Articles
สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์สำหรับห้องสมุดในอนาคต ย้อนกลับ

cover_in.jpg

Photo : ⓒ Florian de Visser 2018

 

          อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงเพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครรู้ว่าห้องสมุดในอนาคตจะเป็นอย่างไรกันแน่ จะต้องเผชิญกับอะไร และจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร สิ่งที่ทำได้และควรจะทำก็คือการแสวงหาคำตอบว่า “ห้องสมุดที่ดี” เป็นอย่างไร แล้ววางกลยุทธ์ในการไปสู่เป้าหมายนั้น

          วิลเลม เดอ โกนิ่ง จิตรกรที่มีชื่อเสียงชาวดัตช์ ได้กล่าววลีอันกินใจไว้ว่า “ฉันจะต้องเปลี่ยนเพื่อให้อยู่เหมือนเดิม” หมายความว่า มนุษย์ไม่ควรมีชีวิตอยู่ไปวันๆ ท่ามกลางบริบทของโลกใบนี้ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง บรรณารักษ์จำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตและหาคำตอบใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงการปรับปรุงบริการห้องสมุดให้ทันสมัย แต่เป็นการสร้างห้องสมุดรูปแบบใหม่ขึ้นมา

ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง

จากความขาดแคลน สู่ความเหลือเฟือ

          ห้องสมุดถูกออกแบบและสร้างขึ้นในช่วงเวลาของความขาดแคลน แต่ปัจจุบันห้องสมุดไม่ได้ผูกขาดการเข้าถึงข้อมูลอีกต่อไป กลายเป็นยุคที่มีหนังสือและข้อมูลล้นเกิน บางอย่างไม่มีประโยชน์เลย บางอย่างมีประโยชน์แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เท่ากับว่าการมีข้อมูลมากขึ้นไม่ได้ทำให้ผู้คนฉลาดขึ้น ภารกิจที่สำคัญของห้องสมุดจึงเป็นมากกว่าการทำให้คนเข้าถึงความรู้ได้สะดวกขึ้น แต่ต้องทำให้ข้อมูลนั้นมีประโยชน์ สร้างภูมิปัญญา และสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

จากการบริโภค สู่การร่วมสร้างสรรค์

          ห้องสมุดมักมองผู้ใช้บริการเป็นผู้บริโภคซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อยืมหนังสือ แต่ทุกวันนี้สังคมกำลังเปลี่ยนจากการบริโภคไปสู่การคิดค้นร่วมกัน ผู้คนทั่วโลกสามารถสร้างเนื้อหาของตัวเองในโลกออนไลน์ ห้องสมุดก็สามารถเรียนรู้และใช้แนวคิดนี้ โดยการมองว่าผู้คนคือผู้ร่วมสร้างสรรค์ห้องสมุด และความรู้ของพวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของห้องสมุด ไม่ใช่การมองพวกเขาเป็นเพียงลูกค้าหรือผู้เข้ามาใช้บริการ

จากการทำให้เป็นมาตรฐานเดียวและเหมารวม สู่การทำให้แตกต่างและเฉพาะตัว

          ความต้องการสินค้าและบริการของผู้คนในปัจจุบันไม่ได้มีลักษณะที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ดังเช่น  หลายคนใช้สมาร์ทโฟนยี่ห้อเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันเพราะการเลือกใช้งานแอพพลิเคชั่นที่อยู่ภายใน ที่ผ่านมาห้องสมุดถูกออกแบบโดยกำหนดไว้ล่วงหน้าว่า ผู้คนจะต้องเข้ามาทำอะไรบ้าง ในรูปแบบที่เหมือนๆ กัน และออกกฎที่คนทุกคนต้องยอมรับ แต่วันนี้คนทั้งโลกเป็นเสมือนบรรณารักษ์ ที่สามารถเลือก สั่งซื้อ หรือจัดเก็บข้อมูลด้วยตนเอง เช่น แอพพลิเคชั่นพินเทอเรสต์ (Pinterest)

in_01.jpg

Pinterest แอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้งานสามารถปักหมุดเลือกข้อมูลตามความสนใจของตนเพื่อเรียนรู้และสามารถแบ่งปันข้อมูลของตนให้กับผู้อื่น

