เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

ทำความรู้จัก ‘หนังสือภาพเชิงสารคดี’ เรียนรู้โลกใบใหญ่ในหน้าหนังสือ Non-fiction Picture Book

ทำความรู้จัก ‘หนังสือภาพเชิงสารคดี’ เรียนรู้โลกใบใหญ่ในหน้าหนังสือ Non-fiction Picture Book

279
5 กรกฎาคม 2569

ทำความรู้จัก ‘หนังสือภาพเชิงสารคดี’ เรียนรู้โลกใบใหญ่ในหน้าหนังสือ Non-fiction Picture Book

          ในช่วงที่ผ่านมา มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการค้นพบครั้งใหม่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางของยานอาร์เทมิส 2 (Artemis II) ที่พามนุษย์ไปเห็นอีกด้านหนึ่งของดวงจันทร์เป็นครั้งแรก หรือในวงการบรรพชีวินวิทยา ที่มีการค้นพบ “นาคาไททัน” ไดโนเสาร์ซอโรพอด (คอยาว) สายพันธุ์ใหม่ของโลก และเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          เรื่องสุดว้าวเหล่านี้ทำให้เราได้เห็นว่าโลกยังมีปริศนาอีกเพียบที่ซ่อนอยู่ และมันกำลังรอให้ “นักสำรวจรุ่นต่อไป” เติบโตขึ้นมาหาคำตอบ หากพวกเขาได้บ่มเพาะความรู้สึกดีต่อโลกใบนี้ หลงใหลในสารพันความมหัศจรรย์ที่ค้นพบเท่าไหร่ก็ไม่จบสิ้น ซึ่งสิ่งนี้มีอยู่ จับต้องได้ หยิบมาสำรวจเรียนรู้เมื่อไหร่ก็ได้ ในหน้ากระดาษของหนังสือภาพที่เด็กๆ คุ้นเคยกันอยู่แล้ว

          เมื่อพูดถึงหนังสือเด็ก ภาพแรกๆ ที่เรานึกถึงคือหนังสือนิทานภาพที่มีเรื่องราวน่าสนใจ บอกเล่าผ่านตัวละครที่น่ารัก ซึ่งแน่นอนว่าหนังสือประเภทเรื่องแต่งนั้นก็ใช้เรื่องเล่าและจินตนาการมาทำงานกับความคิดของเด็กได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม บนชั้นหนังสือยังมีอีกหนึ่งพระเอกที่ทำหน้าที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือหนังสือประเภท “หนังสือภาพเชิงสารคดี” หรือ Non-fiction Picture Book

          หนังสือประเภทนี้ถ่ายทอดเรื่องราวรอบตัวที่น่าเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบสุริยะ, เครื่องยนต์กลไก หรืออาหารพื้นถิ่นของประเทศต่างๆ นำมาคัดสรรแง่มุมเล่าแล้วสนุก ถ่ายทอดภาพประกอบสวยงามและถ้อยคำที่พอดิบพอดี อ่านแล้วเข้าใจได้ เหมาะสมตามวัย ทำหน้าที่เสมือนเป็น “ประตูบานแรก” ที่พาเด็กๆ ไปทำความรู้จักโลกความจริงอย่างเป็นมิตร สนุก เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

          ชวนกันมารู้จักหนังสือประเภทนี้ไปด้วยกัน

          ที่มาของภาพ: https://unsplash.com/photos/a-man-and-a-boy-sitting-on-a-couch-looking-at-a-book-ylQdt8eiuA0 

ความรู้ที่ใส่มาให้แบบ “พอดี พอดี”

          ลองนึกภาพว่าถ้าเด็กประถมคนหนึ่งกำลังสนใจเรื่องภาวะโลกร้อน ข้อมูลแบบไหนที่เหมาะสมกับวัยของเขากันนะ 

          ในภาพยนตร์ญี่ปุ่นปี 2025 เรื่อง How Dare You? (ふつうの子ども) เด็กชายตัวเอกของเรื่องอยากจะสนิทกับเด็กหญิงหัวขบถสายเอ็นจีโอ ที่กำลังรณรงค์ (ด้วยตัวเอง) เรื่องภาวะโลกร้อน ฉากหนึ่งในหนังพาเราไปเห็นเด็กหญิงกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนา ที่ว่าด้วยภาวะโลกร้อนตรงมุมหนังสือผู้ใหญ่ เจ้าเด็กชายทำฟอร์มหยิบหนังสือบนชั้นแล้วไปนั่งอ่านอยู่ด้วยข้างๆ ก่อนจะรู้ตัวว่า นี่มันหนังสืออะไรกันเนี่ย อ่านไม่รู้เรื่องเลย!

