เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

จาก โควิด 19 สู่ ก้าวใหม่ที่สำคัญของการท่องเที่ยว

จาก โควิด 19 สู่ ก้าวใหม่ที่สำคัญของการท่องเที่ยว

104
28 สิงหาคม 2563

  Hotel-cover.jpg

          ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด–19 ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ธุรกิจท่องเที่ยว” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวละแวกท้องถิ่นที่ลดลง หรือจากการระงับการเดินทางของอุตสาหกรรมการบิน แต่อย่างไรก็ตาม ในทัศนะของ ขิง-วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง Homemade Stay ชุมชนและซีอีโอหนุ่มไฟแรงอย่าง ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้ง โลเคิล อไลค์ กลับมองว่า วิกฤติในครั้งนี้ อาจทำให้เราเห็นเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าสนใจกว่าเดิม และอาจต่อยอดนำไปสู่ผลดีในระยายาวก็เป็นได้

Hotel-717-7.jpg
        ยิ่งเล็กยิ่งได้
          ในฐานะรุ่นพี่ คุณวรพันธุ์กล่าวว่า ช่วงแรกตอนที่เกิดวิกฤติหนักๆ หลายคนอาจมีความคิดเห็นไปทางเดียวกันว่า ธุรกิจโรงแรม เหมือนจะไปไม่รอด ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะโรงแรมหลายๆ แห่งก็ยังไม่ฟื้น ยังขาดทุนอยู่ และไม่รู้ว่าจะกลับมาตั้งตัวได้เมื่อไหร่ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าโรงแรมแห่งไหนขาดทุนถึงขนาดต้องปิดตัวไปเลย คุณวรพันธุ์มองว่า โรงแรมกลุ่มนี้อาจเป็นโรงแรมที่สถานการณ์ไม่ดีมานานแล้ว หรือขาดทุนแบบต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง จนทำให้ต้องปิดตัวลงในที่สุด แต่หากดูโดยภาพรวม วิกฤติในครั้งนี้ ก็มีส่วนผลักดันความเปลี่ยนแปลง และทำให้เกิดเทรนด์บางอย่างค่อยๆ มาแทนธุรกิจโรงแรมแบบเดิม ซึ่งอาจจะเป็นข้อดีในอนาคตก็ได้
          นักธุรกิจไฟแรงอย่างคุณสมศักดิ์เห็นตรงกันในเรื่องนี้ เพราะเมื่อเกิดโควิด 19 ขึ้นมา ทำให้คนยังไม่กล้าเดินทางด้วยเครื่องบิน ดังนั้นรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวจึงเริ่มกลายเป็นการขับรถเที่ยวกับครอบครัว หรือไปกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ มากขึ้น พอเป็นแบบนั้น โรงแรมขนาดเล็ก หรือกลุ่มที่อยู่ใกล้ธรรมชาติจะได้เปรียบ เพราะคนเริ่มที่จะหนีความพลุกพล่าน ไม่เข้าพักในโรงแรมใหญ่ๆ ที่อยู่ตามหัวเมืองแล้ว   โรงแรมที่ได้เปรียบในสถานการณ์นี้กลายเป็นโรงแรมสำหรับครอบครัว หรือโฮมสเตย์มากขึ้น
          คุณวรพันธุ์และคุณสมศักดิ์ มองตรงกันว่า เทรนด์ที่พักขนาดเล็กเกิดขึ้นมากแน่นอนในอนาคตอันใกล้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์โควิด คนในธุรกิจบริการตกงาน 40 – 50% นับเป็นตัวเลขที่สูงมาก คนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งก็กลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด เพื่อมาเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ซึ่งต้องใช้ต้นทุนไม่สูง ไม่มีความเสี่ยง ทำให้เราอาจจะเห็นธุรกิจเอสเอ็มอี  โรงแรมที่ดัดแปลงเป็นโฮมสเตย์ที่เป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนมากขึ้น

Hotel-717-1.jpg
         ต้องเป็นมากกว่าโรงแรม
         นอกจากเรื่องของการลดขนาดโรงแรม อีกสิ่งหนึ่งที่คุณวรพันธุ์เห็นว่าจะเกิดขึ้นแน่ๆ  คือการปรับวิธีคิดของโรงแรม ที่ต้องเป็นมากกว่าการบริการห้องพัก ซึ่งจะโยงกับแนวคิด Work From Home ที่คนสามารถทำงานจากไหนก็ได้ ดังนั้นการสัมมนาหรือการเดินทางออกมาทำงานต่างจังหวัดจะเกิดขึ้นแน่ๆ ผู้ประกอบการควรมองเรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์
         คุณสมศักดิ์ขยายความต่อไปอีกว่า โรงแรมจะต้องมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ได้หลากหลาย สามารถใช้เป็นสถานที่จัดเวิร์คช็อป หรือทำอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น โรงแรมที่เคยรับชาวต่างชาติเป็นหลัก อาจจะต้องกลับมาคิดหาวิธีการดึงดูดลูกค้าคนไทยมากขึ้น นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวโดยภาพรวมก็ออกมาเที่ยวช่วงวันธรรมดาน้อยลง จากแต่เดิมที่มีน้อยอยู่แล้ว ถ้าโรงแรมไหนตอบโจทย์ช่องว่างตรงนี้ได้ ก็จะได้เปรียบ เพราะในช่วงที่โควิดยังไม่ผ่านไปสิ่งสำคัญคือโรงแรมจะต้องมีรายได้หมุนเวียนช่วงวันธรรมดา ถ้าจะคาดหวังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจจะไม่ได้เลย ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนก็อาจจะน้อยลงกว่าเดิม ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องคิดว่า จะทำยังไงที่จะดึงจุดขายของตัวเองออกมา แล้วทำให้คนรู้สึกว่า ในวันธรรมดาก็สามารถมาที่โรงแรมของตัวเองได้
          คุณวรพันธุ์ยกตัวอย่างคนที่ทำโรงแรมเล็กๆ ชื่อ อุ่นไอมาง ที่หมู่บ้านสปัน จังหวัดน่าน ในความเห็นของเขาเจ้าของอุ่นไอมางใช้วิธีการปรับตัวที่ฉลาดมาก คือซื้อที่ริมน้ำตกเอาไว้ แล้วปรับเป็นโรงแรมเล็กๆ มีไม่กี่ห้อง ด้วยความใกล้ชิดธรรมชาติ อุ่นไอมางมีราคาที่พักต่อคืนอยู่ที่สองพันบาท แต่เขาก็ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะพอเป็นโรงแรมเล็กๆ แต่กลายเป็นที่รู้จักขึ้นมา ปัญหาที่ตามมาคือเรื่องห้องเต็ม วิธีแก้ไขคือ เจ้าของอุ่นไอมางเลือกที่จะไปสอนให้บ้านอื่นๆ ในชุมชนเดียวกันทำตาม สอนวิธีให้หลายๆ บ้านปรับตัวเป็นโฮมสเตย์ หรือหากใครอยากจะทำเป็นโรงแรมเล็กๆ เขาก็จะไปช่วยออกไอเดียให้

Hotel-717-6.jpg
          “นอกจากจะเป็นการแบ่งปันโอกาส แบ่งปันรายได้แล้ว ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือว่า มันทำให้พื้นที่ตรงนั้นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พรีเมมี่ยม และเริ่มมีการทำธุรกิจอื่นๆ ตามมา มีการสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับคนจำนวนมากในท้องถิ่น เพราะ เมื่อพื้นที่ห่างไกล การทำที่พักอาจจะไม่ใช่รายได้หลัก การสร้างธุรกิจอื่นๆ จะช่วยทำให้เจ้าของพื้นที่มีรายได้หลายทาง”     
          ในอีกกรณีหนึ่งที่คุณวรพันธุ์เห็นว่าน่าสนใจที่จังหวัดน่านคือ เจ้าของออกจากงานมาดัดแปลงพื้นที่กลางทุ่งนาที่ห่างไกลให้กลายเป็นโฮมสเตย์ขนาด 4 ห้อง และสร้างจุดขายโดยการสร้างเตาพิซซ่าขึ้นมาด้วย การทำพิซซ่ากลางทุ่งนาทำให้ คนก็เริ่มสนใจมากขึ้น เมื่อว่างจากงานโรงแรม เจ้าของก็ไปทำนา เกิดเป็นรายได้สองทาง นี่คือตัวอย่างที่คนทำโรงแรมขนาดเล็กอาจจะต้องกลับไปคิดทบทวนมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ที่มีอยู่ให้เป็นรายได้มากกว่าเรื่องห้องพักเพียงอย่างเดียว
Hotel-717-5.jpg
          จะยั่งยืนได้ต้องมีมาตรฐาน
          นอกจากเรื่องการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ คุณสมศักดิ์เสริมว่า เจ้าของโรงแรมควรคิดเกี่ยวกับการเดินหน้าสู่ความยั่งยืนด้วย เพราะโรงแรมในอนาคตจะเชื่อมโยงกับชุมชนและเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมากขึ้น ทั้งสองคนจึงเห็นพ้องกันว่าวิธีที่จะสามารถทำให้การท่องเที่ยวยั่งยืนที่สุด คือการทำธุรกิจให้เป็นระบบและได้มาตรฐาน เช่น มีการสื่อสารทางการตลาด หรือการทำแบรนด์ที่มีความตรงไปตรงมา รวมถึงความใส่ใจและความเข้าใจของเจ้าของโรงเรม เกี่ยวกับเรื่องทิศทางของแบรนด์ ว่าเจาะเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มไหน หรือวางจุดยืนของตัวเองอย่างไร
          “แนวคิดที่เจ้าของโรงแรมหลายๆ แห่งยังขาดอยู่มากคือความเข้าใจชุมชนและทำให้การจัดการชุมชนเป็นเรื่องของธุรกิจจริงๆ หากจะให้ขยายความก็คือ เจ้าของโรงแรมควรจะบริหารโรงแรมโดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เริ่มใช้เรื่องของฐานข้อมูลลูกค้า หรือ Data ให้มากขึ้น เพราะการใช้ข้อมูลในลักษณะนี้ จะทำให้เจ้าของโรงแรมสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ได้ ในขณะเดียวกันก็รู้ชัดเจนขึ้นว่าลูกค้าใหม่ๆ มีลักษณะเป็นยังไง พวกเขาต้องการอะไรบ้าง” คุณสมศักดิ์อธิบายเพิ่มเติม
           และหากจะให้องค์ประกอบเหล่านี้เชื่อมกับชุมชนได้จริงๆ มองในมุมของผู้ประกอบการ คุณสมศักดิ์เห็นว่า เจ้าของโรงแรมต้องเริ่มมองการประสานงานระหว่างผู้นำชุมชนตัวจริง และผู้นำรุ่นใหม่ในพื้นที่ด้วย เพราะเทรนด์เรื่องการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ หรือการไปตามพื้นที่ห่างไกลโฮมสเตย์เล็กๆ กำลังจะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราต้องสร้างความรู้สึกร่วมของคนในชุมชนให้ได้ก่อนที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถ้าคนในชุมชนร่วมมือกัน เจ้าของธุรกิจจะรู้ว่าควรทำอะไรเพิ่มบ้าง จากนั้นทิศทางจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นตามลำดับ นักท่องเที่ยวจะเริ่มรู้สึกว่าต้องอนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ว่าจะมาเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะรักธรรมชาติหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าพวกเขารู้สึกว่าที่ที่เขาใช้เวลาท่องเที่ยวมีบรรยากาศที่น่าประทับใจ นักท่องเที่ยวก็จะอยากรักษาความสวยงามนั้นไว้ แล้วก็กลับมาเที่ยวอีก

Hotel-717-2.jpg
          อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัว ไม่แตกต่างจากธุรกิจอื่น คือการส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูและเสริมทักษะใหม่ๆ ให้คนในชุมชน ส่วนนี้เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ลำพังภาคเอกชนไม่สามารถจัดการกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ  ดังนั้นรัฐควรจะให้คนลงมากำกับดูแล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
           ถ้าทำให้คนในชุมชนมีทักษะมากขึ้น สิ่งนี้จะเป็นการเชิญชวนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชน เพราะพวกเขารู้ว่าทักษะหรือความสามารถของตัวเองมีตลาดรองรับอยู่ คนรุ่นใหม่จะรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเข้ามาหางานเฉพาะในตัวเมือง หรือมุ่งแต่จะเข้ากรุงเทพฯ อย่างเดียว วิธีคิดเกี่ยวกับการทำที่พักจะกลายเป็นเรื่อง Community Based Tourism แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางส่วนที่สามารถปรับเป็นธุรกิจรักษาสิ่งแวดล้อม หรือ Social Enterprise ควบคู่กันไป คุณสมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย



บทความแนะนำ

9 เล่มอบอุ่นหอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ
บล็อก

9 เล่มอบอุ่นหอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ

TK Park ได้หยิบเอาหนังสือเกี่ยวกับกาแฟ 9 เล่มที่ได้ทั้งความรู้และความสนุกสนานเหมือนกาแฟเข้มหลากรสมาชวนอ่านกัน พร้อมแล้วไปดูกันเลย

628
รักแม่ ชวนแม่ดูแลตัวเอง
บล็อก

รักแม่ ชวนแม่ดูแลตัวเอง

ให้วันแม่ปีนี้เป็นวันแห่งการเริ่มต้นดูแลสุขภาพกายและใจของคนเป็นแม่

229|อ่าน : 10 นาที
เล่มเล็กนิดเดียว อ่านเถอะ
บล็อก

เล่มเล็กนิดเดียว อ่านเถอะ

7 เล่ม ที่ TK Park พยายามอย่างยิ่งให้คุณกลับมาเป็นนักอ่านให้ได้

204|อ่าน : 10 นาที
อ่านเล่น อ่านจริง ส่องเทรนด์หนังสือ รับปี 2020
บล็อก

อ่านเล่น อ่านจริง ส่องเทรนด์หนังสือ รับปี 2020

อาหารสมองหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของนักอ่านยุคใหม่

1103|อ่าน : 4 นาที
ชวนเพิ่ม Soft Skills ทักษะอนาคต ผ่าน 10 หนังสืออ่านฟรีบนแอปพลิเคชัน
บล็อก

ชวนเพิ่ม Soft Skills ทักษะอนาคต ผ่าน 10 หนังสืออ่านฟรีบนแอปพลิเคชัน

ทุกคนสามารถฝึก Soft Skill กันได้ แค่เพียงไม่หยุดเรียนรู้และฝึกฝน

2441
ระหว่างรอไหว้พระจันทร์ มา have fun ที่ TK Park!
บล็อก

ระหว่างรอไหว้พระจันทร์ มา have fun ที่ TK Park!

TK Park คัดสรรสื่อการเรียนรู้มาบริการทุกคน ระหว่างรอให้ถึงคืนไหว้พระจันทร์

149|อ่าน : 10 นาที
เทคนิคการสร้างสรรค์ ‘คามิชิไบ’ ละครกระดาษที่สร้างความสุขให้เด็กๆ
บล็อก

เทคนิคการสร้างสรรค์ ‘คามิชิไบ’ ละครกระดาษที่สร้างความสุขให้เด็กๆ

เอกลักษณ์ของคามิชิไบที่ช่วยสร้างโลกแห่งจินตนาการ

873
ค้าปลีกยังไม่จบ วางแนวรบธุรกิจใหม่ให้มีชัยชนะหลังวิกฤติ
บล็อก

ค้าปลีกยังไม่จบ วางแนวรบธุรกิจใหม่ให้มีชัยชนะหลังวิกฤติ

ธุรกิจรายเล็กต้องปรับตัวในด้านการค้าและการให้บริการที่ดี

82
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.