TK News
Inspired by idol : เส้นทางสู่การแจ้งเกิดบนโลกออนไลน์กับคุณ นัชญ์ ประสพสิน
clock วันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค. 2559

TKP_5378.JPG

Inspired by idol : เส้นทางสู่การแจ้งเกิดบนโลกออนไลน์กับคุณ นัชญ์ ประสพสิน

       TK park ได้จัดกิจกรรมเสวนาพูดคุย Inspired by Idol เส้นทางสู่การแจ้งเกิดบนโลกออนไลน์กับคุณ นัชญ์ ประสพสิน เจ้าของเพจ (หรือแอดมินที่แฟนเพจเรียกกันว่า “คุณบ่าว”) แมวสุดฮ็อต “ทูนหัวของบ่าว” และเป็น ผู้เขียนหนังสือ “ทูนหัวของบ่าว” และ “บ้านหลังใหญ่ by ทูนหัวของบ่าว” มาร่วมเสวนาพูดคุยให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันของทาสแมวจนโด่งดังในโลกออนไลน์ งานนี้คุณนัชญ์ยังพาแมวอโศกหรือ “เฮียอโศก” มาร่วมวงเสวนาและแจกนิตยสาร paw prints อีกด้วย ท่ามกลางบรรดาทาสแมวที่มาให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่น

       ทำไมเพจนี้จึงได้รับความนิยมท่วมท้น
       เรื่องนี้คุณบ่าวเผยว่าน่าจะเป็นเพราะการ “สร้างคาแร็คเตอร์” ให้กับแมวทุกตัว เนื่องจากเวลาเลี้ยงและได้คลุกคลีใกล้ชิดกับแมว จึงทำให้ได้สังเกตและรู้ว่าแมวแต่ละตัวมีอุปนิสัยต่างกัน เช่น เสือโคร่ง แมวสกอตทิชโฟลด์ตัวอ้วน ผู้กินได้ทุกที่ทุกเวลา เสือสมิง หรือคุณนายสมิง ขี้เหวี่ยง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร มะลิ ม่ายสาวพราวเสน่ห์ที่ชอบแอบไปเช็กเรตติ้งนอกบ้าน เป็นต้น จึงได้นำมาโพสต์เล่าเรื่อง ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้แฟนเพจสนุกที่จะร่วมสวมบทตามคาแร็คเตอร์แมวในบ้าน
       คุณนัชญ์เสริมว่านอกจากนี้ยังเป็นเพจแมวที่มีจุดเด่นคือ “ความเป็นครอบครัว” ครอบครัวของเราเป็นบ้านหลังใหญ่ มีพ่อแม่ลูก มีคุณยาย (คุณแม่ของคุณนัชญ์) และครอบครัวก็ขยายใหญ่ขึ้น ๆ คือแฟนเพจ และแฟนเพจก็คือครอบครัวของเรา
นอกจากนี้เสือโคร่งยังได้มีโอกาสไปเล่นละครเรื่อง “เล่ห์นางฟ้า” ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจนละครต้องเพิ่มตอน ทำให้เพจเป็นที่รู้จักมากขึ้น

       จุดเริ่มต้นของคนรักแมวสู่การเป็นแรงบันดาลใจของคนเลี้ยงแมว
       คุณนัชญ์เคยเขียนไว้ในหนังสือ “ทูนหัวของบ่าว” ว่าการเปิดเพจนี้เริ่มจากความเป็นคนชอบเล่นโซเชียลมีเดีย และชอบอัพรูปแมว ปรากฏว่ามีคนที่ชื่นชอบ แชร์รูปแมวไปมากมาย จึงตัดสินใจเปิดเพจทูนหัวของบ่าวขึ้น เพื่อเป็นสังคมของคนรักแมวที่มีการแบ่งปันข้อมูลการเลี้ยงดูแมว
       อีกทั้งเมื่อได้พบกับอโศกและพาไปรักษา จึงตัดสินใจรับเลี้ยงอโศกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้คนรับเลี้ยงแมวจร ทั้งนี้โดยคาแร็คเตอร์อโศก จะเปรียบเป็นผู้ชายอบอุ่น ต้องการความรัก ขี้น้อยใจ เวลาเข้าบ้านต้องทักอโศกก่อน ต้องได้รับความสนใจมากกว่าคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะงอน และชอบเที่ยว ชอบขึ้นรถไปเที่ยวด้วยกัน เวลาไปไหนจึงมักต้องนำอโศกไปด้วยเสมอ
        คุณนัชญ์เสริมว่าทุกวันนี้จึงพยายามติดแฮชแท็ก #homelesscatneedsyou เพื่อเป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือแมวจรให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำหมันสัญจร การระดมทุนรักษาแมว และการหาบ้านให้แมว