          ภาพตัดไปหลังจากนั้น ที่บ้านของเด็กชาย เขายืมหนังสือกลับบ้านไปตั้งใหญ่ ยังคงอยู่ในหมวดภาวะโลกร้อนเหมือนเดิม แต่หน้าตาของหนังสือนั้นเป็นมิตรน่าสนิทกันกว่าเก่า เพราะเป็นหนังสือภาพ และสารคดีความรู้สำหรับเด็ก ที่เจ้าเด็กนั่งง่วนอ่านอยู่คนเดียว และยังถือไปนั่งอ่านกับคุณแม่ ก่อนที่วันรุ่งขึ้น เขาจะเอาความรู้ที่เพิ่งได้อ่าน ไปใช้สร้างความสนิทสนมกับเด็กหญิงที่เขาหมายปอง

          หนังสือภาพเชิงสารคดีทำหน้าที่เช่นนี้เอง เด็กๆ มีเรื่องที่สนใจอยากรู้เยอะแยะไปหมด แต่ให้เขารู้แบบไหน แค่ไหนถึงจะดี หนังสือนอนฟิกชันที่ทำการบ้านมาดี จะนำเสนอข้อมูลแบบที่เอาเด็กได้อยู่หมัด ล็อกความสนใจ เล่าในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ยัดเยียด ไม่เยอะหรือน้อยเกินไป แต่เน้นสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอยากเอาไปคิด ไปสำรวจด้วยตัวเองต่อ

          ภาพประกอบก็เป็นอีกส่วนที่เสริมพลังได้เป็นอย่างมาก เพราะเด็กยังรับเข้าผ่านการเห็นภาพก่อนเสมอ ภาพในหนังสือจึงเป็นอะไรก็ได้ที่เย้ายวนชวนให้เห็นว่าเรื่องเหล่านั้นช่างสวยงาม มหัศจรรย์ ไม่มีข้อจำกัดใดในการสร้างภาพ จะเป็นภาพวาดหรือภาพถ่ายก็เป็นไปได้ และไม่จำเป็นต้องลดทอนรายละเอียดของความจริง ภาพที่มีรายละเอียดซับซ้อน แสดงให้เห็นทุกรายละเอียดของกลไก เช่น ภาพตัดขวางของเรือสำเภาโบราณ หรือโครงกระดูกไดโนเสาร์แบบละเอียด ฯลฯ พวกนี้แหละของโปรดของเด็กเขา เรดาร์สายตาอันแสนละเอียดของเด็กจะเก็บเอาทุกสิ่งที่เห็น ไม่ว่าจะเล็กจิ๋วแค่ไหน รับเข้าไปเป็นต้นทุนสร้างความเข้าใจต่อโลกใบนี้ ยิ่งน่าอัศจรรย์เท่าไหร่ โลกใบนี้ก็ยิ่งน่าค้นหายิ่งขึ้นในใจพวกเขา

          “ที่สำคัญสำหรับการทำหนังสือเด็ก คือ อย่าดูถูกเด็ก อย่าลืมว่ากลุ่มคนอ่านหนังสือเด็กมีตั้งแต่อายุ 2-12 ขวบ ดังนั้น คุณสามารถใช้คำยาวๆ หรือวาดภาพให้ละเอียดยิบได้ เพราะเด็กแต่ละช่วงอายุก็จะมองเห็นไม่เหมือนกัน ถ้าเขาไม่เห็นเลเยอร์ที่เราสร้างเอาไว้ ก็ไม่เป็นไร ใส่ความท้าทายให้เต็มที่ไปก่อน เด็กทุกคนมีความเฉลียวฉลาด เขาจะเรียนรู้และมองเห็นได้เองในวันหนึ่งข้างหน้า”