 

คำแนะนำสำหรับกลยุทธ์ใหม่

ถนนไปสู่ภูมิปัญญา

          ในปี 2011 คอมพิวเตอร์ IBM ชื่อวัตสันสามารถเอาชนะมนุษย์ในเกมโชว์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา Jeopardy! และได้รับรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ วัตสันสามารถประมวลอย่างรวดเร็วเพื่อตอบคำถามว่า “ใคร” “ทำอะไร” “ที่ไหน” และ “เมื่อไหร่” ซึ่งเรียกว่าเป็น “ข้อมูล” อย่างไรก็ตามสิ่งที่มนุษย์ยังเหนือกว่าคอมพิวเตอร์คือความสามารถในการตอบคำถามว่า “อย่างไร” ซึ่งจำเป็นต้องเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน

          ร็อบ เบราซีลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาออกแบบสร้างสรรค์แนวคิดใหม่แก่ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ อธิบายถึงการทำงานของห้องสมุดในศตวรรษที่ 21 ว่า ห้องสมุดควรส่งเสริมการพัฒนาสติปัญญา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการแสวงหาความรู้เท่านั้น แต่ต้องเป็นการจัดการความรู้ ความเข้าใจ และปัญญา ดังเช่นโมเดล DIKW (Data, Information, Knowledge, Wisdom)

          “เราต้องคิดถึงบทบาทที่มีต่อสังคมในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งสนับสนุนทักษะพื้นฐาน เช่น การอ่าน การเขียน ทักษะดิจิทัล และอื่นๆ การเป็นสมาชิกของชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เราต้องคิดว่าจะดึงผู้คนให้มีส่วนร่วมกับห้องสมุดได้อย่างไร จะสร้างความเป็นชุมชนได้อย่างไร จะทำให้พวกเขาเป็นพลเมืองที่ห่วงใยต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างไร”

in_02.jpg

หนทางไปสู่ชุมชนสร้างสรรค์

          ผู้คนจะอุทิศตนให้กับสังคมและชุมชนก็ต่อเมื่อพวกเขาเกิดความรู้สึกเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของชุมชน ไบรอัน อีโน นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงบัญญัติคำว่า “Scenius” หมายถึงนิเวศ ได้แก่เหตุการณ์ สถานที่ หรือกลุ่มคนอันมีความสมบูรณ์งอกงาม ซึ่งมีอิทธิพลต่อการหล่อหลอมอัจฉริยภาพ ความคิดใหม่ๆ หรืองานที่สร้างสรรค์ กล่าวได้ว่า สังคมอัจฉริยะอยู่เบื้องหลังอัจฉริยบุคคลทุกคน

          ดังนั้นร็อบจึงเสนอแนวคิดให้พัฒนาห้องสมุดเพื่อสังคมอัจฉริยะ เขากล่าวว่า “จากนี้ห้องสมุดจะเป็นพื้นที่เรียนรู้อย่างไม่เป็นทางการมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่ที่ทุกคนทำสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ สร้างสรรค์ห้องสมุดให้เป็นแบบที่ตนเองต้องการได้ ดังนั้นห้องสมุดควรรับบทบาทเป็นผู้ประสานงานและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเรียนรู้และความฉลาดร่วมของสังคม”

in_04.jpg

อาสาสมัครด้านสิทธิมนุษยชนกำลังคัดเลือกหนังสือหายากซึ่งเขียนโดยสตรี จากหอสมุดแห่งชาติ เพื่อนำไปจัดนิทรรศการ 
Photo : Website travellingtexts.huygens.knaw.nl

 

หนทางสู่การมีส่วนร่วมของผู้คน

          เลส วัตสัน บรรณาธิการและผู้เขียนหนังสือ Better Library and Learning Space: Projects, Trends and Ideas กล่าวไว้ว่า “การชักชวนให้ผู้คนมีส่วนร่วมกับห้องสมุด เริ่มต้นจากการสนทนาที่ดี” ดังนั้นห้องสมุดจึงควรสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ด้วยการเลิกมองผู้ใช้บริการว่าเป็นเพียงผู้บริโภค แต่เป็นผู้ที่สามารถผลิตและปรับเปลี่ยนข้อมูลความรู้และเรื่องราวต่างๆ โดยจัดหาเครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ เช่น การตั้งคำถามที่ท้าทายต่อสมมติฐานของผู้คน มากกว่าการรอรับคำตอบจากพวกเขา

