Articles
เส้น-สาย-ลาย-รัก ย้อนกลับ

           เมื่อพูดถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “เดือนแห่งความรัก” ใครๆ ก็มักจะนึกถึงวันวาเลนไทน์ว่าเป็นวันสำคัญที่สุดของเดือน อันที่จริงแล้วยังมีวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นวันแห่งความรัก นั่นคือวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันที่พระพุทธองค์ทรงมอบ “หัวใจ” ของพระพุทธศาสนาให้แก่ชาวโลก คือคำสอนให้ทุกคนไม่ทำความชั่ว ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ทำแต่ความดี และทำจิตใจให้ผ่องใส นั่นคือความหมายที่แท้จริงของความรัก อย่างไรก็ตาม ความรักก็เป็นอะไรได้อีกมากมาย ยากที่จะให้คนเข้าใจความหมายที่แท้จริงนี้ผ่านเพียงแค่คำพูด ทางอุทยานการเรียนรู้ TK park จึงได้จัดนิทรรศการศิลปะ “เส้น-สาย-ลาย-รัก: เมื่อรักบรรจบ” เพื่อเป็นพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงผลงานศิลปะหลากหลายแขนงเพื่อให้ผู้คนเข้าใจความหมายของรักแท้เนื่องในวันแห่งความรักของไทย

                 ภายในงานมีพื้นที่แสดงงานศิลปะประเภทภาพเขียนเกี่ยวกับ “ความรัก” ของหลากหลายศิลปิน ซึ่งบรรดาศิลปินที่มาแสดงผลงานเหล่านี้ล้วนแต่เป็นศิลปินผู้ถ่องแท้ใน “ความรัก” ในงานศิลปะ และได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เพื่อมอบความรักแก่คนทั่วไป เช่น คุณอนุสรณ์ จังกาจิตต์ ศิลปินอิสระ และเป็นอาจารย์สอนศิลปะให้แก่เด็กๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อ.ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ อาจารย์ศิลปะประจำมหาวิทยาลัยศิลปากรผู้มีความรักในสถาปัตยกรรมของไทย ได้ดำเนินงานอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ทางสถาปัตยกรรมไทยมาอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น หรือศิลปินผู้พิการ แต่มีความรักในศิลปะอย่างเหลือล้น จึงไม่ยอมให้ความพิการมาเป็นอุปสรรค เช่น คุณพิเชษฐ ฮวบเล็ก ป่วยเป็นอัมพาตทั้งตัว แต่สามารถใช้ปากจับพู่กันวาดภาพออกมาได้อย่างสวยงาม

000a4b.jpg

งานศิลปะของหลากหลายศิลปิน

000a4c.jpg

ผลงานของคุณพิเชษฐ ผู้ไม่ยอมให้ความป่วยเป็นอุปสรรคในการสร้างสรรค์งาน

                 และเมื่อถึงเวลาบ่ายโมง ภายในลานสานฝันก็มีการแสดงให้ชาว TK ได้รับชมกันอย่างจุใจ เริ่มที่การแสดง ละครเวทีนิทานความรัก: เมื่อรักบรรจบ ของนักศึกษากลุ่มสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่หยิบเอาเทพปกรณัมกรีกชื่อดังอย่างตำนานรักของพิกมาเลียนและกาลาเทียมาแสดงให้ได้ชม

                 เรื่องราวของเทพปกรณัมนี้มีอยู่ว่า พิกมาเลียน เป็นช่างประติมากรรมที่มีฝีมือที่สุดของเกาะไซปรัส ความมีฝีมือของเขานี่เองจึงทำให้เขาหยิ่งทะนงจนไม่ยอมปั้นรูปปั้นให้ใครเลย แม้แต่เจ้าหญิงอันโดรเมดาซึ่งเป็นผู้งดงามที่สุดในเกาะ หลายคนจึงเก็บเอาเขาไปนินทาว่า เขาจะไม่มีทางสร้างงานที่ยอดเยี่ยมได้เลยเพราะเขาไม่เคยมีความรักหรือแม้แต่จะชายตามองหญิงสักคน เพื่อลบคำสบประมาท พิกมาเลียนจึงลงมือปั้นประติมากรรมเป็นรูปหญิงสาวที่เขาคิดว่างดงามที่สุด และให้ชื่อเธอว่า กาลาเทีย