          ไอโน ฮาวุไกเนน ผู้วาดและเขียนหนังสือชุดสุดเพี้ยน “ตาตุและปาตุ” ร่วมกันกับ ซามิ ตอยโวเนน พูดถึงงานภาพในหนังสือสำหรับเด็ก ซึ่งในความทรงจำของนักวาด/นักเขียน ทั้งคู่ ก็มีหนังสือเล่มโปรดในดวงใจสมัยเด็ก เป็นหนังสือภาพที่พาไปเห็นเครื่องยนต์กลไกแบบไม่มีกั๊ก ทุกรายละเอียดเหล่านั้นติดตรึงในใจของเขา และกลายมาเป็นต้นทุน เป็นที่มาของการเป็นนักวาดภาพและนักเล่าเรื่องระดับโลกในทุกวันนี้

          ที่มาของภาพ: https://unsplash.com/photos/young-girl-reads-a-book-on-library-stairs-7I2LtgmOiiE

ตุนคลังศัพท์และขยายความเข้าใจโลกผ่านเรื่องจริง

          ในทางวิชาการ มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการให้เด็กได้อ่านหรือมีประสบการณ์กับหนังสือเชิงข้อมูล (Informational Text) ตั้งแต่เล็ก คือรากฐานสำคัญของสมองและการคิดขั้นสูง

          การศึกษาของเนล ดุ๊ก (Dr. Nell K. Duke) ในปี 2003 อธิบายว่า หนังสือเชิงข้อมูลความรู้สามารถตอบสนองความยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเด็ก ช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์เฉพาะทาง เช่น วงจรชีวิต, การระเหย, ทัศนวิสัย ฯลฯ และยังช่วยขยายองค์ความรู้รอบตัว ดร.เนล แนะนำให้คุณครูเพิ่มหนังสือประเภทนี้ในห้องเรียนผ่านกิจกรรมสนุกๆ เช่น การอ่านออกเสียงร่วมกัน หรือการตั้งกลุ่มความสนใจเฉพาะเรื่อง

          นอกจากนี้ งานวิจัยอีกชิ้นของเนลและคณะ ในปี 2012 ที่ตามดูเด็กประถมต้น ยิ่งช่วยยืนยันว่า เด็กที่ได้อ่านหนังสือนอนฟิกชันอย่างสม่ำเสมอ จะมีทักษะการเขียนเชิงอธิบายเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่านเพิ่มขึ้นมาก โดยที่กระบวนการนี้ไม่ได้ไปแย่งชิงหรือลดทอนทักษะการอ่านนิทานเชิงจินตนาการเลย งานวิจัยนี้ปลดล็อกความเชื่อเดิมๆ ของผู้ใหญ่ที่คิดว่า "เรื่องจริงมันยากไปสำหรับเด็กเล็ก" เพราะผลลัพธ์พิสูจน์แล้วว่า ถ้าเราจัดสมดุลระหว่างนิทานและหนังสือความรู้ให้ดี สมองเด็กพร้อมจะเปิดรับมันอย่างเต็มที่

          ที่มาของภาพ: https://unsplash.com/photos/a-young-boy-sitting-at-a-table-reading-a-book-rM5-a4JlN-c 

อาจเป็นประตูสู่โลกการอ่านของใครบางคน

          นักอ่านทุกคนมีสิทธิ์ที่จะชอบหนังสือที่แตกต่างกัน คุณพ่อคุณแม่หลายคนเครียดเมื่อเห็นลูกไม่ยอมหยิบหนังสือนิทาน ไม่อินกับการผจญภัยของเจ้าหนูหรือคุณตุ่น จนอาจทึกทักไปเองว่า "ลูกเราคงไม่ชอบอ่านหนังสือแน่ๆ" แต่จริงๆ แล้ว เด็กคนนั้นอาจจะแค่ยังไม่เคยได้มีประสบการณ์กับหนังสือที่ถูกชะตากับเขา ถ้าลูกยังไม่สนใจหนังสือแบบไหนเป็นพิเศษ ลองเปลี่ยนโหมดมายื่นหนังสือภาพเชิงข้อมูลความรู้ดูก็ไม่เสียหาย

          งานวิจัยด้านพฤติกรรมการอ่านของ Yopp & Yopp (2012) พบว่า เมื่อครูหรือผู้ปกครองเลือกหนังสือนอนฟิกชัน (โดยเฉพาะหมวดวิทยาศาสตร์ สัตว์ โลกและอวกาศ) มาอ่านให้ฟัง กลุ่มเด็กที่ไม่เคยสนใจหนังสือนิทานเลย จะหันมาขยับตัวนั่งตรง จ้องมอง และตั้งคำถามอย่างกระตือรือร้น หนังสือนอนฟิกชันจึงเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจในการอ่านที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กกลุ่มที่กระหายใคร่รู้เรื่องจริงรอบตัว

          ที่มาของภาพ: https://unsplash.com/photos/boy-in-red-crew-neck-t-shirt-sitting-beside-boy-in-blue-crew-neck-t-shirt-UqTrGSohyCs 

วงจรของการรับและส่งต่อแรงบันดาลใจสไตล์เด็กเนิร์ด

          บนเวที FaraTALK ตอน Humans of Science - มนุษย์วิทย์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ‘อาจารย์พี่น้องไมค์’ - พสพล เจริญพร ได้พูดถึงหนังสือในดวงใจในวัยเด็ก คือหนังสือ “แผนที่โลก” ชอบอ่านมากเพราะมันตัวหนังสือน้อย แต่เต็มไปด้วยภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ ได้เห็นแผนที่ ภูมิประเทศ ขอบเขตของประเทศต่างๆ ไปจนถึงชื่อภูเขา แม่น้ำ มีรายละเอียดให้ดูได้ไม่จบสิ้น ความหลงใหลในเส้นสายของแผนที่และความจริงในวันนั้น หล่อหลอมให้เขาเลือกเรียนต่อ เป็นอาจารย์ ทำงานด้านภูมิศาสตร์ และยังถ่ายทอดความหลงใหลนั้นผ่านการเล่าเรื่องไปยังผู้ชมผู้ฟังอีกมากมาย

          ข้ามไปที่เกาะสิงคโปร์ Debby Ng นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่า เธอเติบโตมากับการเดินป่าสำรวจธรรมชาติกับคุณพ่อ เมื่อโตขึ้นได้ทำงานวิจัยจนค้นพบเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ของสัตว์ในป่าโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความอินนั้นทำให้เธอหันมาทำหนังสือภาพสารคดีที่ชื่อ Marvellous Mammals: A Wild A to Z of Southeast Asia เพื่อส่งต่อความมหัศจรรย์ที่เธอเคยเห็นไปสู่เด็กๆ

          เราหลายคนมีความเป็น "เด็กเนิร์ด" ในเรื่องเฉพาะทาง บ่อยครั้งที่เมื่อใครถามถึงเรื่องที่เราหลงใหล เราสามารถบอกเล่าถึงมันได้เป็นชั่วโมงโดยไม่เหน็ดเหนื่อย หนังสือภาพเชิงสารคดีก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่คนเนิร์ดหลายคนเลือกใช้ถ่ายทอดความรักของพวกเขาลงไปในหนังสือ เพื่อส่งต่อความหลงใหลนั้นไปยังคนรุ่นต่อไป 

ถึงอย่างไรก็ขอให้อ่านหลากหลายไว้ก่อน

          อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะอยากโละหนังสือนิทานออกไปจากชั้นหนังสือ แล้วไปกว้านซื้อหนังสือภาพเชิงสารคดีมาวางให้เต็มบ้าน เพราะรู้สึกว่ามันได้สาระดี แต่ใจเย็นก่อน การสร้างหัวใจรักการอ่านที่แท้จริงนั้น คือเด็กหนึ่งคนควรได้มีประสบการณ์ต่อหนังสือที่หลากหลาย ชั้นหนังสือไม่ควรสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง แต่ควรมีทั้งนิทาน หนังสือภาพไร้คำ วรรณกรรมเยาวชน การ์ตูน กราฟิกโนเวล และนอนฟิกชันอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