          ลอรี พัทนัม เพื่อนร่วมงานของร็อบกล่าวว่า "วันนี้เราต้องการผู้คนที่เข้าใจความซับซ้อน เราต้องการนักคิดที่มีวิจารณญาณ ผู้คนที่สามารถมองเห็นทางเลือกและชื่นชมมุมมองที่แตกต่างกัน เราต้องการผู้คนที่รู้จักตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ เราต้องการคำถามที่ดีมากกว่าคำตอบง่ายๆ เพราะคำตอบจะไม่ง่ายอีกต่อไป ทักษะของเรามีความสำคัญในโลกที่ซับซ้อนในปัจจุบัน เราสร้างสถานที่ที่ผู้คนสามารถสัมผัสความรู้และค้นหาข้อเท็จจริง แต่ที่สำคัญกว่า เราได้สร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนผู้คนตั้งคำถามและแสวงหาคำตอบที่อาจนำไปสู่คำถามใหม่และความคิดที่สดใหม่ ในตอนนี้โลกของเราจึงต้องการห้องสมุดและบรรณารักษ์มากขึ้นกว่าเดิม"

in_05.jpg

กิจกรรมระดมสมองผู้สูงอายุ เกี่ยวกับนวัตกรรมการดูแลผู้สูงวัย ที่ห้องสมุดประชาชนทิลเบิร์ก (Tilburg Public Library)
Photo : Website civicmediaproject.org

 

การปฏิรูปห้องสมุด

          เห็นได้ชัดว่ากระบวนการห้องสมุดแบบดั้งเดิม เช่นการพัฒนาคอลเลกชั่น การจัดทำรายการหนังสือ และการสนับสนุนให้คนเข้าถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นจุดสนใจหลักของห้องสมุดอีกต่อไปแม้ว่าจะยังคงมีความสำคัญ  กระบวนการห้องสมุดในปัจจุบันยังไม่ได้สนับสนุนผู้คนอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีทักษะการตีความและกระบวนการแบ่งปันความรู้

         “ถ้าคุณไปถามบรรณารักษ์ทั่วโลกว่างานของคุณคืออะไร เขาจะตอบว่างานของเขาคือการพัฒนาทรัพยากร เราจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ ไว้อย่างดี และนำไปไว้บนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ผู้คนเข้าถึงได้ นั่นคือสิ่งที่เราทำมาแล้วกว่าร้อยปี และประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง บรรณารักษ์อย่างเราคือคนกลุ่มเดียวที่ทำอย่างนั้นได้ เพราะรู้ว่าหนังสือดีอยู่ที่ไหน รู้ว่าการจัดหมวดหมู่ทำงานอย่างไร รู้ว่าควรจัดหนังสืออย่างไรให้สวยงาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ต กูเกิลให้ข้อมูลดีกว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของห้องสมุดด้วยซ้ำ”

         ร็อบจินตนาการว่าห้องสมุดเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้าสมัย และไม่ตรงกับความต้องการของระบบใหม่อีกต่อไป เขาเห็นว่าการปรับปรุงง่ายๆ ไม่ช่วยให้หลุดพ้นจากปัญหา และเสนอให้ยกเครื่องห้องสมุดใหม่ใน 3 องค์ประกอบ

ระบบปฏิบัติการใหม่

          หมายถึงกระบวนการทำงานใหม่ของห้องสมุด เริ่มต้นด้วยการสร้างแรงบันดาลใจโดยการออกแบบวิธีการที่น่าตื่นเต้นในการนำเสนอคอลเลกชั่นหรือทรัพยากรห้องสมุดผ่านการตีความทางวัฒนธรรม กระตุ้นให้เกิดกระบวนการสร้างสรรค์ ด้วยมุมมองใหม่ๆ หรือความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจากเรื่องราวหรือเนื้อหาที่มีความหมายต่อชีวิตของตนเอง เกิดโอกาสที่จะสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่นผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนและการตั้งคำถามใหม่ในระดับสังคม ซึ่งจะเป็นวงจรที่ย้อนกลับไปจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น

