เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

โลก Ghibli ที่มีอยู่จริง

โลก Ghibli ที่มีอยู่จริง

223 | อ่าน : 12 นาที
24 ตุลาคม 2568

coveWeb.jpg

 

          หลายเมืองบนโลกซ่อนพลังแห่งแรงบันดาลใจเอาไว้ บางเมืองโด่งดังจากสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ บางเมืองมีชื่อเสียงจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง แต่ก็มีไม่น้อยที่กลายเป็นที่รู้จักเพราะได้กลายเป็น “ฉากในจินตนาการ” ที่ปรากฏบนแผ่นฟิล์มหรือในแอนิเมชัน โดยเฉพาะภาพยนตร์แอนิเมชันที่เป็นผลงานของสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) อันเลื่องชื่อ

          โลกของจิบลิหลบเร้นอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเมืองริมทะเล บ้านบนเนินเขา หรือย่านเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอดีต เมื่อมีดวงตาของนักสร้างสรรค์มองมา เมืองที่มีเสน่ห์เหล่านี้ก็ถูกต่อยอดกลายเป็นฉากหลังให้กับจินตนาการอันโลดโผนจนแฟน ๆ ทั่วโลกจดจำได้ และเมื่อผู้คนออกเดินทางตามรอยเหล่านั้น เมืองก็ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะ การท่องเที่ยว และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างงดงาม

          มาเถิดเหล่าแฟน ๆ จิบลิผู้หลงใหลในเวทมนตร์ ก้าวเท้าขึ้นไม้กวาดของแม่มดน้อยกิกิ แล้วออกเดินทางผจญภัยไปยังจุดหมายทั้ง 5 แห่งจากภาพยนตร์แอนิเมชันที่เรารักไปด้วยกัน

 

01.jpg

          จุดหมายที่ 1 เมือง Colmar ประเทศฝรั่งเศส บ้านเกิดของโซฟีใน Howl’s Moving Castle

          เยื้องไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ติดกับพรมแดนเยอรมนี มีเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักราวกับหลุดมาจากเทพนิยายซ่อนตัวอยู่ ตัวเมืองยังคงไว้ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่เน้นไม้และหิน ทาผนังด้วยสีสันสดใสราวกับลูกกวาด มีคลองเล็ก ๆ น้ำพุ และดอกไม้สีสันสดใสประดับตามหน้าต่างรั้วเรือน 

          เมืองนี้มีชื่อว่า Colmar เป็นต้นกำเนิดเมืองบ้านเกิดที่ ‘โซฟี’ ได้พบกับ ‘ท่านฮาวล์’ ในแอนิเมชั่นเรื่อง Howl’s Moving Castle เป็นครั้งแรก

          หนึ่งสถานที่ที่พลาดไม่ได้ของเมือง Colmar ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะถ่ายภาพ ก็คืออาคารเก่าแก่กว่า 500 ปี ที่มีชื่อว่าบ้าน Pfister เป็นอาคารโครงสร้างไม้ที่มีเอกลักษณ์ คือหอคอยทรงแปดเหลี่ยม ศิลปะเรเนซองส์อาคารแรก ๆ ของเมือง โดยอาคารหลังนี้ได้ปรากฏตัวในช่วงเปิดเรื่อง ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นตอนโซฟีวิ่งผ่านอาคารหลังนี้ด้วยนะ!

          ใครที่เป็นแฟนแอนิเมชั่นเรื่องนี้ แนะนำให้แวะไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน ตอนที่ทั้งเมืองเต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งท่ามกลางแสงแดดสดใส ใครจะรู้ว่าในเมืองแสนโรแมนติกแบบนี้อาจจะมีท่านฮาวล์สุดหล่อซ่อนตัวอยู่ก็เป็นได้!

