TK News
โปรดิวเซอร์: สะพานเชื่อมความสำเร็จของคนทำเพลง
clock วันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. 2562

3-1.png

โปรดิวเซอร์: สะพานเชื่อมความสำเร็จของคนทำเพลง


            นักร้องหรือวงดนตรีบางกลุ่ม อาจจะสามารถเขียนเนื้อร้องและแต่งทำนองได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งนักแต่งเพลงหรือโปรดิวเซอร์เพื่อช่วยให้งานเพลงออกมาเสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ด้วยขั้นตอนการทำดนตรีที่ซับซ้อน มีหลายขั้นตอนที่ต้องเก็บรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละเพลง บทบาทของโปรดิวเซอร์ในปัจจุบัน อาจไม่ใช่แค่คนสังเกตการณ์ หรือคอยทำให้เพลงออกมาเป็นอย่างที่วงดนตรีต้องการเท่านั้น โปรดิวเซอร์จึงเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้การทำงานเพลงในแต่ละขั้นตอนของศิลปินเป็นไปด้วยความราบรื่นและประสบความสำเร็จได้
            ในการพูดคุยหัวข้อ โปรดิวเซอร์: สะพานเชื่อมความสำเร็จของคนทำเพลง จึงได้ ตั้ม - สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ แห่งวง Monotone พร้อมด้วยโปรดิวเซอร์มือฉมังอีก 2 ท่าน ทั้ง มิน - ศิวโรจน์ จิตตนิยมพาณิชย์ จาก Minerva Studio และ แกรนด์ - นายวรวรรธน์ วิวรรธน์วณิชย์ จาก Grand studio มาให้ความรู้
            โดยในตอนเริ่มต้น ก่อนที่จะพูดเรื่องบทบาทของโปรดิวเซอร์และการเข้าห้องอัด ตั้มบอกว่า น้องๆ ศิลปิน หรือนักดนตรีหน้าใหม่ ควรจะคำนวณเงินงบประมาณที่ตัวเองมีอย่างคร่าวๆ ดูก่อน ว่างบที่มีอยู่เหมาะสมกับขั้นตอนและขอบเขตของการอัดเพลงแต่ละเพลงมากแค่ไหน โดยควรจะแบ่งเงินไว้ก่อนเป็น 3 ก้อนหลักๆ คือสำหรับจองคิวห้องอัด ซึ่งจะตกประมาณคิวละ 6,000 บาท และควรประมาณไว้คร่าวๆ ว่าต้องใช้เงินค่าห้องอัดประมาณ 2 - 3 คิวต่อเพลง จากนั้นจึงเป็นส่วนของการมิกซ์เสียง ราคาในส่วนนี้อาจขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเพลงและคนที่น้องๆ เลือกมาอัดเพลง ควรจำกัดงบไว้ไม่เกิน 2,000 - 8,000 บาทต่อเพลง จนมาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการเก็บงานหรือทำมาสเตอร์ ซึ่งสำหรับมือใหม่ ควรจำกัดงบไว้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเพลง
            จากทั้งหมดนี้ หากลองรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะอยู่ที่ 15,000 - 30,000 บาทต่อเพลง จะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายหรือเงินลงทุนในแต่ละเพลงนั้น ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย ตั้มจึงชี้ให้เห็นว่า ด้วยงบประมาณทั้งหมดนี้เอง ที่ทำให้โปรดิวเซอร์มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับศิลปิน เพราะนอกจากโปรดิวเซอร์จะคอยช่วยทำให้ไอเดียของศิลปินถ่ายทอดออกมาได้อย่างชัดเจนมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเรียบเรียงเนื้อร้องและทำนองของเพลงอีกด้วย โปรดิวเซอร์ที่ดียังสามารถเป็นตัวกลางระหว่างศิลปิน ซาวด์เอ็นจิเนียร์ และนักมิกซ์เสียงได้อีกด้วย ซึ่งอาจทำให้ผลงานออกมาตรงใจศิลปิน และสอดคล้องกับความต้องการของค่ายเพลงมากขึ้น