          ในแง่ของหัวเรื่องก็เช่นกัน แม้เด็กๆ จะมีเรื่องที่พร้อมจะดำดิ่งเป็นพิเศษอยู่แล้ว เช่น ไดโนเสาร์ หรือเจ้าหญิง แต่ผู้ใหญ่อย่างเราก็นำเสนอหนังสือหมวดอื่นให้พวกเขาได้พบเจอบ้าง ไม่โหลดไปในเรื่องหนึ่งเรื่องใดมากจนเกินไป รักษาสมดุลของทั้งประเภทและหัวเรื่องของหนังสือให้ดี

          สุดท้าย อย่าลืมว่าความเป็นนอนฟิกชัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หนังสือภาพเล่มสวยราคาแพงเท่านั้น แต่มันอยู่รอบตัวเราอย่างกลมกลืน ถ้าที่บ้านยังรับหนังสือพิมพ์ อ่านนิตยสารเก่า ฉลากยา หนังสือคู่มือทำอาหาร พจนานุกรมเล่มหนา ป้ายประกาศหรือคำอธิบายในพิพิธภัณฑ์ ทั้งหมดนั้นคือข้อเขียนเชิงข้อมูลที่อยู่รอบตัวเราทั้งหมด ที่จะสั่งสมเป็นต้นทุนให้เด็กได้คุ้นเคยกับถ้อยคำ วิธีการเขียน และคำศัพท์ที่เป็นทางการผ่านการใช้ชีวิตจริง

          เหมือนกับทุกเรื่องในชีวิต ที่เราควรรักษาสมดุลของทุกสิ่งไว้ให้ดี การสร้างนักอ่านตั้งแต่วัยเยาว์นั้นก็ควรเริ่มต้นอย่างสมดุล เปิดกว้าง และพร้อมจะโอบรับทุกความสนใจของเด็กเอาไว้  ไม่ว่าวันนั้นพวกเขาจะอยากโบยบินไปในโลกจินตนาการ หรืออยากปักหลักสำรวจความจริงที่น่ามหัศจรรย์ของโลกใบนี้ ไม่ว่าวันนั้นเขาจะอยู่ในโหมดอยากอ่านแบบไหน ชั้นหนังสือที่บ้าน หรือห้องสมุด ก็จะมีหนังสือเล่มนั้นรอให้พวกเขามาเปิดอ่านอยู่เสมอ

 

ผู้เขียน  พนิตชนก ดำเนินธรรม คุณแม่นักเขียน ผู้สนใจการเรียนรู้และพัฒนาการเด็ก

รายการอ้างอิง (References)

          - Duke, N. K. (2000). 3.6 minutes per day: The scarcity of informational texts in first grade. Reading Research Quarterly 

          งานวิจัยที่ติดตามห้องเรียนชั้นประถม 1 และพบว่ามีโอกาสได้สัมผัสหรืออ่านหนังสือเชิงข้อมูล (Informational Text) เฉลี่ยเพียง 3.6 นาทีต่อวัน เท่านั้น ชี้ให้เห็นอคติของผู้ใหญ่และครูยุคเก่าที่ขาดการจัดสรรหนังสือนอนฟิกชันให้เด็กเล็กเพราะคิดไปเองว่ายากเกินไป

          - Duke, N. K. (2003). Reading to learn from the very beginning: Information books in early childhood. Young Children

          บทความวิชาการที่ขยายความต่อเนื่องเพื่อพิสูจน์ว่า หนังสือความรู้นั้นช่วยตอบสนองความยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเด็กเล็ก ช่วยสร้างคลังคำศัพท์เฉพาะทาง และขยายความรู้รอบตัว (World Knowledge)

          - Duke, N. K., Martineau, J. A., Frank, S. L., Rowe, M. W., & Bennett-Armistead, V. S. (2012). Reading and writing informational text in the primary grades: A longitudinal study. Reading Research Quarterly

          งานวิจัยเชิงทดลองระยะยาวที่ติดตามผลในเด็กประถมต้น พิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์การศึกษาว่า ห้องเรียนที่ปรับหลักสูตรให้เพิ่มกิจกรรมและการเข้าถึงหนังสือนอนฟิกชันอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เด็กๆ มี ทักษะการเขียนเชิงอธิบายเก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่านเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือ ไม่ได้ส่งผลเสียหรือลดทอนทักษะการอ่านและเขียนนิทาน จินตนาการของเด็กเลยแม้แต่น้อย

          - Yopp, R. H., & Yopp, H. K. (2012). Young children’s limited informational text experiences: Is Science the key?. The Reading Teacher, 65(7), 480-490.