         เสือขาว : ครูของบ่าว
         คุณนัชญ์แอบเผยว่า ในบรรดาเสือ ๆ ทั้งหมดในบ้าน คุณนัชญ์เป็นห่วงเสือขาวมากที่สุด เพราะร่างกายไม่สมบูรณ์เหมือนตัวอื่น อีกทั้งตอนแรกก็อาการหนักมากคือ ถูกรถชนแล้วทิ้งไว้กองขยะ ร่างกายซีกขวาพังหมด กะโหลกร้าว เส้นประสาทเสีย ลิ้นขาด ทำให้ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น ต้องกินอาหารทุก 2 ชั่วโมงและกินอาหารเม็ดไม่ได้ ต้องปั่นก่อน แต่ตอนนี้เสือขาวก็แข็งแรงมาก ปีนขึ้นต้นไม้ได้ วิ่งหนีไม้เรียวได้ (ผู้ฟังหัวเราะ) อีกทั้งยังเริ่มแสดงอาการหวงของ หวงบ่าว เช่น เสือโคร่งมาเล่นกัดแขนคุณนัชญ์ไม่ได้ เสือขาวจะครางในลำคอ (บ่าวทำเสียงคราง เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ฟัง)
         นอกจากนี้คุณนัชญ์ยังกล่าวว่า เสือขาวเปรียบเสมือน “ครู” ของคุณนัชญ์ เพราะทำให้ได้เรียนรู้วิธีรักษาแมวจากเสือขาว ได้รู้ว่าการรักษาแมวนั้นทำทุกอย่างเหมือนคน คนทำอะไรได้ สัตว์ก็ทำได้ เช่น ทำซีทีสแกน ทำวารีบำบัด แต่สัตว์จะมีข้อได้เปรียบตรงที่มีกระดูกแข็งแรงกว่า ฟื้นตัวเร็ว แต่ตอนนี้แข็งแรงแล้ว กินเก่ง

         สู่ไอดอลคนเลี้ยงแมว
         นอกจากนี้คุณนัชญ์กล่าวว่าตนพยายามถ่ายทอด ทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดีของคนเลี้ยงแมว เช่น พยายามให้กินอาหารดีๆ ฉีดวัคซีนครบ แม้แต่ตอนเสือดำเป็นหวัดแมวขึ้นตา ก็ต้องรักษาอย่างจริงจัง แม้แต่เวลาพาไปหาคุณหมอ ก็พยายามให้คุณหมอพูดอธิบายเรื่องโรคในระหว่างรักษาด้วย คือพยายามสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการดูแลแมวไปด้วย
         คุณนัชญ์กล่าวว่าทุกคนที่ออฟฟิศของนัชญ์รักแมว ซึ่งเป็นกฎข้อแรก ๆ (ผู้ฟังหัวเราะ) และจริง ๆ ไม่ได้แบ่งเวลา เพราะ 24 ชั่วโมงคืออยู่กับแมว แม้แต่เวลาที่ไปพักผ่อนส่วนตัวก็ต้องนำแมวไปด้วย ทำทุกอย่างที่เขามีความสุข ถ้าเขามีความสุข เราก็มีความสุข เพราะเขาคือส่วนหนึ่งของชีวิต

