TK News
สร้างความฝันผ่านห้องสมุดชุมชน
clock Thursday 21 Feb 2019

DSC_7382.jpg

สร้างความฝันผ่านห้องสมุดชุมชน

         บทบาทหนึ่งของ อุทยานการเรียนรู้ TK park ในการเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็คือการเปิดเวทีเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะสำหรับบรรณารักษ์รุ่นใหม่ ในโครงการ Librarians’ Space  โดยล่าสุดนี้ อุทยานการเรียนรู้ TK park  ร่วมมือกับหลักสูตรปรัชญาดุษฎิบัณฑิตสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดบรรยายและแลกเปลี่ยนแนวคิดในหัวข้อ “iSchool กับสิทธิที่จะฝันของห้องสมุดชุมชน” และ “บทบาทของบุคคลในการส่งเสริมการอ่านในชุมชน” โดยมีศาสตราจารย์ แซม โอ วิทยากรมากประสบการณ์ทางด้านการจัดการห้องสมุด จากมหาวิทยาลัย Sungkyunkwan สาธารณรัฐเกาหลี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชมนาด บุญอารีย์ สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาแลกเปลี่ยนความรู้ และต่อยอดการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ห้องสมุดกลายเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

DSC_7336.jpg

         ในการบรรยายหัวข้อ “iSchool and the Right to Dream : Case of Neutinamu Library” ศาสตราจารย์ แซม โอ ยกตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ และขยายแนวคิดความเป็นเมืองของเขตคังนัม ประเทศเกาหลีใต้ในปี ค.ศ.1999 ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างห้องสมุดชุมชนที่ใหญ่ที่สุด นั่นคือ Neutinamu Library พัฒนาโดย Jang Suk Park เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ และสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอพึ่งความช่วยเหลือจากรัฐบาล
         โดยแนวคิดหลักๆ ที่ห้องสมุด Neutinamu ยึดถือในการดำเนินงานมาตลอดคือ การวางตัวเป็นที่พึ่งของชุมชน เชื่อมโยง และพยายามเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ซึ่งการจะดำเนินงานตามแบบแผนดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพได้ ศาสตราจารย์ แซม โอ กล่าวว่า ทุกอย่างอาจต้องเริ่มจากการให้บรรณารักษ์ หรือบุคลากรห้องสมุดเข้าใจว่า หน้าที่ของพวกเขาไม่ใช่แค่การมาประจำที่ห้องสมุดเพื่อให้บริการพื้นฐานเท่านั้น แต่ต้องเข้าถึงหัวใจสำคัญของความเป็นมนุษย์ อันประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การเข้าใจความแตกต่างหลากหลาย การพยายามรับฟังเสียงของผู้ใช้ พร้อมๆ กับหาตัวเลือกที่ดีกว่าอยู่เสมอ และการมีอิสระทางความคิด ซึ่งข้อสุดท้ายนี้ มีพื้นฐานมาจากความกล้าที่จะวิพากษ์ แสดงความคิดเห็น และยืนหยัดเพื่อคนในท้องถิ่นของตัวเอง ทั้งหมดนี้ ศาสตราจารย์ แซม โอ กล่าวว่า ล้วนเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของมนุษย์ที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากร และทำให้ห้องสมุดชุมชนสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน
         ลำดับต่อมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชมนาด บุญอารีย์ กล่าวเสริมในหัวข้อ “บทบาทของบุคคลในการส่งเสริมการอ่านในชุมชน” ว่าต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า การพัฒนาห้องสมุดชุมชนควรเริ่มจากการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่มีทักษะการอ่านที่แข็งแรง ซึ่งทักษะนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อใครก็ตามได้ฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน (Reading for pleasure) ตั้งแต่ยังเด็ก  โดย ผศ. ดร. ชมนาด กล่าวว่า หากอิงจากงานวิจัยในหลายๆ ประเทศ การอ่านเพื่อความเพลิดเพลินนี้ แท้จริงแล้ว เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งสามารถสร้างนิสัยรักการอ่าน หรือสามารถพัฒนาทักษะการอ่านอย่างยั่งยืนได้ แต่นอกจากนั้น ผู้นำในชุมชน หรือผู้นำการอ่านเพื่อความเพลิดเพลินในชุมชนก็มีส่วนสำคัญ ที่จะผลักดันนิสัยรักการอ่าน หรือทำให้คนในชุมชนหันมาสนใจการอ่านหนังสือมากขึ้น
         ดร. ชมนาด กล่าวถึงงานวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการอ่านเพื่อความเพลินในห้องสมุดชุมชนในประเทศไทย (Factors Affecting Reading for Pleasure Practices in Community Libraries in Thailand) ที่ได้นำเอาผลสำรวจจากห้องสมุดชุมชน 8 แห่งในภาคอีสาน มาวิเคราะห์แล้วพบว่า ผู้ใช้ห้องสมุดชุมชนในพื้นที่ห่างไกลของประเทศไทย มีแนวโน้มที่จะถูกชักนำโดยผู้นำการอ่าน มากกว่าได้รับอิทธิพลจากระบบหรือนโยบายระหว่างประเทศ เนื่องจากผู้นำการอ่านมักเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับสมาชิก และหน่วยงานย่อยต่างๆ ในชุมชน  ซึ่งในจุดนี้ เมื่อนำมาทำความเข้าใจร่วมกับสิ่งที่ ศาสตราจารย์ แซม โอ ยกเป็นตัวอย่าง เราสามารถสรุปได้ว่า การสร้างเสริมชุมชนการอ่าน หรือพัฒนาชุมชนการอ่านให้เกิดขึ้นได้อย่างแข็งแรงและเป็นรูปธรรม ควรเป็นเรื่องการร่วมมือกันของทุกคนในสังคม

page.jpg