          ร็อบ ได้ยกตัวอย่างห้องสมุดหลายๆ แห่งเช่น ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเดลฟท์ (Delft University of Technology Library) ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปก็จะรู้โดยทันทีว่าที่นั่นคือห้องสมุด ในขณะที่ห้องสมุดหลายแห่งในเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม หรือเยอรมนี อาจให้ความรู้สึกที่ไม่ชัดเจนว่าที่นั่นคือห้องสมุด ตู้หนังสือหมวดลึกลับของห้องสมุดแห่งหนึ่งในอังกฤษ วางหนังสือโดยหันด้านสันปกเข้าไปไว้ด้านใน ทำให้คนอ่านเกิดความอยากรู้อยากเห็นแบบอดใจไม่ได้ เป็นกลวิธีหนึ่งในการกระตุ้นเร้าความสนใจ ส่วนร้านหนังสือแห่งหนึ่งในโตเกียว เลือกขายหนังสือเพียงเรื่องเดียวในแต่ละเดือน ทุกๆ อย่างที่อยู่ในร้านมีความเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนั้น รวมทั้งกิจกรรมการสนทนา ก็เป็นกลวิธีสร้างจุดเด่นและขมวดความคิดได้อย่างน่าสนใจ

          เมื่อ 2 ปีก่อนร็อบได้ทำโครงการ The Partisan Library โดยมีเด็กๆ เป็นผู้ออกแบบร่วมกับบรรณารักษ์และสถาปนิก จนเกิดเป็นไอเดียนำห้องสมุดไปซ่อน และมีการสร้างห้องสมุดชั่วคราวขึ้นในหมู่บ้านของพวกเขา “สิ่งที่เราได้เรียนรู้ก็คือ คุณต้องตั้งคำถามเด็กๆ ให้ถูก ถ้าเราไปถามว่า ‘หนูอยากให้ห้องสมุดเป็นอย่างไร?’ พวกเขาก็จะให้คำตอบถึงรูปลักษณ์ห้องสมุดแบบปกติเพียงแต่ทาสีผนังให้เป็นสีส้มสีเขียว แต่ถ้าเราเปลี่ยนโจทย์เป็นคำกริยาแทน เช่น ‘หนูอยากจะ...ห้องสมุด?’ พวกเขาจะเสนอความคิดและสร้างห้องสมุดที่ยอดเยี่ยมขึ้นมา”

in_06.jpg

โครงการเอาห้องสมุดไปซ่อน เป็นการทำให้หนังสือเข้าถึงได้ยากขึ้น แต่กลับโดนใจเด็กๆ

in_07.jpg

พื้นที่ห้องสมุดซึ่งเด็กๆ เป็นผู้ริเริ่มไอเดียออกแบบและสร้างขึ้น ของห้องสมุดเฮียร์ฮูกะวาร์ด (Public Library of Kennemerwaard, Heerhugowaard)

 

การใช้งานใหม่

          หมายถึงรูปแบบการทำงานใหม่ที่จะช่วยปลดล็อคช่องว่างความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากรห้องสมุดกับวิถีชีวิตในชุมชน เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมห้องสมุดให้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อผู้คนและชุมชนและสร้างความน่าดึงดูดใจมากขึ้น ร็อบเล่าถึงธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างออกไปของห้องสมุดหลายแห่ง เช่น ห้องสมุดแห่งใหม่ของเมืองอาร์ฮุสมีระฆังทรงท่ออยู่ตรงกลางโถงห้องสมุด ทุกครั้งที่มีทารกถือกำเนิดขึ้นในเมืองระฆังนี้จะดังขึ้น มีห้องสมุด 2-3 แห่งในเนเธอร์แลนด์ที่จัดปาร์ตี้แกะกล่องหนังสือใหม่ร่วมกับเด็กๆ ทุกวันเสาร์ แทนที่บรรณารักษ์จะนำหนังสือขึ้นชั้นเพื่อให้บริการไปตามกระบวนการปกติ เป็นต้น

in_08.jpg

ห้องสมุดซึ่งมีระฆังทรงท่ออยู่กลางโถง
Photo : Aarhus Public Libraries

 

