เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

TK Park ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
logologo
  1. หน้าหลัก
  2. ความรู้
  3. บทความ
บทความ

ความรู้

หมึกยักษ์ ร้านกาแฟ และผู้คนที่ดูเหมือนสบายดี

หมึกยักษ์ ร้านกาแฟ และผู้คนที่ดูเหมือนสบายดี

340
12 กรกฎาคม 2569

coverWeb.jpg

          หนังสือแนว comfort fiction กลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด-19 ที่ผู้คนจำนวนมากหันกลับไปอ่านเรื่องเล่าที่สงบนิ่ง อ่อนโยน และสนใจชีวิตธรรมดา ๆ มากกว่าการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ โลกของนิยายร่วมสมัยจึงเริ่มเต็มไปด้วยร้านหนังสือ คาเฟ่ แมว หมู่บ้านเล็ก ๆ และตัวละครที่ดูเข้ากับโลกไม่ค่อยได้ 

          และนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความคาดหวัง และแรงกดดันให้มนุษย์ต้องมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา หนังสือเหล่านี้กลับเลือกมองไปยังคนอีกกลุ่มหนึ่ง นั่นคือ เหล่าคนเหงา คนเงียบ คนที่ไม่เก่งเรื่องความสัมพันธ์ คนที่รู้สึกว่าตนเองช้าเกินไป แปลกเกินไป หรือเหนื่อยเกินกว่าจะทำความเข้าใจกับโลกใบนี้ และแทนที่จะตัดสินพวกเขา นิยายเหล่านี้กลับมอบพื้นที่ปลอดภัยให้กับตัวละครและผู้อ่านไปพร้อมกัน

          หลายเรื่องแทบไม่มีเหตุการณ์ใหญ่โต ไม่มี plot twist แบบระทึกขวัญ ไม่มีโลกให้กอบกู้ สิ่งที่มีคือบทสนทนาเล็ก ๆ อาหารมื้อหนึ่ง ร้านกาแฟเงียบ ๆ หรือใครสักคนที่เลือกจะอยู่ข้างเรา แม้ในวันที่เราไม่น่ารักนักก็ตาม และบางที นั่นอาจเป็น fantasy แบบใหม่ของคนในยุคนี้

web01.png

ชายชื่ออูเว (A Man Called Ove) ↗

          ก่อนที่คำว่า comfort fiction จะกลายเป็นหมวดหนังสือยอดนิยมไปทั่วโลก เฟรดริก แบคแมน (Fredrik Backman) เคยเขียนนิยายเรื่อง ชายชื่ออูเว (A Man Called Ove (2012)) แปลโดย ธีปนันท์ เพ็ชร์ศรี ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับชายแก่ขวางโลกคนหนึ่งที่ดูเหมือนโกรธทุกอย่างรอบตัว ทั้งเพื่อนบ้าน รถยนต์ ข้าราชการ ไปจนถึงโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

          อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นที่รักของคนอ่านทั่วโลก นอกเหนือจากความตลกหรือความอบอุ่น กลับเป็นวิธีที่แบคแมนมองเห็นความโดดเดี่ยวของมนุษย์ในแบบที่ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย

          อูเวอาจดูเป็นคนอารมณ์เสียตลอดเวลา แต่ภายใต้กำแพงนั้นคือคนธรรมดาที่เคยมีความรัก เคยพบความสูญเสีย และค่อยๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือที่ทางในโลกอีกต่อไป

          แบคแมนมีความสามารถพิเศษในการสร้างตัวละครให้ดูไม่น่ารักในตอนแรกก่อนจะค่อย ๆ เผยให้เห็นความเปราะบางภายในอย่างอ่อนโยน เขาเข้าใจว่าคนจำนวนมากไม่ได้เก่งในการพูดเพื่อแสดงความรู้สึก และหลายครั้งความรักก็มักแสดงออกผ่านการกระทำเล็ก ๆ มากกว่าคำพูดที่สวยงาม

