TK News
16 ปีกับเรื่องเล่าหลังบานประตูอพาร์ตเมนต์ (คุณป้า)
clock วันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. 2561

DSC_4920.JPG

16 ปีกับเรื่องเล่าหลังบานประตูอพาร์ตเมนต์ (คุณป้า)

         16 ปีแล้วที่วงดนตรีชื่อแปลกเดินเข้ามาในหัวใจหลายคนด้วยดนตรีและเนื้อร้องที่ลึกซึ้งหาตัวจับยากในอัลบั้ม Bangkok Love Story จนสร้างแรงกระเพื่อมให้วงการเพลงได้พอสมควร ตามมาด้วยเพลงดังอีกหลายเพลง จนถึงตอนนี้ วงดนตรีที่ตั้งชื่อตามอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งแถวลาดพร้าว สมาชิกทั้ง 5 คน ‘ตุล-ปั๊ม-บอล-ใหม่-จ้า’ ไม่เพียงเป็นแรงบันดาลใจให้นักดนตรีรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นตัวแทนของวัยหนุ่มสาวอีกด้วย
         16 ปีของอพาร์ตเมนต์คุณป้า จะมีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่บ้าง TK park Music Ed 2018 ครั้งที่ 5 จะพาไปนั่งฟังพวกเขาเล่าถึงวันวานจนถึงปัจจุบัน กับอัลบั้มใหม่ล่าสุดชื่อเดียวกับชื่อวง “Apartment Khunpa”

         อิ่มตัวบ้างหรือยังบนเส้นทางสายดนตรี
         พยายามไม่นึกว่าตัวเองเป็นรุ่นเก่า และยังคิดว่าตัวเองยังเป็นวัยรุ่นเสมอ อยู่ที่ว่าเรายังมีเรื่องราวที่อยากจะแสดงออกอยู่ไหม หรือมีประสบการณ์ที่อยากถ่ายทอดให้คนฟังอยู่หรือเปล่า พวกเรายังรู้สึกผ่อนคลายเวลาได้เล่นดนตรี คงเป็น ‘ดนตรีบำบัด’ เวลาปวดหัวมาเล่นดนตรีก็หายแล้ว

         ย้อนกลับไปมองเมื่อ 16 ก่อน การทำเพลงเปลี่ยนไปมากไหม
         เรื่องการบันทึกเสียงแตกต่างแน่นอน เมื่อก่อนเวลาเข้าห้องอัด เราจะอัดกลอง เบส กีตาร์ไปพร้อมๆ กัน แต่ในช่วงหลังเรามีการทำเดโม มีการดีไซน์ล่วงหน้า ทำการบ้านก่อนเข้าห้องอัด ซึ่งหน้างานอาจมีเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อย แต่อย่างน้อยเราก็มีโครงเรื่องในมือก่อนเข้าห้องอัดจริง  แต่อาจเป็นเพราะเราไม่มีเวลาว่างเท่าตอนเราเป็นวัยรุ่น (หัวเราะ) เมื่อก่อนว่าง นัดกันสี่ทุ่ม ซ้อมถึงตีหนึ่ง ปัจจุบันเราขยับมานัดกันบ่ายโมงแล้ว ยิ่งอายุมากขึ้น เราจะนัดกันเร็วขึ้น อีกสิบปีเราจะนัดซ้อมกันตอนเก้าโมงเช้า

          ในอัลบั้มชุดนี้เราได้ยินเสียงเครื่องดนตรีใหม่ๆ ในเพลงด้วย
          การทำเพลงแต่ละเพลง เราต้องดูอารมณ์และเนื้อหาว่ายังขาดอะไร บางช่วงแทนที่จะใช้กีตาร์อย่างเดียว ก็อาจมีเครื่องดนตรีอื่นเข้ามาช่วย อยู่ที่เราอยากเล่าเรื่องแบบไหน อย่างในอัลบั้มนี้จะแบ่งเป็น 2 บทคือ ‘หมอกฝัน’ และ ‘ควันเมือง’ เพลงในหมอกฝันจะเป็นเพลงที่แต่งด้วยกีตาร์โปร่ง เนื้อร้องและทำนองมาพร้อมกัน หมอกฝันเขียนขึ้นตอนที่ตุลเดินทางไปที่อำเภอปาย ในขณะที่ควันเมือง จะมีโครงของ rhythm มาใส่ในโปรแกรมทำเพลงก่อนแล้วค่อยเอาตรงนั้นไปแต่งเนื้อเพลงต่อ มีวิธีการทำงานสองแบบ

