เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

อ่านเรื่องราวในนิยาย ช่วยขยายขนาดของหัวใจ

อ่านเรื่องราวในนิยาย ช่วยขยายขนาดของหัวใจ

552
21 ตุลาคม 2563

20201016_Banner_BlogNovel-Cover.jpg

          เคยบ้างไหมในวันพักผ่อนแสนสบาย กำลังเอนหลังอ่านเรื่องราวในนิยายเพลินๆ คุณแม่สุดที่รักก็เดินมาต่อว่า มัวแต่นอนขี้เกียจอ่านหนังสือไร้สาระ ลุกมาช่วยแม่กวาดบ้านดีกว่าไหม หากเป็นเมื่อก่อนเราอาจจะเถียงแม่ไม่ได้ แต่ในยุคนี้เราสามารถตอบคุณแม่ได้เลยว่าเราไม่ได้กำลังนอนสบาย แต่กำลัง exercise “การเข้าใจผู้อื่น” (Empathy) อยู่ต่างหาก เพราะการอ่านนิยายคือการท่องเที่ยวเข้าไปในหน้ากระดาษที่บันทึกความคิดและชีวิตของผู้เขียน การได้อ่านนิยายจึงเป็นการทำความเข้าใจชีวิตของผู้คน ดังที่มาโลรี่ แบล็กแมน นักเขียนชาวอังกฤษกล่าวว่า การอ่านคือการออกกำลังกายโดยการลองสวม “รองเท้าของคนอื่น” ให้หัวใจได้ฝึกทักษะการเห็นอกเห็นใจ (Reading is an exercise in empathy; an exercise in walking in someone else’s shoes for a while.)
          คีธ โอตเลย์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แถมยังเป็นนักเขียนนวนิยายชื่อดังยืนยันว่า การอ่านนิยายจะช่วยให้เราเข้าใจผู้อื่น มีทัศนคติที่กว้างไกลและเข้าใจสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากประสบการณ์รอบตัวของเรามากขึ้น โดยในปี 2006 เขาและทีมวิจัยได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการอ่านกับความเข้าใจผู้อื่น ทีมได้ค้นหาอาสาสมัครนักอ่านเป็นผู้เข้าร่วมการวิจัย และทดสอบผู้เข้าร่วมวิจัยด้วยคำถามเกี่ยวกับนิยายเรื่องต่างๆ เช่น ชื่อผู้แต่ง เนื้อหาในเล่ม เพื่อแบ่งระดับการอ่านของอาสาสมัครนักอ่าน จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยรับการทดสอบ “เสียงของใจในแววตา” (Mind of the Eyes) เพื่อทดสอบว่าอาสาสมัครนักอ่านเหล่านี้จะสามารถเข้าใจความคิดและความรู้สึกของผู้อื่นได้หรือไม่ โดยให้อาสาสมัครเลือกจับคู่ถ้อยคำแสดงความรู้สึกกับภาพถ่ายที่แสดงแววตาของผู้คน ผลการทดสอบปรากฏว่า ยิ่งเป็นนักอ่านนิยายระดับ “แฟนพันธุ์แท้” มากเท่าไร ยิ่งจับคู่ความรู้สึกกับภาพได้อย่างถูกต้องมากเท่านั้น
         นับแต่การวิจัยเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ก็เหมือนเป็นการกระตุ้นให้วงการการศึกษาได้เห็นความสำคัญของ “การอ่านนิยาย” มากขึ้น และเป็นกุญแจเปิดทางสู่การวิจัยเกี่ยวกับการอ่านที่สร้างความเข้าใจผู้อื่นในหลายประเทศ ดังเช่นในปี 2014 มีการตีพิมพ์ผลการวิจัยว่า นักเรียนชั้นประถมและมัธยมศึกษาในอังกฤษและอิตาลีได้แสดงความเห็นอกเห็นใจแก่กลุ่มคนไร้บ้าน ผู้อพยพ และชาวรักร่วมเพศมากขึ้นภายหลังจากได้อ่านนวนิยายชื่อก้องโลกอย่างแฮร์รี พอตเตอร์