          ในยุคที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนดูห่างกันมากขึ้นทุกวัน หนังสือเล่มนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนคำเตือนเบา ๆ ว่า บางครั้งการเคาะประตูถามไถ่เพื่อนบ้าน หรือการมีใครสักคนที่ไม่ยอมปล่อยให้เราอยู่ลำพัง อาจช่วยชีวิตคนคนหนึ่งไว้ได้จริง ๆ

web02.png

เอเลนอร์สบายดี (Eleanor Oliphant Is Completely Fine) คลิก

          มีคนจำนวนมากในเมืองใหญ่ที่ใช้ชีวิตไปตามปกติ เข้าทำงานตรงเวลา ทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ที่ดูเหมือนกับว่าสามารถจัดการทุกอย่างได้เป็นอย่างดี แต่ภายในกลับโดดเดี่ยวจนแทบไม่เหลือใครให้โทรหาเลย

          กิล ฮันนีแมน (Gail Honeyman) หยิบความเงียบแบบนั้นมาเขียนผ่านเอเลนอร์สบายดี (Eleanor Oliphant Is Completely Fine (2017)) ซึ่งแปลโดย ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ ได้เล่าถึงหญิงสาวที่ดูแปลกประหลาด เย็นชา และเข้าสังคมไม่เก่งเอาเสียเลย เธอใช้ชีวิตตาม routine ราวกับพยายามป้องกันไม่ให้โลกภายนอกไหลเข้ามาแตะต้องตัวเธอมากเกินไป

          สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ทรงพลังมาก คือไม่ได้ romanticize ความโดดเดี่ยว และไม่ได้รีบเปลี่ยนอเลนอร์ ให้กลายเป็นคนปกติตามมาตรฐานสังคม  นักเขียนกลับเลือกมองตัวละครด้วยความเข้าใจ และค่อย ๆ ทำให้ผู้อ่านเห็นว่าหลายครั้ง ความ awkward หรือกำแพงที่สร้างขึ้น อาจเป็นวิธีเอาชีวิตรอดจากอดีตที่หนักจนเกินไป

          ในยุคที่ผู้คนพูดเรื่อง loneliness epidemic กันมากขึ้น เอเลนอร์สบายดียิ่งร่วมสมัยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพูดถึงชีวิตคนทำงาน ความสัมพันธ์ที่ผิวเผิน และความจริงที่ว่า มนุษย์จำนวนมากกำลังรอให้ใครสักคนมองเห็นตัวตนจริง ๆ ของพวกเขา

          แต่สิ่งที่อบอุ่นที่สุดในหนังสือเล่มนี้ อาจเป็นความเชื่อเล็ก ๆ ที่ว่า ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบบ dramatic เสมอไป บางครั้งการมีใครสักคนชวนคุย กินข้าวด้วย หรือถามว่า “วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” อย่างจริงใจ ก็อาจเพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนอยากอยู่ต่อบนโลกอีกสักวัน

web03.png

หนังสือเล่มนี้ที่คุณตามหา (What You Are Looking for Is in the Library) คลิก

          มีคนจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้าห้องสมุดโดยไม่ได้กำลังหาหนังสืออะไรเป็นพิเศษ พวกเขาเพียงเหนื่อย สับสน หรือรู้สึกว่าชีวิตกำลังติดอยู่ตรงไหนสักแห่ง

          หนังสือเล่มนี้ที่คุณตามหา (What You Are Looking for Is in the Library (2020)) เขียนโดย มิจิโกะ อาโอยามะ (Aoyama Michiko) แปลโดย ธนพล ศักดิ์สมุทรานันท์ เริ่มต้นจากผู้คนแบบนั้น คนธรรมดาหลายวัยที่ดูเหมือนใช้ชีวิตไปได้เรื่อย ๆ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยคำถามเล็ก ๆ ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ แล้ววันหนึ่ง พวกเขาก็ได้พบกับบรรณารักษ์คนหนึ่งที่แนะนำหนังสือให้ราวกับมองเห็นอะไรบางอย่างในใจของพวกเขา

