TK News
18 ปี วง Scrubb กับการเปลี่ยนผ่านฤดูกาล
clock วันเสาร์ที่ 21 เม.ย. 2561

DSC_2801.JPG

18 ปี วง Scrubb กับการเปลี่ยนผ่านฤดูกาล

        ‘ศิลปินคู่หูดูโอ้ขวัญใจเด็กแนว’ คือหนึ่งในคำนิยามที่บ่งบอกความเป็นวงสครับบ์  (Scrubb) วงดนตรีสไตล์  Brit Pop ที่ประกอบด้วย เมื่อย-ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ และ บอล-ต่อพงศ์ จันทบุบผา พวกเขาได้เรียงร้อยถ้อยคำ ทำนอง และเนื้อร้อง ออกมาเป็นบทเพลงที่เรียบง่ายและเข้าใจได้ทันที จนเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงทั้งหน้าเก่าและใหม่ได้อยู่เสมอ
        ครั้งนี้เราได้พูดคุยซักถามมุมมองความคิด การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวงดนตรีที่ถ่อมตัวอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่ใช่คนเก่ง แต่วันนี้ Scrubb ได้ก้าวมาถึงปีที่ 18 พร้อมกับมีอัลบั้มใหม่ ซีซั่น (Season) มาให้ได้ฟังกัน

        ความรู้สึกที่วง Scrubb เดินทางมาถึงปีที่ 18
        เมื่อย: มีเบื่อกันไปมาบ้างเป็นบางระยะ แต่ยังไงสุดท้ายก็ต้องรักษามิตรภาพนี้ให้ดีที่สุด เพราะระหว่างทางที่ผ่านมาก็พยายามหาเพื่อนใหม่ที่เข้าใจความเป็นเรา สุดท้ายพี่บอลคือคนที่เข้าใจที่สุด
        บอล: การทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา โชคดีที่เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน ไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วกลับบ้านแต่มีกิจกรรมร่วมกันจนกลายเป็นอาชีพ เวลาทำงานถ้ามีปัญหาเราจะใช้ความเป็นเพื่อนในการแก้ปัญหา ไม่ลืมว่า Scrubb มันเป็นงานกลุ่ม

        ใช้วิธีการแบบไหนในการแต่งเพลงใหม่ๆ
        บอล: พื้นฐานเราสองคนชอบฟังเพลง ดูคอนเสิร์ต พอถึงตอนที่เราสร้างบ้าง เราก็แค่เล่าเรื่องในมุมมองของเรา เรามีเพื่อนที่เล่าอะไรที่เขาเจอได้กระทบความรู้สึกของเรา แล้วเราก็เล่าออกมาผ่านทำนอง คือเราพยายามทำงานด้วยตัวเองแหละ แต่มาถึงจุดหนึ่งที่ศักยภาพวิธีการเล่ามันจะเหมือนเดิมไม่มีอะไรแปลกใหม่ การเปิดรับคนมาช่วยสื่อสารกับเรามันช่วยต่อยอดกันได้
        เมื่อย: อยู่ที่ช่วงนั้นเราฟังเพลงอะไรเยอะ เราไปอยู่กับใคร มีวันหนึ่งตอนแต่งเพลง ‘ใกล้’ ผมไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่ทำงานรุ่นพี่ เมโลดี้มันก็หลุดออกมา อาจจะมาจากความสุขที่เราอยู่กับเพื่อนที่สนิท หลายเพลงมาแบบนี้ คือไปเจอเพื่อนกลุ่มหนึ่งแล้วไปเจออะไรที่สะกิดข้างในเราให้ออกมาเป็นประโยคสั้นๆ แล้วมาพัฒนาต่อ อย่างตอนไปหาเพื่อนที่เชียงใหม่ อยู่ดีๆ มันก็มีประโยค “ออกไปมองฟ้าและน้ำที่กว้างใหญ่” เข้ามาเอง (เอามาแต่งต่อเป็นเพลง See Scape)
        บอล: ผม เมื่อย พี่ฟั่น (โกมล บุญเพียรผล – โปรดิวเซอร์) ไม่รู้ว่าแต่ละคนไปเอาแรงบันดาลใจมาจากไหน ผมมีหน้าที่มองหาแนวเพลง วิธีการนำเสนอที่ชอบ ไม่ต้องกังวลว่าเนื้อร้องเมื่อยจะมาแบบไหน ส่วนพี่ฟั่นจะใส่อะไรในแบบที่ควรจะเป็น นี่เป็นกลไกหลักในการทำงาน คนนี้ขึ้นคนนั้นส่งต่อ เป็นการประกอบร่าง แต่ในช่วงที่ผ่านมาก็จะมีวิธีการอื่นบ้าง แต่นี่เป็นวิธีการหลัก เมื่อยจะส่งอะไรที่เมื่อยชอบมา แล้วผมเอามาบวกกับสิ่งที่ชอบที่เราเคยฟังมาแล้วเก็บๆ ไว้ จนได้เป็นทำนองในแบบเรา      