20201014_BannerBlogNovel01.jpg

           ในปีเดียวกันนั้นเอง ทีมวิจัยอีกทีมหนึ่งให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่อง Saffron Dreams นวนิยายที่เล่าถึงชีวิตนักบัญชีสาวชาวมุสลิมในนิวยอร์กซึ่งตกเป็นเหยื่อของการเหยียดเชื้อชาติ พบว่าหลังจากอ่านจบ ผู้อ่านทุกคนมีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันของสองชนชาติซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ ขณะที่กลุ่มผู้อ่านที่อ่านงานเชิงสรุปข่าวหรือสารคดีที่เกี่ยวกับเรื่องนี้กลับไม่แสดงความเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติที่เด่นชัดมากนัก

20201014_BannerBlogNovel02.jpg
           วิลเลียม โคปิก นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้เปรียบเปรยการอ่านนวนิยายไว้ว่านวนิยายเป็นทำหน้าที่เหมือน “สนามเด็กเล่น” เพื่อให้ทักษะของการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ “ออกกำลังกาย” และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะการอ่านนวนิยายคือการพาตัวเองเข้าไปยังจิตใจของตัวละคร มองเห็นสิ่งที่ตัวละครตัดสินใจกระทำ เห็นภูมิหลังที่แตกต่างกันของตัวละครแต่ละตัว ได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับศีลธรรมหรือ วัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ และจิตใจของเราจะยอมรับเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น เนื่องจากนวนิยายได้สร้าง “ระยะห่าง” ที่ปลอดภัยกว่าการออกไปสัมผัสประสบการณ์เหล่านั้นโดยตรง
           แล้วไอ้เจ้า “ทักษะการเข้าใจผู้อื่น” (Empathy Skill) นี่มันสำคัญกับการทำงานยังไงนะ? สู้เอาเวลาไปฝึกทักษะอย่างอื่นที่สำคัญกับการทำงานดีกว่าไหม? ทว่าไดอานา ทามีร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยพรินส์ตันได้เปิดเผยว่ายอดนักอ่านนวนิยายจะมีทักษะการเข้าสังคมสูงกว่าคนปกติ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือจะเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นและจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีมากกว่า โดยมีการทดลองน่ารักๆ คือให้อาสาสมัครได้อ่านนวนิยาย ตอบคำถามหลังจากอ่านว่าคิดอย่างไรกับตัวละคร อยากจะรู้จักตัวละครมากขึ้นหรือไม่ ทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาเชิงอารมณ์เพื่อวัดระดับความเห็นอกเห็นใจตัวละครในเรื่อง จากนั้นพาผู้อ่านเปลี่ยนห้องที่ใช้ทำแบบทดสอบ แล้ว “แกล้ง” ทำกล่องเก็บปากกาจำนวนมากหล่นลงพื้น ผลการทดสอบปรากฏว่า นักอ่านที่มีคะแนนแบบทดสอบเกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจตัวละครสูง มีเปอร์เซ็นต์ในการอาสา “เก็บปากกา” ช่วยเหลือผู้ทดสอบสูงตามระดับคะแนนดังกล่าว
20201014_BannerBlogNovel03.jpg         เห็นหรือยังว่าการอ่านนวนิยายไม่ใช่เรื่องไร้สาระ (อย่างที่แม่ฉันเคยบ่น) แต่เป็นเครื่องมือออกกำลังกายของหัวใจได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งอ่านมากเท่าไร ขนาดของหัวใจก็จะยิ่งใหญ่โตมากขึ้นเท่านั้น แถมยังทำให้เราเป็น “ยอดเพื่อนร่วมงาน” ที่เพื่อนๆ รุมรักอีกด้วย ถึงแม้นนวนิยายหลายเรื่องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ใครล่ะจะเถียงว่ามันไม่มี “ความจริงของหัวใจ” อยู่ในนั้น และความจริงจากหัวใจผู้แต่งนิยายสู่นักอ่านนี่เองที่ทำให้นักอ่านหลายล้านคนได้ขยายขนาดของหัวใจและเชื่อมต่อกันเป็นใจดวงเดียว ดังที่นีล ไกแมน นักเขียนชาวอังกฤษบอกเราว่า
        “นิยายทำให้พวกเราเห็นอกเห็นใจกัน มันพาเราเข้าไปนั่งในใจผู้อื่น มอบพรสวรรค์ในการยอมรับโลกที่แตกต่างผ่านดวงตาของนักเขียน เรื่องราวในนิยายอาจไม่มีอยู่จริง ทว่ามันบอกเล่าความจริงอยู่เสมอ” (Fiction gives us empathy: it puts us inside the minds of other people, gives us the gifts of seeing the world through their eyes. Fiction is a lie that tells us true things, over and over.)