ฮาร์ดแวร์ใหม่

          หมายถึงรูปแบบที่แตกต่างกันของอาคาร ในอดีตพื้นที่ห้องสมุดถูกกำหนดด้วยการจัดตู้หนังสือเป็นหลัก แต่สถาปัตยกรรมห้องสมุดนับจากนี้ไป ควรมุ่งเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการและคอลเลกชั่นของห้องสมุด รวมทั้งก่อให้เกิดการแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน และเป็นสถานที่อันเป็นที่รักของชุมชน โดยปรับให้เข้ากับผู้ใช้และบริบทของชุมชนโดยรอบ สอดคล้องกับสิ่งที่ แร็ม โกลฮาส สถาปนิกชื่อดังชาวดัตช์กล่าวไว้เกี่ยวกับออกแบบอาคารว่า “อาคารไม่ได้เป็นเรื่องของสถาปัตยกรรม แต่เป็นเรื่องของกลยุทธ์”

Screenshot_5.jpg

 

 

โรงงานช็อคโกเเลต เมืองเกาด้า (Chocoladefabriek, Gouda)

          กระทรวงจินตนาการมีโอกาสพัฒนาห้องสมุดที่ปรับปรุงจากโรงงานช็อคโกแลต เมืองเกาด้า ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นอาคารเก่าตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แนวคิดการปรับปรุงให้เป็นห้องสมุดนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่เทศบาลเมืองได้ตัดงบประมาณด้านห้องสมุดลงถึง 40% ซึ่งนับว่ามากพอที่จะทำให้ผู้บริหารห้องสมุดเกิดความหวั่นใจ ในตอนนั้นเมืองเกาด้ามีประชากรประมาณ 65,000 คน ทั้งเมืองมีห้องสมุดหลัก 1 แห่งและห้องสมุดสาขาอีก 4 แห่ง ร็อบจึงเสนอกลยุทธ์ 2 ข้อ ก็คือ ให้ปิดห้องสมุดทุกแห่ง แล้วหันมาสร้างศูนย์บริการดีๆ เพื่อใช้สำหรับศึกษาและเป็นต้นแบบให้ผู้คนสามารถกลับไปสร้างห้องสมุดได้เองที่บ้าน โดยตั้งเป้าว่าภายใน 10 ปี เมืองเกาด้าจะต้องมีห้องสมุด 20,000 แห่ง

in_10.jpg

Photo : Website deltalight.com

 

          ห้องสมุดส่วนใหญ่ของเนเธอร์แลนด์มีสัดส่วนชั้นหนังสือถึง 80% ของพื้นที่ทั้งหมด จึงไม่มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมอื่น การออกแบบห้องสมุดที่โรงงานช็อคโกแลตจึงปรับชั้นหนังสือให้สูงและแคบ ซึ่งทำให้ใช้พื้นที่เพียง 30% เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมทางสังคมโดยใช้พื้นที่หลายๆ แบบ เช่น พื้นที่จัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กตามแนวคิดของการ์ดเนอร์[1] ห้องโสตทัศนศึกษา ห้องทำงานของบรรณารักษ์รุ่นจิ๋ว พื้นที่จัดเวิร์คช็อปด้านศิลปะและออกแบบสิ่งพิมพ์ เวิร์คช็อปการผลิตสื่อดิจิทัล สำนักพิมพ์ และร้านอาหาร ทั้งหมดอยู่ร่วมกันแบบไม่มีผนังกั้น นอกจากนี้ทีมงานของร็อบยังได้เจาะพื้นอาคารเพื่อทำบันไดขนาดใหญ่เชื่อมระหว่างชั้น ซึ่งปรากฏว่ากลายเป็นบริเวณที่เด็กๆ ชื่นชอบ

in_11.jpg

Photo : Website deltalight.com

 

