สัปดาห์นี้มีอะไร

วันอังคาร 22 เมษายน 2557
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: กล้องส่องทางไกล
วันพุธ 23 เมษายน 2557
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: กล้องส่องทางไกล
15.00 - 15.30
นิทานชาดกหรรษา: ชายยากไร้กับหนูตัวเดียว
วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: กล้องส่องทางไกล
วันศุกร์ 25 เมษายน 2557
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: กีต้าสุดเจ๋ง
วันเสาร์ 26 เมษายน 2557
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: กีต้าสุดเจ๋ง
10.00 - 17.00
หลักสูตรอบรมไอที: สนุกคิด สนุกใช้แท็บเลต สมาร์ทโฟน
10.00 - 17.00
หลักสูตรอบรมไอที: ใช้ง่าย เล่นเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน สไตล์เก๋า เก๋า
11.00 - 17.00
นิทรรศการเรื่องกล้วย กล้วย: พืชสมุนไพร สู่สินค้าส่งออกในตลาดโลก
วันอาทิตย์ 27 เมษายน 2557
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: กีต้าสุดเจ๋ง
10.00 - 17.00
หลักสูตรอบรมไอที: สนุกคิด สนุกใช้แท็บเลต สมาร์ทโฟน
10.00 - 17.00
หลักสูตรอบรมไอที: ใช้ง่าย เล่นเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน สไตล์เก๋า เก๋า
11.00 - 17.00
นิทรรศการเรื่องกล้วย กล้วย: พืชสมุนไพร สู่สินค้าส่งออกในตลาดโลก
line
วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
18 ส.ค. 2555

วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

            พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
            พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถในด้านวิชาคณิตศาสตร์ และวิชาดาราศาสตร์ในตำราโหราศาสตร์ของไทย พระองค์ทรงค้นคิดวิธีการคำนวณปักข์ (ครึ่งเดือนทางจันทรคติ) โดยอาศัยหลักตำราสารัมภ์ของมอญ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดวันธรรมสวนะ (วันพระ) ให้ถูกต้องตามการโคจรของดวงจันทร์ที่เรียกว่า ‘ปฏิทินปักขคณนา’ ยิ่งกว่านั้น พระองค์ได้ทรงคิดสูตรสำเร็จในการคำนวณปักข์ออกมาในรูปกระดานไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเครื่องหมายเรียงเป็นแถว ๑๐ แถว แต่ละแถวมีจำนวนต่างกัน และมีเครื่องหมายแทนดวงดาว ๕ ดวง เดินเคลื่อนไหวเหนือแถวเหล่านั้นคล้ายกับเดินตัวหมากรุก ทำให้รับรู้วันพระที่ถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเวลาคำนวณ เรียกว่า ‘กระดานปักขคณนา’ ซึ่งคณะธรรมยุตยังคงใช้กันอยู่กระทั่งถึงปัจจุบัน

           อีกทั้ง เนื่องด้วยความสนพระทัยในวิชาดาราศาสตร์อย่างจริงจัง พระองค์จึงทรงจัดสร้าง ‘หอชัชวาลเวียงไชย’ ซึ่งมีความสำคัญมากในประวัติศาสตร์วิชาดาราศาสตร์ของไทย ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นสถานที่สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในการรักษาเวลามาตรฐานของประเทศไทยต่อไป ดังนั้นหอนี้จึงเป็นอนุสรณ์แห่งสัมฤทธิผลในทางวิทยาศาสตร์เรื่องระบบเวลา ซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาระบบเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๕

           นอกจากนี้พระองค์ยังได้ทรงคำนวณเหตุการณ์ล่วงหน้าถึง ๒ ปีว่า วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ จะเกิดเหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย ที่ที่จะเห็นเหตุการณ์สุริยุปราคาชัดเจนที่สุดก็คือ หมู่บ้านหัววาฬ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรเหตุการณ์สุริยุปราคาที่นั่น และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่พระองค์ทรงพยากรณ์ทุกประการ ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่วินาทีเดียว

           ด้วยเหตุนี้ ทางสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะทางด้านดาราศาสตร์จึงเห็นพ้องว่า น่าจะถือว่าวันที่พระองค์พยากรณ์เป็นวันวิทยาศาสตร์ของไทย ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุม เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ เพื่อเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ ๑๘ สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ”

            วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
            เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถปรับปรุงสยามประเทศให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงรับเอาศิลปวิทยาการและความคิดสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปกครอง ด้วยเหตุนี้องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้วยพระราชกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านดาราศาสตร์

           ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ในวันที่ ๑๘ สิงหาคมของทุกปี จึงได้มีการจัดงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้นทั่วประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา โดยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน เป็นหน่วยงานหลักในการจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ งานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจึงได้รับการขยายเวลาให้เป็นงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ”

           ซึ่งในงานจะมีการจัดกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมาย เช่น นิทรรศการ ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ รวมทั้งการแข่งขันโครงการทางวิทยาศาสตร์ และสื่อการสอนวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นในสาขาวิชาต่างๆ อีกด้วย

           โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ  ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้กำลังใจและโอกาสแก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ ให้ได้แสดงผลงานต่อสาธารณชน รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต

---------------------

อ้างอิง
- blog.eduzones.com/offy/4919
- www.tlcthai.com/education/history-of-thailand/4505.html
- www.lib.ru.ac.th/journal/aug/aug18-ScienceDay.html

เรื่องใกล้เคียง