รายการอ้างอิง
Claudia Hammond. (2019). Does reading fiction make us better people?. Retrieved September 28, 2020, from https://www.bbc.com/future/article/20190523-does-reading-fiction-make-us-better-people
Jennifer Cornick. (2018). The Strange Science of Empathy and Reading. Retrieved September 28, 2020, from https://www.tedxvienna.at/blog/strange-science-reading-empathy
Megan Schmidt. (2020). How Reading Fiction Increases Empathy and Encourages Understanding. Retrieved September 28, 2020, from https://www.discovermagazine.com/mind/how-reading-fiction-increases-empathy-and-encourages-understanding

บทความแนะนำ

เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10
บล็อก

เชียร์สุดใจ 12 เพลงใหม่จาก TK Band 10

คนดนตรีรุ่นใหม่ที่ไม่ธรรมดาและน่าจับตาจริงๆ

270
มุมมองความงามใหม่แบบ ‘บาร์บี้’ เปลี่ยนของเล่นยุคเก่าให้กลับมาฮิตอีกครั้ง
บล็อก

มุมมองความงามใหม่แบบ ‘บาร์บี้’ เปลี่ยนของเล่นยุคเก่าให้กลับมาฮิตอีกครั้ง

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ความเข้าใจที่ว่าความสวยงามของผู้หญิงนั้นไม่มีมาตรฐานที่แท้จริง

609
ภาพอนาคตความมั่นคงทางสังคมหลังโควิด 19
บล็อก

ภาพอนาคตความมั่นคงทางสังคมหลังโควิด 19

ตาข่ายคุ้มครองทางสังคม คือ ระบบหรือกลไกที่รัฐใช้จัดการความเสี่ยงทางสังคม

203
หัวใจของการเรียนรู้ในช่วงโควิด จากมุมมองนักออกแบบเกมเพื่อสังคม
บล็อก

หัวใจของการเรียนรู้ในช่วงโควิด จากมุมมองนักออกแบบเกมเพื่อสังคม

การเรียนรู้ที่สนุกและการมีส่วนร่วมจะทำให้เด็กจดจำได้ดีกว่าสื่อสารด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว

392
‘นิยายวาย’ เสน่ห์หลากมุมมอง ยกระดับนักเขียนไทย
บล็อก

‘นิยายวาย’ เสน่ห์หลากมุมมอง ยกระดับนักเขียนไทย

การเติบโตอย่างรวดเร็วของนิยายวายทำให้นักอ่านหลายคน อยากจับปากกาเขียน

388
Journey within You: หนังสือที่จะเป็นแรงผลักดันให้คุณได้รู้จักตัวเองดียิ่งขึ้น
บล็อก

Journey within You: หนังสือที่จะเป็นแรงผลักดันให้คุณได้รู้จักตัวเองดียิ่งขึ้น

ลิสต์หนังสือที่จะช่วยค้นหาอนาคตในแบบของเรา

940
9 กิจกรรมเด็ดที่ไม่ควรพลาดในโซน Kids & Family งาน LIT Fest#2
บล็อก

9 กิจกรรมเด็ดที่ไม่ควรพลาดในโซน Kids & Family งาน LIT Fest#2

ระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ มิวเซียมสยาม

355
ย้อนวัย...ผจญภัยสุดขอบโลกกับวรรณกรรมคลาสสิค
บล็อก

ย้อนวัย...ผจญภัยสุดขอบโลกกับวรรณกรรมคลาสสิค

วรรณกรรมหลายเรื่องกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัย ความมหัศจรรย์ ลึกลับ น่าค้นหา

437
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.