เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

พลังของคำว่า ‘ไม่’ ในวันที่ลูกกำลังเติบโต

พลังของคำว่า ‘ไม่’ ในวันที่ลูกกำลังเติบโต

520
4 มกราคม 2565

SayNo-Cover.jpg          การเลี้ยงดูลูกที่กำลังอยู่ในวัยรุ่นน่าจะเป็นความท้าทายที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับคนเป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะลูกที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อลูกเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น กล้าที่จะปฏิเสธและต่อต้านมากขึ้น บทเรียนแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรได้เรียนไปพร้อมๆ กับลูกน้อยก็คือ พลังของคำว่า ‘ไม่’ นั่นเอง

SayNo-02.jpg          เมื่อคำว่า ‘ไม่’ คือสัญญาณที่ดี
          ในช่วงที่ลูกเติบโตเปลี่ยนผ่านจากช่วงวัยเด็กสู่วัยรุ่น ไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะได้ยินคำว่า ‘ไม่’ บ่อยครั้งขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการปฏิเสธ แสดงความไม่เห็นด้วย เห็นค้านกับความเห็นของพ่อแม่ หรือเพื่อโต้เถียงอะไรบางอย่าง กฎระเบียบเดิมที่เคยใช้ได้ผลมานานหลายปีอาจเริ่มถูกโต้แย้งเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คำพูดที่เคยใช้ได้ผลอาจถูกตอบกลับด้วยคำว่า ‘ไม่’ เป็นครั้งแรก ทว่านั่นอาจไม่ใช่สัญญาณที่ไม่ดีเสมอไป
           คำว่า ‘ไม่’ เป็นคำที่ทรงพลังมาก อย่างน้อยก็ช่วยให้เด็กๆ สามารถสร้างเกราะเพื่อปกป้องตัวเองได้ เพราะจะทำให้เด็กๆ กล้าจะปฏิเสธเมื่อไม่ต้องการ กล้าบอกให้อีกฝ่ายหยุดเมื่อรู้สึกว่าถูกล้ำเส้น นั่นคือสัญญาณที่ดีที่บอกว่าเด็กของเราจะสามารถเอาตัวรอดในสังคมได้ 
           เด็กบางคนอาจเติบโตขึ้นมาโดยมีนิสัยขี้เกรงใจและไม่กล้าปฏิเสธใครเพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ผิดหวัง ทำให้ตัวเองไม่เป็นที่รัก หรือถูกมองว่าเห็นแก่ตัว นั่นก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้และทำความเข้าใจว่า การพูดว่า “ไม่” ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนไม่น่ารัก การยืนหยัดในความต้องการของตัวเองและลุกขึ้นมาปฏิเสธไม่ใช่เรื่องผิด แม้จะทำให้คนอื่นรู้สึกไม่พอใจ ทำให้เจ้าตัวที่พูดคำว่าไม่รู้สึกเสียใจ แต่พวกเขาต้องเรียนรู้และผ่านมันไปให้ได้ เพราะแบบนี้เด็กๆ ถึงจะกล้าปฏิเสธเมื่อถึงเวลาต้องปฏิเสธ เช่น เวลาที่แฟนแตะเนื้อต้องตัวโดยที่เจ้าตัวไม่ได้เต็มใจ หรือเวลาที่ถูกรุ่นพี่ในโรงเรียนกลั่นแกล้งโดยใช้ข้ออ้างต่างๆ มาข่มขู่ ถ้าพวกเขาเรียนรู้ที่จะปฏิเสธในสถานการณ์เหล่านี้ได้ พ่อแม่ก็สามารถวางใจได้ว่าเด็กๆ จะสามารถปกป้องร่างกายและจิตใจของตัวเองให้ปลอดภัยได้ไปขั้นหนึ่ง