          สถิติที่ชวนคิดว่า หนังสือสารคดีที่ครูเลือกมาอ่านให้เด็กฟังกกว่า 85% กระจุกตัวอยู่แค่หมวดวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต (พวกเรื่องสัตว์โลก) ทำให้เด็กขาดโอกาสเจอเรื่องความรู้อื่นๆ

          - ถอดรหัสกระบวนการผลิต ‘ตาตุและปาตุ’ ซีรีส์หนังสือภาพสุดเพี้ยนแห่งฟินแลนด์ที่ครองใจนักอ่านมานานกว่า 20 ปี บทความสรุปเนื้อหาจากงานเสวนาออนไลน์หัวข้อ “ถอดรหัสนิทานนอกกรอบ” จัดโดย TK Park เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 https://becommon.co/culture/idea-tatu-and-patu-children-book/

          - ภาพยนตร์เรื่อง How Dare You? (2025) เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ 2569 https://www.housesamyan.com/site/Movie/detail/1605

บทความแนะนำ

AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์
บล็อก

AI x วัฒนธรรม: เมื่อเทคโนโลยีทำวัฒนธรรมไทยให้วิวัฒน์

TK Park ย้อนชมกิจกรรมในวาระครบรอบ 20 ปีของ TK Park โดย MIT Media Lab, Creatorsgarten และพิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี

466|อ่าน : 10 นาที
เด็กไทย กินอะไรก็เป็น
บล็อก

เด็กไทย กินอะไรก็เป็น

TK Park ชวนพ่อแม่พาลูกหัดกินอาหารไทยทั่วทุกภาค เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและพัฒนาการที่สมวัย

237|อ่าน : 10 นาที
ประสบการณ์แบบหมอๆ จากเจ้สู่คุณหมอนักเล่าเรื่อง ‘น.พ.อุเทน บุญอรณะ’
บล็อก

ประสบการณ์แบบหมอๆ จากเจ้สู่คุณหมอนักเล่าเรื่อง ‘น.พ.อุเทน บุญอรณะ’

เป็นหมอได้ ก็เป็นนักเขียนได้ แค่มี passion

585
สู่ห้องน้ำไร้เพศ Bladder Has No Gender
บล็อก

สู่ห้องน้ำไร้เพศ Bladder Has No Gender

TK Park ฉลอง Pride Month และชวนทุกคนมาตระหนักถึงความสำคัญของห้องน้ำไร้เพศ (Gender-neutral Restroom)

203|อ่าน : 10 นาที
สรุป 7 เทรนด์ในวงการ “Publishing” ของโลก
บล็อก

สรุป 7 เทรนด์ในวงการ “Publishing” ของโลก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก Digital Disruption

323
20 ปี TK Park: The Catalyst of Change สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมแห่งอนาคต
บล็อก

20 ปี TK Park: The Catalyst of Change สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมแห่งอนาคต

ย้อนมองเส้นทางการพลิกโฉมวัฒนธรรมการเรียนรู้ของคนไทยโดย TK Park ตลอดสองทศวรรษ

393|อ่าน : 15 นาที
เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต
บล็อก

เมื่อพระนครไม่ใช่แค่ "ย่านเก่า" แต่คือห้องเรียนที่ยังมีชีวิต

ทำไมย่านที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดแห่งหนึ่ง ถึงยังมีเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกมาก คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้นของกิจกรรมเดินทัวร์ "Learning Pranakorn จากบ้านหม้อ ถึงบางลำพู

231
กายเล่น สมองก็แล่น กับกิจกรรม Physical Wonder & Board สายลึก
บล็อก

กายเล่น สมองก็แล่น กับกิจกรรม Physical Wonder & Board สายลึก

TK Park บันทึกเรื่องราวการเรียนรู้และกลิ่นอายความสนุกจากกิจกรรม Physical Wonder & Board สายลึก จาก Learning Fest Bangkok 2023

303|อ่าน : 10 นาที
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo