เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

TK Park ชวนเปิดบ้านพิบูลธรรม ย้อนรอยสถาปัตยกรรมโบราณย่านเมืองเก่า

TK Park ชวนเปิดบ้านพิบูลธรรม ย้อนรอยสถาปัตยกรรมโบราณย่านเมืองเก่า

655
15 พฤษภาคม 2566

piboontham.jpg

          เพราะการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และเราเรียนรู้ได้ทุกสิ่ง วันนี้เรามีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม TK Small Tour เดิน คุย เล่า เรื่องบ้านเก่าย่านปทุมวัน ชมอาคารทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่าง “บ้านพิบูลธรรม” บ้านโบราณที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล โดย บุญศรี โชติวรรณวิวัฒน์ รับหน้าที่เป็นวิทยากรคอยให้ความรู้กับเราในวันนี้

          หากใครเคยเวียนมาแถวนี้อยู่บ้าง คงพอเคยเห็นบ้านเก่าสีเหลืองพาสเทลตั้งตระหง่านอยู่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ชวนสะดุดตาด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานการตกแต่งแบบตะวันตกสมัยนิยมช่วงรัชกาลที่ 5 เอาไว้อย่างลงตัว

          ขณะเดินชมบ้านก็ได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ที่วิทยากรเล่าเสริมอยู่เรื่อยๆ ผู้ฟังอย่างเราเลยได้ทั้งความรู้และความสนุกจากเรื่องเล่าในอดีต ถือเป็นระยะเวลาสั้นๆ ที่ได้ความประทับใจกลับไปไม่น้อยเลยทีเดียว แต่จะมีเกร็ดอะไรน่ารู้บ้าง เราขออาสาเล่าให้ฟังเลยละกัน!

piboontham บ้านพิบูลธรรม.JPG

        เดิมชื่อ ‘บ้านนนที’

          ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามา วิทยากรก็เริ่มให้ความรู้ว่า บ้านพิบูลธรรม เดิมชื่อว่า ‘บ้านนนที’ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงปี 2240 จนในรัชสมัยต่อมารัชกาลที่ 6 พระราชทานเงินเพื่อก่อสร้างบ้านหลังนี้ให้มีอาคารเพิ่มเติม จะเห็นว่าสไตล์การออกแบบส่วนใหญ่มีความประณีตงดงามด้วยฝีมือสถาปนิกชาวอิตาลี เนื่องจากเป็นยุคที่ไทยกำลังเปิดรับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาในหลายๆ ด้าน

บ้านพิบูลธรรม.JPG

          กระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2484 บ้านนนทีถูกระเบิดเสียหายอย่างหนักเกินกว่าจะซ่อมแซม เจ้าของบ้านจึงขายให้รัฐบาล ตอนนั้นจอมพล ป. พิบูลสงครามได้อนุมัติให้ซื้อไว้ในปี พ.ศ. 2498 และปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อใช้เป็นสถานที่รับรองแขกเมือง และขนานนามใหม่ว่า ‘บ้านพิบูลธรรม’

          ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 บ้านหลังนี้ได้รับอนุมัติให้เป็นที่ทำการของการพลังงานแห่งชาติ และเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็นกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สังกัดกระทรวงพลังงานจนถึงปัจจุบัน

          จึงนับเป็นบ้านเก่าที่ยังคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังเก็บรักษาร่องรอยทางสถาปัตยกรรมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

บ้านพิบูลธรรม.JPG

        ที่นี่...บ้านพิบูลธรรม

          ด้วยความที่บ้านหลังนี้ได้นายช่างสถาปนิกชาวอิตาลีที่รับราชการในไทยมาช่วยออกแบบ จึงได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและมีศิลปกรรมงดงามล้ำค่าซ่อนตัวอยู่มากมาย