          “เราคิดว่าห้องสมุดทุกแห่งควรมีเอกลักษณ์ เราจึงออกแบบห้องสมุดให้เป็นเหมือนโรงงาน เราใช้ลังไม้ในการจัดแสดงหนังสือ นำตู้คอนเทนเนอร์มาเป็นห้องทำงาน หลายคนไม่รู้ว่าที่นี่เคยเป็นโรงงานช็อคโกแลตจริงๆ ซึ่งเลิกกิจการไปตั้งแต่ยุค 70 เรานำประวัติศาสตร์กลับมาสู่ตึกนี้อีกครั้ง โดยให้ดีไซเนอร์ออกแบบกราฟิกขนาด 1,500 ตารางเมตร เล่าประวัติและกระบวนการผลิตของโรงงานช็อคโกแลตไว้บนพื้นทางเดินของห้องสมุด” ร็อบกล่าว

          วิกฤตการเงินของห้องสมุดที่เมืองเกาด้าไม่ได้นำไปสู่ทางตัน แต่การขบคิดถึงกระบวนการใหม่ๆ ได้ก่อให้เกิดสถานที่พบปะยอดนิยมของผู้คนในชุมชน ความสำเร็จของห้องสมุดโรงงานช็อคโกแลตได้รับการการันตีด้วยรางวัลห้องสมุดดีที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ประจำปี ค.ศ. 2015/2016

in_12.jpg

Photo : Website deltalight.com

 

โรงขายข้าวสาลี เมืองสกีดาม (Korenbeurs, Schiedam)

           เดอ โคเรนบอร์ส คือสถานที่แลกเปลี่ยนข้าวสาลี ในเมืองสกีดาม เป็นอาคารสวยคลาสสิกที่ออกแบบโดย ยาน ไกดิชี สถาปนิกชาวอิตาเลียน-ดัตช์ เมื่อ ค.ศ. 1792 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของห้องสมุดประชาชนที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือ มีสวนในร่มซึ่งสะท้อนถึงความเจริญงอกงามสอดคล้องกับปรัชญาของห้องสมุด และยังเป็นสถานที่สำหรับการทำสมาธิ การอ่าน การฟังเพลง หรือพบปะสนทนาสนทนา ดังเช่นที่ซิเซโร่ นักปรัชญาชาวโรมันเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณมีสวนในห้องสมุด คุณก็มีทุกอย่างที่คุณต้องการ”

in_15.jpg

Photo : Website hiveminer.com

 

          ตู้หนังสือของห้องสมุดแห่งนี้ทำมาจากกระดาษแข็งซึ่งช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้าซึ่งดัดแปลงมาจากแก้วเหล้ายิน สัมพันธ์กับความเป็นมาของอาคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดธัญพืชของอุตสาหกรรมเหล้ายินในท้องถิ่น ที่นี่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับใช้เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตชีวาใจกลางเมืองประวัติศาสตร์

in_14.jpg

Photo : Website hiveminer.com

 

          กรณีศึกษาห้องสมุด 2 แห่ง นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์สำหรับห้องสมุด กระนั้นก็ตาม ร็อบ เบราซีลส์ มองว่าการผจญภัยของห้องสมุดในอนาคตนั้นเพิ่งจะเริ่มต้น และกำลังอยู่ในภาวะที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องและค่อยเป็นค่อยไป แม้จะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ แต่สิ่งซึ่งชัดเจนนั้นคือ เราจะต้องทดลองปฏิบัติด้วยแนวคิดและระบบวิธีการใหม่ จึงจะพบว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดีในการพัฒนาห้องสมุดสำหรับศตวรรษที่ 21

 160829---rob-bruijnzeels-0281.jpg

ร็อบ เบราซีลส์ 

แปลเก็บความและเรียบเรียงจาก
เอกสารประกอบการบรรยายและวีดิทัศน์การบรรยาย เรื่อง “ฉันจะต้องเปลี่ยนเพื่อให้อยู่เหมือนเดิม ...สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์สำหรับห้องสมุดในอนาคต” (I have to change to stay the same…. Creative Learning Environment for Future Libraries) โดย ร็อบ เบราซีลส์ (Rob Bruijnzeels) ในงานประชุมวิชาการประจำปี TK Forum 2017

[1] โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้คิดค้นทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligence)