไหว พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ ฝึกความสมดุลของท่วงท่าก็ได้รับการออกแบบโดยครูเจ ซึ่งเชื่อมโยงมาจากนิทานภาพเรื่อง I Know Numbers! โดย Taro Gomi หนังสือนิทานภาพจากประเทศญี่ปุ่น ที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเลขว่าอยู่ใกล้ตัวและสำคัญกับเรามากแค่ไหน


4.jpg

การนำเสนอเนื้อหาของนิทานแต่ละเล่มย่อมแตกต่างกันไป บางเล่มนำเสนอเรื่องศิลปะ เราสามารถทำกิจกรรมต่อยอดโดยให้เด็กฝึกทักษะทางศิลปะ และได้ลงมือทำงานศิลปะด้วยตัวเอง ใช้ประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวร่างกาย ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเล็ก หรือการใช้กระบวนการคิดและการแก้ปัญหาเป็นต้น

ครูเจกล่าวว่า ในขณะเล่านิทานการให้เด็กมีส่วนร่วมในนิทานเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการวางแผนและออกแบบโดยใช้เทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยการเล่านิทานไปถามไปอาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมเพราะทำให้จินตนาการในสมองของเด็กไม่ต่อเนื่อง  และไม่ช่วยเรื่องการฝึกทักษะการฟังจึงควรหาจังหวะการถามหรือการมีส่วนร่วมที่พอดี

1.jpg

นอกจากนั้นจังหวะและท่วงทำนองในการอ่านก็เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อไหร่ควรจะอ่านต่อเนื่อง หรือจังหวะไหนที่สมควรหยุด ชวนให้เด็กๆ คิดตาม รวมทั้งตำแหน่งการนั่งเล่านิทานที่สามารถมองหรือสบตาผู้ฟังซึ่งเป็นเด็กน้อยทั้งหลายได้ เพื่อสื่อสารความรู้สึกซึ่งกันในขณะฟัง เพราะความสุขส่งผ่านสายตากันได้ เมื่อไรที่เห็นเด็กตาเป็นประกาย ก็จะเหมือนเป็นรางวัลให้กับเราด้วย

ภายในกิจกรรม “Read & Learn Program for Family”นี้ จะมีนิทานและกิจกรรมที่ฝึกเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านสมอง กล้ามเนื้อ และกระบวนการคิด เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-7 ขวบ โดยกิจกรรมจัดขึ้นทุกเดือน สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ www.tkpark.or.th หรือสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทร 02-2574300 ต่อ 136, 098-832 4151 คุณอุษา ศรีนวล