3-2.png
             ยิ่งไปกว่านั้น โปรดิวเซอร์บางคน ยังสามารถเป็นคนมิกซ์เสียงได้ด้วย หากเป็นอย่างนั้น ก็จะทำให้น้องๆ ที่กำลังคิดจะทำเพลงสามารถลดขั้นตอน และลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในแต่ละเพลงไปได้มากทีเดียว ดังนั้นจึงควรเลือกโปรดิวเซอร์ที่เข้ากับแนวเพลงของตัวเองจริงๆ และพยายามหาโปรดิวเซอร์ที่ทำงานด้วยแล้วสบายใจมากที่สุด
            หลังจากให้คำแนะนำแก่น้องๆ เกี่ยวกับเรื่องโปรดิวเซอร์ไปแล้ว วิทยากรจึงแนะนำต่อว่า เมื่อได้ห้องอัดและคนที่จะช่วยเราในกระบวนการต่างๆ แล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือ การอัดเดโม่ ออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งเดโม่ที่ดีก็คือเวอร์ชั่นที่มีความใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นเพลงที่เสร็จสมบูรณ์มากที่สุดนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม เดโม่ที่ดีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อน้องๆ ตั้งใจทำทุกไลน์ที่มีอยู่ในเพลงอย่างละเอียด ฟังเพลงแนวที่ตนเองตั้งใจจะทำมามากพอ จนสามารถคิด ‘เสียง’ หรือส่วนผสมทางดนตรีที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของตนเองได้
            เมื่อเสียงดนตรีและองค์ประกอบอื่นๆ ทำได้อย่างดีที่สุดแล้ว ตั้มเน้นย้ำจุดที่วงดนตรีหลายๆ วงอาจหลงลืมไป ก็คือการเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม เพราะทั้งสองอย่างนี้มีความสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะตำแหน่งนักร้องนำ ที่หากพักผ่อนไม่พอหรือสภาพจิตใจไม่พร้อม จะทำให้ไม่สามารถอัดเพลงออกมาดีได้อย่างที่ตั้งใจ ดังนั้นสำหรับนักร้องจึงควรร้องเพลงมาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนเข้าห้องอัด พักผ่อนให้เพียงพอ วอร์มเสียงร้องให้พร้อม และเมื่อถึงวันที่เข้าห้องอัดควรมีน้ำอุ่นจิบทีละนิดเรื่อยๆ เพียงเท่านี้ ก็จะได้เพลงออกมามีคุณภาพตามที่ตั้งใจ
            นอกจากจะแนะนำเรื่องโปรดิวเซอร์และวิธีเตรียมตัวสำหรับเข้าห้องอัดแล้ว ครั้งนี้พิเศษมากๆ เพราะการบรรยายส่วนที่สอง มินและแกรนด์ได้ขนอุปกรณ์มาลองอัดเพลงสดๆ ให้น้องๆ ได้เห็นกันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการอัดเพลงที่ทุกคนสามารถลองทำเองที่บ้านได้ไม่ยาก โดยทั้งคู่แนะนำให้ทุกคนลองใช้โปรแกรมมิกซ์เสียง Logic Pro X ที่จะทำช่วยให้ผลิตผลงานระดับมืออาชีพได้ ด้วยเทคโนโลยี Smart Tempo เอกสิทธิ์เฉพาะตัวของโปรแกรม ที่จะช่วยตรวจจับเทมโป และแทร็กเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้สอดคล้องกันอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งเมโทรนอมหรือเครื่องให้จังหวะแบบการอัดตามสตูดิโอปกติ นอกจากนี้ยังมี Phat FX เอฟเฟ็กต์แบบใหม่ที่สามารถวิเคราะห์ และเพิ่มความอบอุ่นให้กับโทนเสียงของเพลงโดยภาพรวม ผนวกกับซินธิไซเซอร์ที่มีค่าสำเร็จรูปมากกว่า 150 แบบ ดังนั้น ด้วยโปรแกรมนี้เพียงตัวเดียวก็สามารถทำเดโม่ ที่มีคุณภาพเพื่อส่งค่ายเพลงได้แล้ว เพียงแต่อาจต้องเสียเวลาสักหน่อยเพื่อศึกษาลำดับการอัดเพลง และวิธีใช้งานที่ต่างจากโปรแกรมอื่นๆ
            จะเห็นได้ว่า ขั้นตอนตั้งแต่การเลือกโปรดิวเซอร์ไปจนถึงการเข้าห้องอัด คือขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้เพลงสักเพลงออกมาเป็นเพลงที่สมบูรณ์แบบได้