SayNo-03.jpg           รับมือกับคำว่า ‘ไม่’ ด้วยใจเป็นกลาง
           ในขณะที่คำว่า “ไม่” ของลูกต่อคนอื่นๆ ช่วยให้พ่อแม่รู้สึกวางใจ ในทางกลับกันพ่อแม่หลายคนที่ถูกลูกเอ่ยปากปฏิเสธอาจจะกำลังรู้สึกว่าตนเองโดนท้าทายอำนาจในลำดับครอบครัว เมื่อลูกเติบโตมากขึ้น ได้เห็นโลกมากขึ้น ความคิดของพวกเขาก็ย่อมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เทรนด์การเลี้ยงลูกกำลังเปลี่ยนแปลง รูปแบบการเลี้ยงดูแบบ ‘เด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่’ ไม่ได้รับการยอมรับในหมู่เด็กๆ อีกแล้ว พวกเขาเร่ิมตระหนักในสิทธิของตัวเองมากขึ้น ทั้งคนส่วนใหญ่ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าเด็กๆ ควรจะมีอำนาจเหนือร่างกายและจิตใจของตนเอง พวกเขาควรมีโอกาสได้ตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร ตราบใดที่ยังอยู่ในขอบเขตตามที่กฎหมายกำหนด
          ในทางทฤษฎีนี่เป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์กับสังคมสมัยใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วพ่อแม่ส่วนใหญ่กลับยังไม่สามารถยอมรับแนวคิดนี้ได้อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในจุดนี้จึงถึงเวลาที่พ่อแม่เองก็ต้องเรียนรู้ร่วมไปกับลูกแล้ว ลองคิดในอีกแง่ ขณะที่พ่อแม่รู้สึกว่าลูกในวัยรุ่นนั้นแสนเอาแต่ใจ ไม่ยอมทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการเหมือนแต่ก่อน ทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายที่ต้องรับมือกับลูกในวัยนี้ เด็กๆ เองก็คงกำลังรู้สึกในแบบเดียวกัน เวลาที่ขอกลับบ้านดึกแล้วถูกปฏิเสธ ขอไปเที่ยวกับเพื่อนก็ยังถูกปฏิเสธ อยากจะเลือกเรียนในสิ่งที่ใช่ เลือกทำงานอดิเรกแบบที่ชอบแต่ถูกคัดค้าน พวกเขาเองก็คงรู้สึกเหนื่อยในการรับมือกับคำปฏิเสธเหล่านี้ไม่แพ้กัน
          เพราะต่างคนต่างมีความคิดที่ตั้งอยู่บนจุดยืนของตัวเอง มองทุกอย่างผ่านเลนส์ความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น หลายๆ ครั้งคำว่า ‘ไม่’ จึงถูกเอ่ยออกไปโดยปราศจากความเข้าอกเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจต่ออีกฝ่าย จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องเรียนรู้การรับมือกับคำว่า “ไม่” ด้วยใจเป็นกลางเสียก่อน แทนที่จะมองว่าทำไมลูกถึงเอาแต่ต่อต้าน พ่อแม่ควรจะทำความเข้าใจถึงความต้องการของลูกให้มากขึ้น ใช้การอธิบายเหตุผล และการประนีประนอม แทนการพยายามบังคับให้ลูกทำในสิ่งที่ต้องการ คิดเอาไว้เสมอว่ายิ่งลูกกล้าพูดคำว่าไม่กับคนในครอบครัวมากเท่าไหร่ เวลาที่ลูกใช้ชีวิตข้างนอกย่อมต้องสามารถใช้คำว่าไม่กับเพื่อนหรือคนอื่นๆ ได้อย่างเป็นประโยชน์ต่อตนเองมากขึ้นเท่านั้น

SayNo-04.jpg         อย่าให้คำว่า ‘ไม่’ กลายเป็นปัญหาครอบครัว
         การใช้ไม้แข็งกับลูกในวัยต่อต้าน ก็ไม่ต่างอะไรจากการราดน้ำมันลงไปในกองเพลิง นอกจากจุดประเด็นให้กลายเป็นการทะเลาะกันในครอบครัวแล้ว ก็มีแต่จะทำให้พ่อแม่กลายเป็นจอมเผด็จการในสายตาลูกๆ แทนที่เด็กๆ จะยอมเชื่อฟังทำตาม พวกเขามีแต่จะยิ่งตีตัวออกห่างและตอบโต้ด้วยวิธีที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นการพูดปฏิเสธหรือรับมือกับคำว่าไม่ของพวกเขา พ่อแม่จึงจำเป็นต้องมีวิธีที่เหมาะสม ดังเช่นตัวอย่างที่เรากำลังจะอธิบายให้ฟัง

SayNo-05-(002).jpg          ใช้เหตุผลเป็นหลัก 
         
เรื่องของอารมณ์เก็บเอาไว้ใช้แค่ในยามดีใจหรือเสียใจ แต่สำหรับการพูดว่าไม่แล้วสิ่งที่จะช่วยเสริมให้สถานการณ์เป็นไปในเชิงบวกคือการพูดคุยกันด้วยเหตุผล แทนที่จะปฏิเสธไม่ให้เงินลูกออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ลองเปลี่ยนเป็นอธิบายสถานการณ์การเงินภายในบ้านให้ลูกฟัง พร้อมแจกแจงว่าเงินส่วนนั้นอาจจะสามารถช่วยจ่ายค่าเทอมในยามฉุกเฉินได้อาจจะดีกว่า เมื่อเด็กสามารถเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังคำว่าไม่ โอกาสที่พวกเขาจะเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับเหตุผลก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย

SayNo-06-(002).jpg         ประนีประนอมในบางโอกาส
         บางครั้งคำว่าใช่หรือไม่อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของสถานการณ์เสมอไป ลองเปลี่ยนจากการปฏิเสธมาเป็นการประนีประนอมที่ทำให้ลูกรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้แพ้ในการเจรจา พวกเขายังคงได้ในสิ่งที่ต้องการแต่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เช่น แทนที่จะบอกให้ลูกเลิกเล่นเกมก่อนนอน ก็เปลี่ยนมาเป็นการจำกัดเวลาแทน