DSC_2835.JPG  

        กังวลไหมว่าแรงบันดาลใจในการทำเพลงจะหมดลง
        เมื่อย: ผมเคยกังวลเหมือนกันเพราะถ้าเราไม่ได้ทำตัวสนุกเหมือนเดิม ไม่ปาร์ตี้เหมือนเดิม เราจะไปเอาข้อมูลจากไหน ผมก็เลยไปอ่านหนังสือ สุดท้ายแรงบันดาลใจที่ได้มันก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา มันไม่เท่ากับเราไปเจอแรงบันดาลใจด้วยตัวเอง สุดท้ายผมคิดว่าเตรียมตัวให้พร้อมดีกว่า ให้สุขภาพจิตและกายดี ใครพูดอะไรมาในภาวะที่เราสบายใจ ผมรู้สึกว่าผมคิดอะไรต่อได้ ผมออกกำลังกาย พักผ่อนเต็มที่ ดูแลคนในครอบครัว ผมไม่กังวล ผมก็พัฒนาความคิดต่อได้
        บอล: ผมแก้ปัญหาด้วยสถิติ ผมรู้ว่าเราเคยทำอะไรมาบ้าง อะไรทำแล้วดีอะไรทำแล้วไม่ดี แต่ละอันมีข้อดีข้อเสียยังไง ระหว่างทำงานเราจะเก็บสถิติ ทำอะไรแล้วเกิดผลกระทบอะไรกลับมาบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลในการทำงานเพลงใหม่ๆ ออกมา

        มีขั้นตอนอะไรบ้างกว่าจะออกมาเป็นอัลบั้มใหม่
        บอล: ผมเป็นคนคิดวางแผนระบบการทำอัลบั้ม สร้างแมพให้เห็นว่าเราเคยทำเพลงแบบไหนมา ผมก็จะบอกเมื่อยว่าอยากได้จังหวะแบบนี้ลองไปทำดูให้หน่อย ผมก็จะสร้างไกด์ไลน์ขึ้นมาถ้าเขาคิดไม่ออกว่าเขาอยากได้อะไร แต่ทุกครั้งสิ่งที่อยากได้เป็นต้นน้ำผมก็อยากได้งานจากเขาก่อน เพราะนั่นคือเคมีสำคัญที่สุดที่ทำให้คนคุ้นเคยกับวงเรา แล้วผมก็สร้างกลไกอันหนึ่งคือนอกจากเราสามคนแล้ว ผมเลือกชวนคนนอกหรือน้องที่เราชอบมาอยู่ในระบบวงจรของเราด้วย มาช่วยทำอัลบั้ม มันทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดอะไรบางอย่าง ได้รีเฟรชตัวเอง
        เมื่อย: อีกอย่าง มันต้องมีความเชื่อใจกันด้วย ผมเคยอยู่จุดที่เคลียร์กับพี่บอลไม่ได้ก็ต้องปล่อยละ แต่ก่อนจะคิดว่าต้องเข้าใจทุกเรื่อง แต่ความจริงถึงสนิทกันมันก็มีมุมคิดที่ไม่เหมือนกัน แค่เราพยายามปรับปรุงตัวเอง ทำให้สถานการณ์มันดีให้เราทำงานกันต่อได้