          พาร์ท ‘หมอกฝัน’ ฟังดูโรแมนติก
          ก็ลองจินตนาการว่าอยู่ที่นั่นเจออะไร มีแต่ความเงียบสงบ ตื่นเช้ามาเจอหมอก เจอต้นไม้ใบหญ้า เจอผีเสื้อ ส่วนตอนกลางคืนก็อาจเจอตุ๊กแก ( หัวเราะ) พอเขียนเพลงครึ่งแรกเสร็จก็โทรคุยกันว่าเพลงเริ่มมาแล้วนะ ใครมีไอเดียอะไรก็ช่วยๆ กัน เดดไลน์คือปี 2561 เราจะออกซีดี ซึ่งเราก็ทำได้ทันเวลา

DSC_4912.JPG

          เคยกลัวว่าวันหนึ่งจะเขียนเพลงไม่ออกไหม
          เมื่อไหร่ที่เราบอกตัวเองว่า แต่งเพลงกันเถอะ ไม่มีทางที่เราจะแต่งได้ เคยเอากระดาษมาวางพร้อมปากกาหนึ่งด้าม ตั้งเป้าว่าวันนี้จะแต่งเพลงให้ได้ ปรากฏว่าแต่งไม่ได้ เพราะการเขียนเนื้อเพลงต้องรอจังหวะ บางครั้งได้บีทมาแล้วก็ฟังซ้ำๆ ที่เขียนออกคือฟังจนเข้าหู เรามีเพลงเก็บในสต็อกเป็นร้อยเพลง แต่ไม่ใช่ว่าเพลงที่เราแต่งในตอนนั้น ฟังตอนนี้จะรู้สึกชอบ บางเพลงเราแต่งแล้วไม่ชอบเลย ตอนนี้อาจจะชอบก็ได้ เพราะเพลงบางเพลงต้องรอเวลา เรามีเพลงชื่อ ‘ชีวิตคือการเดินทาง’ เป็นเพลงแรกๆ ที่แต่ง คิดว่าถ้าอายุ 50 หรือ 60 น่าจะเหมาะที่จะร้อง เพราะรู้จักชีวิตดีประมาณนึง

           ในแง่ของวิธีทำดนตรีเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง
           หลังจากทำงานมานาน เรารู้จักศิลปะของการ ‘ถอดออก’ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีอะไรจะใส่ไปเต็มๆ ซึ่งช่วยให้เราเรียบเรียงเพลงได้ดีขึ้น การทำอะไรน้อยลงกลับได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า ถามว่าถอดออกเพื่ออะไร เพื่อให้ดนตรีชิ้นอื่นเด่นขึ้นมา หรือเพื่อให้คนฟังมีเวลาที่จะได้จินตนาการอารมณ์เพลงได้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเพลงช้า

           16 ปีแล้ว ทะเลาะกันในวงเรื่องความคิดบ้างไหม
           วงเราราบรื่นนะ เรามองว่าศิลปะแสดงออกได้หลายวิธี การยอมอีกคนอาจจะดีกว่าก็ได้ บางครั้งอาจถกเถียงกันบ้าง แต่สุดท้ายงานมันจบ เราพร้อมจะลองอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา

           อัลบั้มชุดนี้มีเรื่องสั้นที่ตุลย์เขียนด้วย
           คิดว่าได้อรรถรสไปอีกแบบ ข้อความจากในเรื่องสั้น ผู้กำกับมิวสิควิดีโอก็นำมาตีความทำเป็น MV เพลง ‘หยุดค่ำคืนไว้ตรงหน้าเธอจะดีไหม’ และ เพลง ‘แสงและเงา’ ซึ่งเป็นซีรี่ส์ที่ควรจะดูคู่กัน ซึ่งอัลบั้มนี้เราได้ไปมิกซ์เสียงที่สหรัฐอเมริกา ติดต่อซาวน์เอนจิเนียหลายๆ คนไว้ ไปเจอโปรดิวเซอร์คนหนึ่งที่เคยทำเพลงให้ Aerosmith บอกว่าคุณชอบเพลงแบบโอลด์สคูลร็อคใช่ไหม สมัยที่ทำเพลงเต็มไปด้วยนอยซ์ ความขยุกขยุย เขาพูดมาคำหนึ่งสนุกมาก บอกว่าร็อคแอนด์โรลมันคือเพลงที่เล่าเรื่องชีวิตที่ไม่เพอร์เฟกต์ เพราะฉะนั้นร็อคแอนด์โรลจะมีแผลนิดหน่อย มีฝุ่น นั่นคือเสน่ห์ของเพลงร็อคในยุคนั้น นั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราฟังแล้วถึงรู้สึกเหมือนมีเวทมนต์

           ขึ้นชื่อว่าวงร็อคแอนด์โรลรุ่นใหญ่ กดดันในการทำงานบ้างหรือเปล่า
           เรามาถึงจุดที่ทำงานโดยไม่คาดหวังอะไรแล้ว เราทำสิ่งที่เราชอบ ไม่มาคิดว่าคนอื่นจะชอบไหม กระแสที่ได้จะเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าเราทำแล้วสนุก เพื่อนแฮปปี้ ยังมีเรื่องราวที่อยากเล่า ถ้าเรามีความสุขกับอะไรแบบนี้ มันก็ไม่เกี่ยวกับรุ่นแล้ว

            อะไรที่ทำให้วงเรายังมีบรรยากาศดีๆ แบบนี้อยู่
            ถ้าเราคิดว่าวงต้องดัง ต้องรวย เพลงต้องขึ้นอันดับหนึ่งวิทยุทุกคลื่น จะเครียดมากเลย เพราะเมื่อไปไม่ถึงจุดนั้น เราต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า ในเมื่อจุดหมายเราคือทำเพลงอย่างไรให้แฮปปี้ ตอนที่อัดเสียงเสร็จแล้วได้มานั่งฟังมันกลับมีคุณค่ามากกว่าที่เพลงจะขึ้นชาร์ต หรือขายได้ไม่ได้อีกนะ

            อยากบอกอะไรกับนักดนตรีรุ่นใหม่
            ทำสิ่งที่คุณชอบ บางครั้งมีรุ่นน้องมาถามว่าเพลงผมดีหรือยังครับ เราก็ถามกลับว่าน้องชอบหรือยังล่ะ เราไม่อยากคอมเมนต์ เพราะจะเอารสนิยมเราไปคอมเมนต์เขาได้อย่างไร แต่ถ้าถามว่า พี่ครับ ผมจะบันทึกเสียงที่ไหนดี อย่างนี้จะให้คำปรึกษาได้ คนเป็นนักดนตรีควรฟังเพลงกว้างๆ ทั้งแนวที่ชอบและไม่ชอบ การที่เราทำงานอะไร ควรศึกษาให้ถ่องแท้ วงดนตรีทุกวงมันเคยเป็นวงที่ห่วยมาก่อน คุณต้องลองปล่อยออกงานออกมา รู้จักความผิดพลาดและพัฒนา ถ้ารอให้เพอร์เฟกต์ก่อน อาจจะสายเกินไป

            “อย่าแต่งเพื่อให้เพื่อเพลงนั้นดัง แต่แต่งเพลงที่เราชอบ” คำทิ้งท้ายกับประสบการณ์ 16 ปี คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าเหตุใดพวกเขายังเดินทางอยู่บนถนนสายดนตรีได้อย่างมั่นคง

            เพราะดนตรีมีเวทมนต์…
            เวทมนต์ของอพาร์ตเมนต์คุณป้า

พิจิ