SayNo-07.jpg          เคารพสิทธิส่วนบุคคล
          การปะทะกันในหลายสถานการณ์พ่อแม่ส่วนหนึ่งมักคิดว่าตนเองมีอำนาจเต็มในการสั่งให้เด็กๆ ทำในสิ่งที่ต้องการ เมื่อถูกปฏิเสธจึงเกิดความรู้สึกรับไม่ได้อย่างรุนแรง โดยที่หลายครั้งพ่อแม่อาจลืมพิจารณาไปว่าความต้องการเหล่านั้นขัดกับสิทธิส่วนบุคคลของลูกหรือเปล่า เช่น การสั่งให้ลูกเปิดประตูห้องนอนไว้เสมอ การติดแอปติดตามตัวในโทรศัพท์ของลูก หรือการออกหน้าจัดการปัญหาบางอย่างให้โดยไม่ได้ขอความเห็นจากลูกก่อน ดังนั้นก่อนที่จะรู้สึกต่อต้านคำปฏิเสธของลูก พ่อแม่ควรพิจารณาให้ดีว่าความต้องการของตนเองเป็นฝ่ายละเมิดสิทธิ์ของลูกก่อนหรือเปล่า

SayNo-08-(002).jpg          พูดคุยกับลูกอยู่เสมอ
          ยิ่งลูกเติบโตเรื่องที่ลูกนำมาปรึกษาก็ดูเหมือนจะลดน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเด็กๆ มักจะตั้งแง่เอาไว้ก่อนว่าพ่อแม่ต้องไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจกับความคิดของตนเองแน่ๆ การเป็นฝ่ายเริ่มเปิดใจเข้าหา พยายามพูดคุยกับลูกอยู่เสมอๆ จะทำให้เด็กรู้สึกไว้วางใจและกล้าบอกความในใจของตัวเองมากขึ้น การได้พูดคุยปรับทัศนคติกันอยู่เนืองๆ อาจทำให้ไม่ต้องมีฝ่ายไหนพูดคำว่าไม่อีกเลยก็ได้


          อ้างอิง
          https://www.psychologytoday.com/us/blog/surviving-your-childs-adolescence/202106/parenting-adolescents-and-the-power-saying-no?
          https://kidshealth.org/en/parents/adolescence.html

บทความแนะนำ

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง
บล็อก

จากร้านหนังสือสู่คอมมูนิตี้นักอ่าน เมื่อโลกออนไลน์พาเราออกมาเจอกันในพื้นที่จริง

สำรวจมุมมองจากคนทำหนังสือและร้านหนังสืออิสระ เมื่อการอ่านไม่ได้จบลงที่หน้าสุดท้าย แต่ต่อยอดเป็นบทสนทนา กิจกรรม และความสัมพันธ์ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับร้านและย่าน

1650
เศรษฐกิจโฉมใหม่ ในยุคสมัยของครีเอเตอร์
บล็อก

เศรษฐกิจโฉมใหม่ ในยุคสมัยของครีเอเตอร์

ยุคแห่ง “ครีเอเตอร์” ที่คนธรรมดาสามารถสร้าง “คอนเทนต์” และ “แชร์” เรื่องราวเหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์

279
คุยกับ ‘หัวหน้าจ๋อง’ แห่ง Cat Radio กับการค้นหาความชอบที่ทำให้เรารอดในยุคนี้
บล็อก

คุยกับ ‘หัวหน้าจ๋อง’ แห่ง Cat Radio กับการค้นหาความชอบที่ทำให้เรารอดในยุคนี้

จากคลื่นที่เปิดเพลงไม่แมส สู่ Cat Expo เทศกาลดนตรีเพื่อแฟนเพลงทุกกลุ่มทุกวัย

482
20 ปี TK Park: The Catalyst of Change สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมแห่งอนาคต
บล็อก

20 ปี TK Park: The Catalyst of Change สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมแห่งอนาคต

ย้อนมองเส้นทางการพลิกโฉมวัฒนธรรมการเรียนรู้ของคนไทยโดย TK Park ตลอดสองทศวรรษ

377|อ่าน : 15 นาที
รู้ สู้ ความไม่รู้
บล็อก

รู้ สู้ ความไม่รู้

อู๋ ธวัชชัย แสงธรรมชัย ผู้ก่อตั้ง WHY NOT Social Enterprise

173
เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)
บล็อก

เปิดพื้นที่ให้คิด(ส์)

เมื่อนิทานที่คุ้น กลับไม่เหมือนเคย

170
ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!
บล็อก

ใครกินอะไรไม่สำคัญ แต่ลูกฉันต้องได้กินผัก!

TK Park ส่งท้ายนิทรรศการ Le petit chef ที่ห้องเด็ก TK Park (ก.ค. ถึง ก.ย. 67) โดยชวนพ่อแม่พาเด็ก ๆ หัดกินผัก

526|อ่าน : 10 นาที
ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก
บล็อก

ถอดรหัส “บุ๊กคลับ” ฉบับสำหรับเด็ก

พื้นที่สบายใจให้ได้คิด ถกเถียง และเข้าใจกันและกัน

2662
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.