          ผลงานของบ่าวและบทบาทการเป็นนักเขียน
          นอกจากคุณนัชญ์จะเป็นแอดมินเพจทูนหัวของบ่าวแล้ว คุณนัชญ์ยังเผยว่าตนเองรักหนังสือและคลุกคลีอยู่ในวงการหนังสือ โดยเป็นนักเขียนและกองบรรณาธิการด้วย
นอกจากนี้คุณนัชญ์ยังมีผลงานพ็อคเก็ตบุ๊กเรื่อง “ทูนหัวของบ่าว” ของสำนักพิมพ์ springbooks ในเครือ บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง โดยเล่าถึงวิธีการดูแลแมว 5 ตัวได้แก่ เสือโคร่ง เสือสมิง มะลิ อโศก ชีตาห์ เริ่มตั้งแต่การทำหมันแมว การบริจาคเลือดแมว การเลี้ยงดูแมวท้องและแมวเด็กแรกคลอด (ชีตาห์)
          กระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีทำให้คุณนัชญ์มีผลงานเล่มที่สองตามมา คือ “บ้านหลังใหญ่ by ทูนหัวของบ่าว” ที่เล่าเรื่องของทูนหัวรวม 9 ตัว (ปัจจุบันคุณนัชญ์มีแมว 10 ตัว เนื่องจากมี นัว แมวหนุ่ม กิ๊กของมะลิที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่เมื่อไม่นานมานี้) หนังสือเล่มนี้กลายเป็น “บ้านหลังใหญ่” เนื่องจากมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ได้แก่ ลูก ๆ ครอกที่สองของเสือโคร่งและเสือสมิง คือ เสือดาว เสือปลา และเสือดำ ตามมาด้วย เสือขาว เหมียวนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้แม้จะบาดเจ็บสาหัสแทบเอาชีวิตไม่รอด
           คุณนัชญ์เผยว่า ตนเป็นคนชอบหนังสือ ชอบ hard copy สังเกตว่าหนังสือปัจจุบันขาดเรื่องไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์ ส่วนเราชอบแนวไหนก็จะทำแบบนั้น เลยทำ paw prints เพื่อให้เป็นพื้นที่ของสัตว์ ไม่ใช่แค่แมว ตอนนี้ออกมาสี่ฉบับ เล่มแรกหน้าปกอโศก เล่มที่สองเป็นกวาง เนื้อหาพูดถึงการอนุรักษ์สัตว์ป่า เล่มที่สามเสือขาว เล่มที่สี่เสือโคร่ง แจกฟรี ทำสามภาษา คือ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เน้นให้ความรู้ต่าง ๆ เช่น วิธีการนำแมวเดินทางไปด้วย เราตั้งใจทำมาก ไม่ชอบแมวก็อ่านได้ มีบอกวิธีว่าควรปฏิบัติตัวกับแมวอย่างไร และจะย้ำเสมอว่าเราต้องรับผิดชอบแมวในบ้านให้ได้ อย่าไปเลี้ยงแล้วรับผิดชอบไม่ได้คือเมื่อแมวป่วยก็ขอเงินบริจาค ควรจะป้องกัน ทำหมัน ฉีดวัคซีน เพราะสามารถป้องกันโรคที่จะเสียได้อีกหลายหมื่นบาท
           นอกจากนี้การเขียนแต่ละอย่างก็มีสไตล์แตกต่างกัน เช่น ในโซเชียลมีเดียต้องเขียนสั้น ๆ อธิบายง่ายๆ จริงใจ เป็นกันเอง แต่สำหรับ paw prints ซึ่งเป็นนิตยสารก็จะต่างกัน เพราะการทำฟรีแม็กกาซีนก็มีข้อเสียตรงที่คนทิ้งแม็กกาซีนได้ง่าย ๆ จึงทำให้ดีที่สุดเพื่อให้คนไม่กล้าทิ้ง เพราะรักหนังสือ ส่วนในหนังสือเล่มก็จะต่างไปอีก จะเล่าบรรยายความรู้สึกต่าง ๆ ด้วย

           หากอยากเริ่มต้นทำเพจหรือเขียนหนังสือจะทำอย่างไร
           คุณนัชญ์กล่าวว่าต้องทำสิ่งที่ชอบที่รัก อย่างนัชญ์ชอบอะไรหรืออยากรู้อะไรก็ต้องศึกษา เช่น ช่วงหนึ่งสนใจเรื่องการย้อมเสื้อก็ไปดูกระบวนการทำเสื้อถึงโรงงาน หรืออย่างวัยรุ่นยุคปัจจุบันจะเป็นติ่งเกาหลีก็ไม่ผิด แต่ต้องลึกซึ้ง อาจเรียนภาษาเกาหลีเพิ่มเติม คือต้องหาตัวเองให้เจอก่อน
คุณนัชญ์เสริมอีกว่า “หมดยุคที่คนเก่งต้องเรียนวิทย์ ต้องเป็นหมอ ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เป็นอะไรก็ได้” เพราะโลกของเรายังมีอะไรให้ค้นหาเยอะแยะ เด็กสมัยนี้น่าอิจฉาที่มีเวิร์คชอปเยอะแยะมากมาย

          งานเสวนาเส้นทางสู่การแจ้งเกิดบนโลกออนไลน์ Inspired by idol ทูนหัวของบ่าวในวันนี้จบลงอย่างอบอุ่น ไม่ใช่เพราะเพียงแฟนเพจที่มาร่วมให้กำลังใจเท่านั้น แต่เป็นเพราะการได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ แก่สังคมและความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ชอบให้สำเร็จอีกด้วย

Chestina Inkgirl