          มิจิโกะ อาโอยามะ เขียนเรื่องนี้ด้วยจังหวะเรียบและนิ่ง ไร้ฉากดราม่าอันยิ่งใหญ่ ผู้คนในเรื่องยังต้องตื่นไปทำงาน ยังคงสับสน ลังเลเหมือนเช่นเดิม เพียงแต่หนังสือที่พวกเขาได้อ่านค่อย ๆ ทำให้บางอย่างในชีวิตเริ่มขยับทีละนิด

          สิ่งที่น่าสนใจคือ หนังสือเล่มนี้มองห้องสมุดในฐานะพื้นที่ของความเป็นไปได้ มากกว่าพื้นที่เก็บข้อมูล ในโลกที่ทุกอย่างเร็วขึ้นตลอดเวลา ห้องสมุดในเรื่องกลับเต็มไปด้วยเวลาที่เดินช้าลง และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้กลับมาฟังเสียงของตนเองอีกครั้ง

          อาโอยามะเข้าใจความเหนื่อยล้าของชีวิตในแต่ละวัน เธอรู้ว่าผู้คนจำนวนมากไม่ได้กำลังเผชิญโศกนาฏกรรมใหญ่โต เพียงแค่เริ่มไม่แน่ใจว่า ชีวิตที่กำลังดำเนินไปยังใกล้เคียงกับสิ่งที่เคยฝันเอาไว้หรือไม่

web04.png

The House in the Cerulean Sea คลิก

          มีช่วงหนึ่งที่นิยายแฟนตาซีเต็มไปด้วยการต่อสู้ การผจญภัย หรือการกอบกู้โลก ขณะที่  ทีเจ คลูน (TJ Klune) กลับเลือกเขียนเรื่องของบ้านริมทะเลหลังหนึ่งที่มีีเด็กประหลาดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเงียบ ๆ

          ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นราวนิทานก่อนนอน  หนังสือเล่มนี้พูดถึงโลกร่วมสมัยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความแตกต่าง การกีดกัน และสิทธิในการมีพื้นที่ปลอดภัยของผู้คนที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่

          คลูนเขียนถึงตัวละครของเขาด้วยความรักและอ่อนโยน The House in the Cerulean Sea (2020) จึงเต็มไปด้วยความเชื่อที่ว่า มนุษย์ทุกคนควรได้รับอนุญาตให้เป็นตัวของตัวเอง และการถูกยอมรับอาจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้จริง ๆ

          ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนังสือเล่มนี้กลายเป็น comfort read ของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยข่าวร้าย ความขัดแย้ง และความรู้สึกว่าผู้คนกำลังใจร้ายต่อกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแทนที่จะตอบโต้โลกด้วยความสิ้นหวัง คลูนกลับเลือกจะสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง  เพื่อให้ตัวละครและผู้อ่านสามารถพักใจอยู่ในนั้นได้ชั่วคราว และบางครั้ง แค่นั้นก็อาจเพียงพอแล้วจริง ๆ

web05.png

อควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของ (Remarkably Bright Creatures) คลิก

          เชลบี แวน เพลต์ (Shelby Van Pelt) เขียน อควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของ (Remarkably Bright Creatures) ซึ่งแปลโดย พลอย โจนส์ หนังสือที่มีเนื้อหาดูเหมือนเป็นนิยายที่ประหลาดสักหน่อย เมื่อหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องคือหมึกยักษ์ในอควาเรียม  ซึ่งแท้จริงแล้วเชลบี แวน เพลต์ต้องการสื่อถึงเรื่องความเหงา การสูญเสีย และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ต่างกำลังพยายามประคองชีวิตของตนเองอย่างเงียบๆ

          อควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของเป็นหนึ่งในนิยายที่สะท้อนยุค loneliness epidemic ได้อย่างน่าสนใจ หลายตัวละครต่างใช้ชีวิตอยู่ลำพัง พวกเขาพูดคุยไม่เก่ง มีอดีตที่ยังจัดการไม่ได้ และค่อย ๆ ถอยห่างจากโลกทีละนิดโดยไม่รู้ตัว

          สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้อบอุ่น คือวิธีที่ความสัมพันธ์เล็ก ๆ ค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งระหว่างคนแปลกหน้า คนต่างวัย หรือแม้แต่มนุษย์กับสิ่งมีชีวิตที่พูดภาษาเดียวกันไม่ได้ แวน เพลตเขียนถึงความผูกพันเหล่านี้ด้วยสายตาอันอ่อนโยน โดยเฉพาะตัวละครสูงวัยที่เริ่มรู้สึกว่าตนเองถูกทิ้งไว้ข้างหลังในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนไปเร็วกว่าเดิม

          ท้ายที่สุด อควาเรียมสำหรับคน หมึก และสิ่งของจึงไม่ใช่นิยายเกี่ยวกับหมึกยักษ์เท่าไรนัก แต่กลับเป็นเรื่องของการถูกมองเห็น การมีใครสักคนรับฟัง และความจริงง่าย ๆ ว่า ต่อให้ใช้ชีวิตมาโดดเดี่ยวเพียงใด มนุษย์ก็ยังต้องการความเชื่อมโยงกับคนอื่นอยู่เสมอ

web06.png

ตำนานและลาเต้  (Legends & Lattes) คลิก

          ร้านกาแฟเล็ก ๆ กลางเมือง ที่ผู้คนแวะเวียนเข้ามา กลิ่นกาแฟลอยอยู่ในอากาศ บทสนทนาเงียบ ๆ ระหว่างคนคุ้นหน้า และเจ้าของร้านที่เคยเป็นนักรบมาก่อน นี่คือโลกของตำนานและลาเต้ นิยายแฟนตาซีที่เขียนโดย ทราวิส บัลดรี (Travis Baldree) แปลโดย ณัฐชยา หิรัญญสมบัติ ซึ่งผู้เขียนใช้เวลากับเรื่องธรรมดามากกว่าการต่อสู้

          ทราวิส บัลดรี พาตัวละครเอกที่ชีวิตเต็มไปด้วยอาวุธและการผจญภัย มาสู่การเริ่มต้นใหม่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

          หนังสือค่อย ๆ เล่าเรื่องการจัดร้าน การลองเมนูใหม่ การรู้จักลูกค้าประจำ และความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ จังหวะของเรื่องนิ่งและอบอุ่น เหมือนนั่งอยู่ในร้านช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่ไม่มีใครรีบร้อนจะไปไหน

          สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้อยู่ในใจผู้อ่านเป็นจำนวนมาก คือ ความรู้สึกเรียบง่ายที่มอบให้ ชีวิตในเรื่องมิได้ถูกขับเคลื่อนด้วยภารกิจยิ่งใหญ่ ตัวละครเพียงกำลังหาที่ของตัวเอง หา community เล็ก ๆ และพยายามใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองจะหายใจได้สะดวกขึ้นอีกนิด

          บัลดรีเขียนเรื่องเหล่านี้อย่างละเอียดและใจเย็น ตั้งแต่เสียงแก้วกาแฟ กระดิ่งหน้าร้าน ไปจนถึงความคุ้นเคยเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นระหว่างผู้คน จนท้ายที่สุดตำนานและลาเต้กลายเป็นหนังสือที่ทำให้ผู้อ่านนึกถึงความสุขอันแสนธรรมดา ที่มักหล่นหายไปในชีวิตประจำวัน   เช่น การได้กินของอร่อย การมีงานที่รัก หรือการมีสถานที่หนึ่งที่รู้สึกว่า “เราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่”

บทความแนะนำ

อ่านได้ อ่านดี เสริมสุขภาพจิตให้ดีผ่านอีบุ๊กฟรีจาก TK Park
บล็อก

อ่านได้ อ่านดี เสริมสุขภาพจิตให้ดีผ่านอีบุ๊กฟรีจาก TK Park

TK Public Online Library เพิ่มหนังสือใหม่ด้านการเสริมสร้างกำลังใจ การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้มีพลัง พร้อมสำหรับรับมือกับการใช้ชีวิตวิถีใหม่อย่างมีความสุข