        คิดว่า Scrubb มาถึงทุกวันนี้ได้ยังไง
        เมื่อย: ผมว่าโชคดีก็มีส่วน สถานการณ์ข้างนอกจะเป็นยังไงวงเรายังเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ และอาจจะเพราะทุกคนในทีมมาช่วยกัน มีการจัดการที่ดี ยังจำความรู้สึกตอนไปเล่นผับแรกๆ ได้ มีแต่ยอดฝีมือ ส่วนเราแค่วงที่มีเพลงดัง ผมร้องเพี้ยนกว่าตอนนี้เยอะ เราก็พยายามปรับปรุงทำทุกอย่าง เตรียมร้องเตรียมโชว์ เป็นวงที่ปรับปรุงเรื่อยๆ ตลอดเวลา
        บอล: มันมาจากเราไม่ได้จบดนตรีมา เมื่อยจบครูแค่เล่นดนตรีเป็นงานอดิเรกแล้วบังเอิญได้ทำเพลงแล้วคนชอบ ปีสองปีแรกเป็นปีที่ต้องพิสูจน์ เราแค่มีเพลงดังแต่เราไม่ได้เก่ง ไม่ได้มีทักษะ ไม่มีความเก่งใดๆ เลย สิ่งที่ต้องทำก็คือ เราต้องปรับปรุงอะไร เรายึดติดกับความเป็นที่รู้จักอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องฝึกหนัก พวกผมเป็นคนที่ต้องเดินเร็วหน่อยหรือต้องวิ่งเพราะรู้สึกว่าเราช้ากว่าคนอื่นตลอด ตั้งใจซ้อม ตั้งใจเล่น ทำงานมาเรื่อยๆ ทำงานเยอะๆ โชคดีที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีเพื่อน มีโปรดิวเซอร์ สื่อ คนฟัง สำคัญมาก มีแค่เราสองคนแค่นี้ไม่ได้ เราโชคดีที่เราทำงานหนักแล้วมีกัลยาณมิตรที่ดีส่งเสริมเรา ก็เลยได้ทำงานต่อ

        ความพิเศษของอัลบั้ม Season คืออะไร
        บอล: คือยังทำงานได้อยู่ เพราะหน้าที่เงื่อนไขในชีวิตมันทำให้เราทำงานสร้างสรรค์ยากขึ้น แต่ว่าเรายังรู้สึกว่าเรายังสนุก เราไม่รู้ว่าเพลงจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่การทำเพลงใหม่มันคือการรีเฟรชตัวเรา อัลบั้มนี้มีเพลงฤดู ก็เหมือนกับว่าช่วงชีวิตของคนเราในแต่ละปีก็ต้องผ่านสามฤดู แต่ละคนคงมีประสบการณ์แต่ละฤดูแตกต่างกันไป
        เมื่อย: อัลบั้มนี้มันคือสิ่งที่เป็นเราตอนนี้ มาอัพเดตชีวิตกัน มันคือสิ่งที่เราอยากบอก ทั้งเรื่องเพื่อน ความรัก เป็นการแชร์มุมมองของเรา เราจะไม่พยายามคิดว่าคนจะชอบเพลงเรามั้ยเพราะเราไม่รู้หรอก เราเลยเอาเพลงที่เราสามคนชอบ เราแฮปปี้ มาแชร์ให้ได้ฟังกัน

        บทเพลงของวง Scrubb ถึงจะเป็นคำธรรมดาที่ร้องง่ายติดหูไม่ยาก แต่แฝงความลุ่มลึก ให้เราค้นหาคำตอบของเพลงนั้น และเมื่อเราค้นหาคำตอบของเพลงนั้นเจอเมื่อไร มันก็จะอยู่ในใจเราตลอดไป เหมือนหลายเพลงของวงนี้ ถึงจะผ่านเวลามายาวนาน แต่เพลงธรรมดานั้นก็ยังอยู่ในใจคนฟังไม่ลืมเลือน

พี่ตองก้า