 

02.jpg

          จุดหมายที่ 2 หุบเขา Rhondda ในเวลส์ เหมืองแร่ของปาซูใน Castle in the Sky

          ในปี 1984 ฮายาโอะ มิยาซากิ มือกำกับภาพยนตร์ผู้เป็นดั่งกระดูกสันหลังของสตูดิโอจิบลิได้เดินทางมายังเวลส์เป็นครั้งแรก บังเอิญเหลือเกินที่ช่วงนั้นตรงกับตอนที่คนงานเหมืองกำลังพากันหยุดงานประท้วง เพื่อต่อสู้กับรัฐบาลอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แทตเชอร์

          จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของชาวเหมืองที่นั่นทำให้มิยาซากิรู้สึกประทับใจ และทำให้เขาย้อนนึกถึงคนงานเหมืองถ่านหินในญี่ปุ่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เช่นกัน ทำให้ในปี 1986 หรืออีก 2 ปีต่อมา Castle in the Sky ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้การเขียนบทและอำนวยการสร้างทั้งหมดโดยสตูดิโอจิบลิ ได้ถือกำเนิดสู่สายตาชาวโลก 

          เรื่องราวการต่อสู้ของชาวเหมืองในเวลส์จุดประกายแรงบันดาลใจให้มิยาซากิสร้างฉากหลังของเหมือง ที่ ‘ปาซู’ เด็กกำพร้าตัวละครหลักของเรื่องทำงานอยู่ ทั้งภาพของหุบเขา Rhondda และวิถีชีวิตของคนเหมืองที่เขาได้พบ ล้วนกลายมาเป็นฉากและเรื่องราวภายในภาพยนตร์

          สำหรับใครที่เป็นแฟน Castle in the Sky หากมีโอกาสได้ไปเยือนเวลส์สักครั้ง ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ ที่บรรจุประวัติศาสตร์การต่อสู้อันโชกโชนนี้ เพราะคุณจะได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของชาวเหมืองเหมือนที่ปาซูเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง

 

03.jpg

          จุดหมายที่ 3 Sayama Hills ประเทศญี่ปุ่น ป่าของโทโทโร่ ใน My Neighbor Totoro

          ภาพยนตร์ชิ้นโบแดงของสตูดิโอจิบลิเรื่องนี้ไม่หลุดโผแน่นอน เพราะที่นี่คือป่าไม้สีเขียวชอุ่ม บ้านเกิดของเจ้า ‘โทโทโร่’ ตัวอ้วนกลม ขวัญใจใครหลาย ๆ คนนั่นเอง

          My Neighbor Totoro บอกเล่าเรื่องราวของสองสาวน้อย ‘ซัทสึกิ’ และ ‘เมย์’ ที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในแถบชนบทกับพ่อ เพื่อให้ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของเด็กทั้งสองรักษาตัวอยู่ 

          ทว่า ท่ามกลางสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เด็กทั้งสองกลับพบว่าในป่าข้างบ้านนั้นมีสัตว์วิเศษผู้พิทักษ์ป่าอาศัยอยู่ ทำให้ทั้งคู่ได้เข้าไปผจญภัยและพบกับเรื่องราวมหัศจรรย์สนุก ๆ มากมายในโลกแห่งธรรมชาติและผืนป่า

          สำหรับใครที่อยากก้าวเท้าเข้าไปในโลกแห่งความมหัศจรรย์นี้บ้าง ลองเดินทางไปเยี่ยมเยียนป่า Sayama Hills ที่เมืองโทโคโรซาว่า จังหวัดไซตามะ เพราะที่นี่คือสถานที่ที่ผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ เคยอาศัยอยู่กับภรรยาในช่วงปี 1960s และจุดประกายแรงบันดาลใจให้เขานำมาใช้เป็นฉากหลังของป่าโทโทโร่นั่นเอง

          ทุกวันนี้ป่าผืนนั้นยังคงเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์ราวกับได้รับการพิทักษ์จากเจ้าโทโทโร่ นั่นเป็นเพราะหลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างกระแสความนิยมไปทั่วโลก จนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยจุดกระแสการอนุรักษ์ผืนป่าจากรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้แฟน ๆ ที่หลงรักในภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถมาตามรอยเจ้าโทโทโร่ได้นั่นเอง

 

04.jpg

          จุดหมายที่ 4 เมือง Stockholm และ Visby ประเทศสวีเดน เมืองริมทะเลโคริโกะ ใน Kiki’s Delivery Service

          ในปีที่แม่มดน้อย ‘กิกิ’ อายุได้ 13 ปี ตามธรรมเนียมปฏิบัติของเหล่าแม่มด เธอต้องออกเดินทางจากบ้านเกิดไปใช้ชีวิตในเมืองอื่นเพื่อฝึกความสามารถและสร้างประโยชน์ให้กับเมืองนั้น ๆ จนกระทั่งเธอได้เลือกลงหลักปักฐานในเมืองริมทะเลที่สวยงามเมืองหนึ่ง เมืองที่แฟน ๆ Kiki’s Delivery Service รู้จักกันดีในชื่อเมืองโคริโกะ ที่ซึ่งเธอได้เรียนรู้วิธีการเป็นแม่มดที่ดีนั่นเอง

          แต่แม้เราจะไม่ได้ขี่ไม้กวาดบินขึ้นท้องฟ้าแบบกิกิและเจ้าแมวดำจิจิคู่ใจ เราก็สามารถไปชื่นชมเมืองที่สวยงามราวเทพนิยายนี้ได้ เพียงแค่บินลัดฟ้าไปยังประเทศสวีเดน

          ในปี 1971 ฮายาโอะ มิยาซากิ เคยเดินทางมายังสวีเดนเพื่อติดต่อขอซื้อบทประพันธ์จากนักเขียนดังท่านหนึ่ง แม้จะคว้าน้ำเหลว แต่ภาพของเมือง Stockholm และ Visby ก็ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเขา ในอีกหลายปีหลังจากนั้นเขาจึงพาทีมงานกลับมาเยี่ยมเยียนเมืองที่เหมือนหลุดมาจากยุคยุโรปกลางสองเมืองนี้อีกครั้ง พร้อมเก็บภาพด้วยฟิล์มกว่า 80 ม้วน เพื่อใช้เป็นฉากหลังในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่ Kiki’s Delivery Service

          ใครที่อยากสัมผัสถึงเมืองโคริโกะในชีวิตจริง เมืองที่ยังคงกลิ่นอายของศูนย์กลางการค้าสำคัญในอดีต รายล้อมไปด้วยกำแพงโบราณ ถนนหนทางปูด้วยอิฐ มีหอนาฬิกาตั้งตระหง่าน และสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ต้นแบบเมืองที่แม่มดน้อยกิกิเคยอาศัยอยู่ หากมีโอกาสได้มายุโรป อย่าลืมแวะมาเที่ยวสองเมืองนี้นะ!

 

05.jpg

          จุดหมายที่ 5 เมืองโบราณ Jiufen ไต้หวัน โรงอาบน้ำลี้ลับ ใน Spirited Away

          แม้ฮายาโอะ มิยาซากิ จะปฏิเสธว่าเมืองโบราณ Jiufen ในไต้หวันไม่ได้เป็นต้นแบบเมืองในมิติวิญญาณจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นชิ้นสำคัญอีกเรื่องของสตูดิโอจิบลิอย่าง Spirited Away แต่ความคล้ายคลึงกันของสถาปัตยกรรม ก็ทำให้คนส่วนใหญ่เห็นแล้วเชื่อทันที ว่าเมืองนี้แหละคือต้นแบบเมืองที่ ‘จิฮิโระ’ ตัวเอกของเรื่องหลุดเข้าไปผจญภัย

          เมือง Juifen ตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจีหลง บริเวณตอนเหนือของไต้หวัน ตัวเมืองกินอาณาเขตเกือบทั้งภูเขา ทำให้เส้นทางในเมืองมีลักษณะเป็นขั้นบันไดวกวนขึ้นไปตามแนวเขา ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ ชวนให้นึกถึงฉากที่พ่อแม่ของจิฮิโระหลงใหลไปกับอาหารจนกลายร่างเป็นสุกรเลยทีเดียว

          และมุมไฮไลต์ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะมาเก็บภาพเป็นที่ระลึก คือโรงน้ำชาหลังใหญ่อายุนานนับศตวรรษที่ประดับด้วยโคมสีแดงตลอดแนว สถานที่ที่เหมือนกับโรงอาบน้ำในภาพยนตร์ราวกับถอดแบบกันออกมา

          ในช่วงฤดูฝนที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื้น ถนนปูหินภายในเมืองจะเต็มไปด้วยหมอกสีขาว เมื่อความมืดมาสมทบ และถนนที่ถูกอาบไล้ไปด้วยสีแดงจากโคมไฟตลอดเส้น ก็ทำให้ได้บรรยากาศลึกลับชวนพิศวง หากใครอยากลองสัมผัสบรรยากาศเหมือนในภาพยนตร์ ลองแวะไปเที่ยว Juifen ในยามวิกาลดู แต่ระวังไว้นะ! อย่าเผลอหลุดเข้าไปในมิติวิญญาณเสียล่ะ เพราะงานนี้คงไม่มี ‘ฮาคุ’ โผล่มาช่วยแน่นอน

 

          การเดินทางตามรอยแรงบันดาลใจเหล่านี้ไม่เพียงพาเราไปพบกับสถานที่จริงที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวอันงดงาม แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่าทุกเมือง ทุกผู้คน และทุกภาพจำ ล้วนสามารถกลายเป็นต้นทางของความคิดสร้างสรรค์ได้เสมอ

          ขอให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความสุข.

 

          สร้างสรรค์โดย Jaruwan C. และ TK Park

          อ้างอิง [1], [2], [3] 

บทความแนะนำ

ซ่อมสร้างอย่างวิจิตร ที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
บล็อก

ซ่อมสร้างอย่างวิจิตร ที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

TK Park ชวนย้อนสกัดความรู้จากกิจกรรม TK Small Tour วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

508|อ่าน : 12 นาที
การรับมือกับความล้มเหลวและความเหงา ทักษะชีวิตที่วิชัย มาตกุล และไอติม พริษฐ์ แนะนำให้ฝึกฝน
บล็อก

การรับมือกับความล้มเหลวและความเหงา ทักษะชีวิตที่วิชัย มาตกุล และไอติม พริษฐ์ แนะนำให้ฝึกฝน

ทุกการล้มเหลวคือการเรียนรู้ ล้มแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ได้

334
จาก ‘จิ๋นซี’ สู่ ‘Loki’ ถึง ‘18 again’ ทำไมพล็อต ‘ข้ามเวลา’ ถึงจีรัง
บล็อก

จาก ‘จิ๋นซี’ สู่ ‘Loki’ ถึง ‘18 again’ ทำไมพล็อต ‘ข้ามเวลา’ ถึงจีรัง

ลองมาคิดกันดูเล่นๆ ว่าทำไมแนวทางนี้ถึงเป็นที่นิยมและไม่มีวันตายไปจากหน้าลิสต์นิยาย

246
5 เคล็ดลับปรับสมดุลชีวิตและการทำงานยุค New Normal
บล็อก

5 เคล็ดลับปรับสมดุลชีวิตและการทำงานยุค New Normal

บล็อคความเครียด WFH ช่วงโควิด-19

474
เรื่องเดี๋ยวนี้ของสตรีนิยม
บล็อก

เรื่องเดี๋ยวนี้ของสตรีนิยม

TK Park สรุป 5 ประเด็นเด่นที่นักสตรีนิยมกำลังพูดถึงในปี 2024

215|อ่าน : 10 นาที
How to พ่อ แม่ ครู เดินหน้าไปสู่โลกอนาคตพร้อมกับเด็กๆ
บล็อก

How to พ่อ แม่ ครู เดินหน้าไปสู่โลกอนาคตพร้อมกับเด็กๆ

การรับรู้ศักยภาพและคุณค่าของตัวเอง เป็นภูมิคุ้มกันให้เด็กข้ามผ่านการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วไปได้

308
ลองเล่นไปกับ KX SMART Play : LEGO Education กับการเรียนรู้ไร้ขอบเขต
บล็อก

ลองเล่นไปกับ KX SMART Play : LEGO Education กับการเรียนรู้ไร้ขอบเขต

ด้วยรูปทรงที่หลากหลายของเลโก้ ทำให้ผู้เล่นได้ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่

344
เรียนรู้กระบวนท่า การทำนิทานเด็กวัยเตาะแตะ จาก อาจารย์คาซุฮิโกะ โตโยต้า
บล็อก

เรียนรู้กระบวนท่า การทำนิทานเด็กวัยเตาะแตะ จาก อาจารย์คาซุฮิโกะ โตโยต้า

นักเขียน นักวาดภาพประกอบ มากด้วยประสบการณ์การทำนิทานภาพสำหรับเด็กเล็กมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี

477
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.