115
แม่ก็คือแม่ แนะนำหนังสือ 7 เล่ม ที่ชวนกลับไป “อ่านแม่” ในแต่ละช่วงของชีวิต
บล็อก

แม่ก็คือแม่ แนะนำหนังสือ 7 เล่ม ที่ชวนกลับไป “อ่านแม่” ในแต่ละช่วงของชีวิต

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา หนังสือทั้ง 7 เล่มจะพาไปสำรวจความรัก ความห่วงใย ความขัดแย้ง การเติบโตและความทรงจำ ผ่านเรื่องราวของแม่ที่ไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียบในชีวิตของเรา

383
แนะนำ 6 ทิปง่ายๆ ให้อ่านสนุกกับห้องสมุดออนไลน์ Libby
บล็อก

แนะนำ 6 ทิปง่ายๆ ให้อ่านสนุกกับห้องสมุดออนไลน์ Libby

มีลูกเล่นหลายอย่างที่แฟนๆ ของ Libby อาจยังไม่เคยรู้ เราลองมาดูไปด้วยกันเลย

976
จากทะเลถึงภูเขา จากเพลงพื้นบ้านถึงผ้าหม้อห้อม… ทั้งหมดอยู่ในนิทานภาพสาระท้องถิ่น 10 จังหวัด
บล็อก

จากทะเลถึงภูเขา จากเพลงพื้นบ้านถึงผ้าหม้อห้อม… ทั้งหมดอยู่ในนิทานภาพสาระท้องถิ่น 10 จังหวัด

โครงการจัดทำหนังสือนิทานภาพสาระท้องถิ่น 10 จังหวัด โดย TK Park

172
โลกที่ทุกอย่างเข้าใจเรา ยกเว้นตัวเราเอง
บล็อก

โลกที่ทุกอย่างเข้าใจเรา ยกเว้นตัวเราเอง

6 นิยายที่ชวนตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ ในวันที่ AI อาจรู้จักเรามากกว่าที่เรารู้จักตัวเอง

357
‘นิยายวาย’ เสน่ห์หลากมุมมอง ยกระดับนักเขียนไทย
บล็อก

‘นิยายวาย’ เสน่ห์หลากมุมมอง ยกระดับนักเขียนไทย

การเติบโตอย่างรวดเร็วของนิยายวายทำให้นักอ่านหลายคน อยากจับปากกาเขียน

318
Most-Loved Reads of 2025
บล็อก

Most-Loved Reads of 2025

หนังสือที่คุณอ่านจนติดอันดับ ปี 2025

632|อ่าน : 15 นาที
4 เหตุผลชวนเด็กๆ อ่านหนังสือภาพชุดสาระท้องถิ่น
บล็อก

4 เหตุผลชวนเด็กๆ อ่านหนังสือภาพชุดสาระท้องถิ่น

จุดเริ่มต้นเปิดโลกการอ่าน เปิดประตูสู่จินตนาการ

179
a055a20767f95f784859118e1baa38fffa16c9a8.png98a72354ed08a02d905ee61cbc417090dae6639a.pnga17f8f684afa5736d21badc3e8cff37a529185ab.png
เมนู
ร่วมงานกับเราประกาศจัดซื้อจัดจ้างข้อมูลเปิดความช่วยเหลือ
ช่องทางติดตาม
แผนที่เว็บไซต์เงื่อนไขและข้อตกลงนโยบายข้อมูลบุคคลความช่วยเหลือ
©2026 TK Park สงวนลิขสิทธิ์
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (สำนักงาน)
ที่อยู่
999/9 อาคารดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์: 0 2264 5963-5 เบอร์แฟกซ์: 0 2264 5966
เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30 น.
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
ที่อยู่
เลขที่ 4 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 Dazzle Zone แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เบอร์ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2257 4300
เวลาทำการ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 - 20.00 น.