          มีอาคารเก่าแก่แต่แรกสร้างอยู่ 2 หลัง คือ อาคารสำนักงานเลขานุการกรมซึ่งอยู่หลังหน้า ถัดเข้าไปเป็นอาคารกองควบคุมและส่งเสริมพลังงานตั้งเยื้องไปด้านหลัง และศาลาไม้อีก 1 หลัง ทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้น คือลักษณะจะเหมือนปราสาทหรือวิลล่าสวยๆ ตามฝั่งตะวันตก พอได้เดินดูรอบๆ จะเห็นว่าอาคารทั้งสองหลัง ตกแต่งภายในอย่างวิจิตรด้วยไม้แกะลาย ประดับลายปูนปั้นตามผนังห้อง ตอนบนหัวเสา ลูกกรงระเบียง ประตูหน้าต่างเป็นไม้สลักลายแทบทุกบาน ส่วนประติมากรรมรูปวัวหรือพระโคนนทีที่ติดอยู่ด้านบนซุ้มโค้งทางเข้าตึกนั้น นอกจากจะเป็นตราสัญลักษณ์ของเสนาธิการกระทรวงวัง ยังสอดคล้องกับชื่อบ้านอย่าง บ้านนนทิ อีกด้วย

บ้านพิบูลธรรม.jpg

บ้านพิบูลธรรม.jpg

          ภายในบ้านมีรายละเอียดต่างๆ ให้ผู้มาเยือนได้หันซ้ายแลขวามองดูสถาปัตยกรรมความงามเล็กใหญ่ที่ซ่อนอยู่ตามตัวอาคารได้อย่างไม่เบื่อ เราชื่นชอบบ้านพิบูลธรรมส่วนตึก 3 ชั้นเป็นพิเศษ เพราะนับว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกรีไววัล (Classic Revival) ที่เด่นทั้งตัวสถาปัตยกรรมและการตกแต่งแบบครบครัน ไม่ว่าจะการแกะสลัก ประติมากรรม ทั้งยังประกอบภาพจิตรกรรมจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ไว้ได้อย่างงดงาม

          บริเวณห้องโถงด้านในของอาคารนี้มีความวิจิตรอลังการเป็นอย่างมาก พื้นปูด้วยหินอ่อน เสาเป็นไม้สักสลักลายเถาผลไม้ประดับหัวเสาเหมือนทางกรีกโรมัน มีกระจกบานใหญ่อายุอานามกว่าร้อยปีตั้งอยู่ตรงกลาง เพดานกรุซับด้วยไม้สัก ตกแต่งผนังด้วยลวดลายเครือเถาดอกไม้

          เราสะดุดตาที่ลายดอกกุหลาบบนผนัง วิทยากรเลยให้ความรู้ว่า ในแถบกรีกโรมันดอกกุหลาบจะแสดงถึงเกียรติยศ ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นดอกไม้ที่มีความสอดคล้องกับวรรณคดีเรื่องมัทนะพาธาหรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ ที่รัชกาลที่ 6 พระราชนิพนธ์ขึ้นด้วยนั่นเอง

บ้านพิบูลธรรม.JPG

        ภาพจิตรกรรมหาชมยาก

          อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ ภาพจิตรกรรมเรื่องรามเกียรติ์ ที่ปรากฏอยู่ในบ้านพิบูลธรรม ซึ่งเป็นภาพ Fresco หรือการวาดลงบนพื้นผิวปูนที่ยังหมาดๆ ไม่แห้งดี พอเนื้อสีผสมผสานลงไปในเนื้อปูนจะทำให้ภาพที่วาดคงทนถาวรไม่หลุดล่อนง่ายๆ เป็นผลงานของศิลปินชาวอิตาลีชื่อ Carlo Rigoli (คาร์โล ริโกลี) คนเดียวกับที่วาดภาพประดับใต้โดมพระที่นั่งอนันตสมาคม, วาดภาพเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน, วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในวัดราชาธิวาส และงานสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย

          ปัจจุบันภาพวาดมีการซ่อมแซมบำรุงด้วยสีน้ำมันในบางจุด ไม่ใช่ภาพ Fresco ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงเห็นถึงความประณีตของศิลปินได้อย่างชัดเจน

บ้านพิบูลธรรม.jpg

          และจะเห็นว่า ริโกลีเริ่มใส่ความเป็นบ้านเราเข้าไปแบบเนียนๆ จากทารกฝรั่งตัวขาวติดปีกเหมือนกามเทพปกติ กลับเป็นทารกตัวคล้ำๆ เหมือนเด็กสยาม เพราะเขาคลุกคลีอยู่กับผู้คนในไทยมาหลายปี จนซึมซับและผสมผสานวัฒนธรรมบางอย่างลงไปในชิ้นงาน      

          เรียกได้ว่า บ้านพิบูลธรรม หรือบ้านสไตล์โคโลเนียลหลังนี้ได้หลอมรวมความเป็นไทยเข้ากับอิทธิพลอันศิวิไลซ์ของตะวันตกไว้อย่างลงตัว โดยใช้สถาปัตยกรรมเป็นสมุดบันทึกความรุ่งโรจน์ของพระนครในอดีต สะท้อนให้เห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นความละเมียดบรรจงในฝีมือช่าง แต่มากกว่าความงามของสถาปัตยกรรม ก็คงเป็นร่องรอยวิถีชีวิตของผู้คนที่มีคุณค่าและน่าสนใจไม่ต่างกัน

บ้านพิบูลธรรม.JPG

บ้านพิบูลธรรม.JPG

บทความแนะนำ

TK พัก: เคลียร์ชีวิต ปิดปี 2023
บล็อก

TK พัก: เคลียร์ชีวิต ปิดปี 2023

TK Park ชวนคุณใช้เดือนธันวาคม สะสางเรื่องราวปิดท้ายปีเก่าให้สมบูรณ์

123|อ่าน : 5 นาที
20 เรื่องไม่ลับแต่คุณอาจไม่รู้ของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’
บล็อก

20 เรื่องไม่ลับแต่คุณอาจไม่รู้ของ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’

ชวนทำความรู้จักและทำความเข้าใจมากขึ้น ฮารูกิ มูราคามิอีกสักหน่อย

1514
งานที่ใช่ ต้องใช้เวลา
บล็อก

งานที่ใช่ ต้องใช้เวลา

มองเบื้องหลังกระบวนการช่วยลงจอดบนเส้นทางอาชีพให้วัยรุ่น ผ่านเครื่องมือ QUESTION ME? โดย TK Park

179|อ่าน : 10 นาที
‘ช้างป๋อง รอเล่น’ และรอเรากลับไปสวมกอดของเล่นวัยเด็กอีกครั้ง
บล็อก

‘ช้างป๋อง รอเล่น’ และรอเรากลับไปสวมกอดของเล่นวัยเด็กอีกครั้ง

นิทรรศการนำเสนอผลงานแห่งความภาคภูมิใจ ของนิสิตสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก (Children’s Literature) แห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

287|อ่าน : 10 นาที
วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก
บล็อก

วายร้ายที่รัก: ทำไมเราถึงหลงรักตัวร้ายในวรรณกรรมมากกว่าตัวเอก

โลกบังคับให้พวกเขาร้าย พวกเราก็เช่นกัน?

269|อ่าน : 10 นาที
นิทานสร้างงานศิลป์ : ศิลปะที่บินอยู่บนท้องฟ้า เพราะพลังเรื่องเล่าคือขุมทรัพย์แห่งการเรียนรู้
บล็อก

นิทานสร้างงานศิลป์ : ศิลปะที่บินอยู่บนท้องฟ้า เพราะพลังเรื่องเล่าคือขุมทรัพย์แห่งการเรียนรู้

บอกเล่าเรื่องราวของนกเงือก นกผู้สร้างแห่งป่าฮาลาบาลา

272
รู้จัก “PlanToys” แบรนด์ของเล่นจากไม้ยางพาราที่ให้เด็กๆ เล่นสนุกได้แบบรักษ์โลก
บล็อก

รู้จัก “PlanToys” แบรนด์ของเล่นจากไม้ยางพาราที่ให้เด็กๆ เล่นสนุกได้แบบรักษ์โลก

ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเล่นสนุกได้โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ

2564
4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”
บล็อก

4 Smalls จากงานเปิดตัว “LOOK AROUND THE SHELF”

TK Park สรุปเรื่องราว “เล็ก ๆ” ในวงการผู้ผลิตหนังสือไทย จากงานเปิดตัวสื่อ Data Storytelling ชุด “LOOK AROUND THE SHELF”

282|อ่าน : 10 นาที
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.