Sensai-03.jpg

พิกมาเลียนและหญิงสาวในเมืองไซปรัส

                 เมื่อชายหนุ่มปั้นกาลาเทียสำเร็จ เขากลับหลงรักรูปปั้นที่ปั้นมาด้วยมือของเขาเอง และเฝ้าแต่พะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ คอยดูแลไม่ห่าง หาเครื่องประดับสวยๆ มาให้กาลาเทียใส่ไม่เว้นวัน แม้เพื่อนหรือใครจะมาเตือนสติพิกมาเลียนว่ากาลาเทียเป็นเพียงรูปปั้น แต่เขาก็ไม่ยอมห่างกาลาเทียแม้แต่นาทีเดียว แต่แล้วจากความรักเหลือล้น ค่อยๆ กลายเป็นความสิ้นหวัง เมื่อกาลาเทียไม่อาจตอบสนองพิกมาเลียนได้แม้แต่เพียงคำพูดหรือรอยยิ้ม

000a4e.jpg

พิกมาเลียนหลงรักกาลาเทีย รูปปั้นที่เขาปั้นขึ้นมากับมือ

                 วันหนึ่ง พิกมาเลียนได้ยินหญิงสาวในเมืองพูดกันว่า รูปปั้นเทพีวีนัสในเมืองนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ใครขออะไรเกี่ยวกับความรักก็มักจะสมหวังทุกรายไป พิกมาเลียนจึงเข้าไปอ้อนวอนให้เทพีวีนัสช่วยบันดาลให้ความรักของเขาสมหวัง เทพีวีนัสกล่าวเป็นปริศนาว่า เมื่อความรักบรรจบ แล้วเจ้าจะพบความสมหวัง พิกมาเลียนรีบกลับไปหากาลาเทีย แต่เขาก็พบว่า กาลาเทียยังคงเป็นรูปปั้นเหมือนเดิม เขาเสียใจมากจึงคิดจะทุบรูปปั้นกาลาเทียทิ้ง แต่ก็ทำไม่ลง เมื่อความจริงกับความฝันได้มาบรรจบกันเพราะความรัก เทพีวีนัสจึงบันดาลให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น กาลาเทียกลายร่างจากรูปปั้นมาเป็นหญิงสาว ในที่สุดพิกมาเลียนและกาลาเทียก็ได้สมหวังในความรัก

                 อ.วิชชา สันทนาประสิทธิ์ หรือ อ.ทิม ผู้ควบคุมการแสดงกล่าวว่า สาเหตุที่เลือกเรื่องนี้มาแสดงเพราะเป็นเรื่องที่มีขนาดไม่ยาวมาก และสามารถอธิบายถึงความหมายของชื่องานว่า เมื่อรักบรรจบ ได้เป็นอย่างดี

                 “เราเริ่มต้นเรื่องด้วยการที่ศิลปินคนหนึ่งบอกกับตัวเองว่า เขาไม่สนใจในความรัก เพราะแค่เขารักในงานของตนเองก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมองความรักอื่นๆ อีก จนสุดท้ายเขาได้สร้างงานขึ้นมาชิ้นหนึ่งจนทำให้เขาได้ค้นพบความหมายของคำว่ารักในมุมที่ต่างออกไป ความรักของเขาจึงเปลี่ยนมาบรรจบกับตัวตนของเขา”

                 ส่วนสิริวัฒน์ พลวัฒน์ หรือบิ๊ก ผู้กำกับการแสดงชุดนี้กล่าวว่า ได้มีโอกาสกำกับการแสดงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แม้จะมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ยังไม่มีประสบการณ์กำกับ หรือมีเวลาเตรียมตัวน้อยเพียงสามวัน แต่เพื่อนนักแสดงและอาจารย์ก็คอยช่วยเหลือให้ผ่านมาได้ การแสดงในวันนี้นับว่าแสดงออกมาได้น่าพอใจเมื่อดูจากเสียงตอบรับของผู้ชม นั่นเป็นเพราะการฝึกซ้อมที่ค่อนข้างหนักวันละไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมง

                 การแสดงชุดต่อมาคือ ระบำกฤษดาภินิหาร ผู้แสดงคือ น้องแพ็ตตี้ หรือ ด.ญ.จันทร์แจ่มดวง อาจหาญวงศ์ ระบำชุดนี้เป็นระบำมาตรฐานชุดหนึ่งจากละครเรื่องเกียรติศักดิ์ของไทย ของกรมศิลปากร กล่าวถึงเหล่านางฟ้าและเทวดาที่ร่วมกันแซ่ซ้องสาธุการกฤษดาภินิหารของชาติไทยที่รอดพ้นจากอุปสรรคต่างๆ มาได้จนถึงปัจจุบัน น้องแพ็ตตี้กล่าวว่าโดยปกติแล้วการแสดงชุดนี้จะต้องมีคู่พระ-นางมาร่วมรำด้วยกัน แต่วันนี้น้องแพ็ตตี้มาแสดงเดี่ยวให้ชาว TK ได้ชมกันก่อน

000a4f.jpg

น้องแพ็ตตี้ กับการแสดงชุด ระบำกฤษดาภินิหาร

                 ต่อด้วยการแสดง ฟ้อนสาวไหม ผู้แสดงคือ น้องขวัญ หรือ น.ส.ณิชกานต์ บุตรอำไพ ระบำชุดนี้เป็นศิลปะการแสดงของทางภาคเหนือ ซึ่งท่าฟ้อนรำดัดแปลงมาจากวิถีชีวิตพื้นเมืองคือ การเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม โดยในท่ารำจะแสดงถึงขั้นตอนในการเลี้ยงไหม การให้อาหารไหม การนำไหมมาฟั่นเป็นเส้นใย การทอผ้าไหม เป็นต้น ซึ่งน้องทั้งสองก็ร่ายรำได้อย่างสวยงามเป็นที่น่าประทับใจ

000a50.jpg

น้องขวัญ กับการแสดงชุด ฟ้อนสาวไหม

                 หลังการแสดงจบ สาวน้อยทั้งสองและคุณแม่ของน้องขวัญ หรือคุณแม่สมใจ บุตรอำไพ ก็ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะของคนไทยให้ดำรงอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน โดยน้องแพ็ตตี้กล่าวว่า ศิลปะไทยนั้นควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีประเทศใดเหมือน น้องขวัญเสริมว่า จากประสบการณ์ที่ได้ไปแสดงมาหลายประเทศ พบว่าศิลปะการร่ายรำของคนไทยนั้นเป็นศิลปะที่งดงามอ่อนช้อยที่สุด และคนต่างประเทศที่ได้มาเห็นศิลปวัฒนธรรมไทยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการร่ายรำที่งดงามไม่มีประเทศใดเสมอเหมือน จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายหากเยาวชนไทยไม่เห็นคุณค่าและปล่อยให้สูญหายไปกับกาลเวลา ส่วนคุณแม่ก็กล่าวว่า แรกเริ่มเดิมทีที่ส่งลูกไปเรียนรำนั้นเป็นเพราะความชอบส่วนตัวเป็นทุนเดิม เนื่องจากศิลปะของไทยนั้นแสดงถึงความอ่อนหวาน อ่อนช้อยงดงาม อันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ก็อยากให้ผู้ปกครองและหน่วยงานของรัฐได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะหากไม่มีคนสนับสนุนแล้ว ก็ยากที่เยาวชนจะหันมาสนใจสิ่งที่เป็นศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเหล่านี้

000a51.jpg

สองสาวและคุณแม่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

                 กิจกรรมส่งท้ายของวันนี้คือ การจัดสวนในขวด โดยมีวิทยากรคือ อ.พิเชษฐ์ ขาวคง นักจัดสวนในขวดแก้วมือฉมังได้มาแนะนำวิธีการจัดสวนในขวดแก้วอย่างง่ายๆ อาจารย์เล่าถึงแรงบันดาลใจในการจัดสวนในขวดว่า แต่ก่อนอาจารย์เคยเป็นนักดื่ม จึงมีขวดชนิดต่างๆ อยู่ที่บ้านมากมาย มาวันหนึ่งไปเห็นคนจัดสวนในถาด จึงกลับคิดว่า ในถาดเล็กๆ ยังจัดสวนได้ ถ้ามาประยุกต์จัดในขวดแก้วคงจะแปลกไปอีกแบบ จากนั้นอาจารย์จึงศึกษาวิธีจัดสวนในพื้นที่เล็กๆ และนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดสวนในขวดแก้ว

                 ก่อนอื่นต้องเตรียมอุปกรณ์ดังนี้
                 1. ดินขุยไผ่ หรือดินที่อยู่ใต้ต้นไผ่
                 2. ขวด ต้องล้างสะอาด และผึ่งให้แห้ง มิเช่นนั้นหากมีเหล้าหรือน้ำอื่นในขวด ต้นไม้อาจตาย หรือหากมีน้ำหลงเหลืออยู่จะเป็นอุปสรรคในการเทดินให้เป็นรูปทรง
                 3. เหล็กไม้แขวนเสื้อที่ดัดตรง
                 4. ทรายขาว ไว้ใช้ประดับ ไม่ได้ใช้ผสมในดิน
                 5. น้ำธรรมดา
                 6. ไม้ร่ม หรือต้นไม้ที่เติบโตในที่ร่ม เช่น พืชตระกูลออม อาทิ ต้นออมเงิน ออมทอง หรือปีกแมงทับ ต้นบอนสี ต้นตีนเป็ด หญ้ามอส เป็นต้น
                 7. อุปกรณ์ประดับอื่นๆ เช่น นกพลาสติก

                 เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว ก็ลงมือทำได้ไม่ยาก
                 1. ใส่ดินพอประมาณลงไปในขวด หากเป็นมือใหม่ก็ใส่ดินลงไปตรงๆ ให้เต็มครึ่งขวด แต่หากชำนาญแล้วก็อาจใส่ดินให้มีรูปทรงแปลกขึ้น เช่น ใส่ดินในลักษณะทำมุม 45 องศา เพื่อทำเป็นฉากน้ำตก
                 2. หย่อนต้นไม้ลงไป แล้วกดรากลงดิน
                 3. หยดน้ำลงไปพอประมาณ ทำให้ดินเป็นรูปทรงตามที่เราจัดไว้ และทำให้ต้นไม้ยึดกับดินแน่นขึ้น
                 4. ตกแต่งตามจินตนาการ

                 อาจารย์กล่าวว่า อุปกรณ์การจัดสวนต่างๆ รวมถึงต้นไม้ต่างๆ สามารถหาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป เช่น ตลาดนัดจตุจักร นอกจากนั้นยังมีเคล็ดลับแถมอีกว่า การรดน้ำไม้ร่มเหล่านี้ ไม่ต้องรดมากเพราะจะทำให้ต้นไม้ชื้นตาย ควรรดน้ำสัก 2 หลอดกาแฟต่อหนึ่งอาทิตย์ก็พอ เพราะต้นไม้เหล่านี้ไม่ต้องการน้ำมาก และอีกประการหนึ่งคือ น้ำที่ระเหยออกมาจากต้นไม้ก็ไม่ได้หายไปไหน ยังเกาะติดอยู่ในขวดรอหยดลงมาบำรุงต้นไม้อีกครั้ง นอกจากนั้น อุปกรณ์ประดับอื่นๆ เช่น นก หรือต้นไม้เทียม ก็ควรเลือกแต่อุปกรณ์ที่ทำจากพลาสติกเท่านั้น หากทำจากวัสดุอย่างอื่น เช่น ขนมปัง เหล็ก ก็เสี่ยงที่จะขึ้นสนิม ขึ้นรา ทำให้สวนของเราเสียได้ เพราะพื้นที่ของสวนขวดแก้วนั้นค่อนข้างเล็ก

000a52.jpg

อ.พิเชษฐ์ ขาวคง และลูกมือตัวน้อยๆ อธิบายวิธีจัดสวนในขวดแก้ว

                 กิจกรรม เส้น-สาย-ลาย-รัก: เมื่อความรักบรรจบ ในวันแรกก็จบลงไปด้วยการแสดงศิลปะแห่งความรักหลากหลายรูปแบบ กิจกรรมในวันต่อไปเตรียมตัวพบกับหลากหลายศิลปินผู้มีความรักในงานศิลปะที่จะมาร่วมร่วมถ่ายทอดความรักและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับศิลปะและความรัก รวมถึงกิจกรรมที่จะบอกเล่าเรื่องราวความรักในอีกหลายมุมมอง ผู้ที่มีความรักและศิลปะในหัวใจไม่ควรพลาด

หนอนหนังสือตัวอ้วน