Logo TK Park

What's News

Wed 30 July 2014
10.30 - 16.30
หลักสูตรอบรมไอที: Social Network สำหรับผู้พิการ
Thu 31 July 2014
10.30 - 16.30
หลักสูตรอบรมไอที: Social Network สำหรับผู้พิการ
Sat 02 August 2014
11.00 - 17.00
นิทรรศการสมองจอมสั่งการ
11.00 - 16.00
โครงการลับสมองประลองปัญญา หนูน้อยเล่านิทานครั้งที่ 9 ก้าวสู่อาเซียน
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: มังกรแสนกล
14.00 - 16.00
Inspired by Idol กับทีมพิธีกรรายการ WITCAST
15.00 - 15.30
นิทานหรรษา: มะเขือเทศวิเศษ
Sun 03 August 2014
11.00 - 17.00
นิทรรศการสมองจอมสั่งการ
11.00 - 16.00
โครงการลับสมองประลองปัญญา หนูน้อยเล่านิทานครั้งที่ 9 ก้าวสู่อาเซียน
14.00 - 17.00
สนุกอ่าน สนุกคิด ประดิษฐ์สนุก: มังกรแสนกล
15.00 - 15.30
นิทานหรรษา: มะเขือเทศวิเศษ
line
ตามรอยพ่อ..อย่างพอเพียง
05 Dec 2012

ตามรอยพ่อ..อย่างพอเพียง

            “พึ่งตนเอง” “พออยู่พอกิน” “พอเพียง” หลักการ ๓ พ. ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ รวมทั้งตัวคุณด้วย
            พ. ๑ “พึ่งตนเอง”
การ พึ่งตนเอง คือ ความสามารถในการดำรงตนอยู่อย่างอิสระ มั่นคง ดังคำที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งหลักการพึ่งตนเองนั้นประกอบด้วย ๕ ด้านสำคัญ คือ
            ๑. ด้านจิตใจ โดยทำตนให้เป็นที่พึ่งแห่งตนเอง มีจิตสำนึกที่ดี มีจิตใจเอื้ออาทร ประนีประนอม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
            ๒. ด้านสังคม คือการสร้างความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มคน โดยแต่ละชุมชนต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายชุมชนที่แข็งแรง
            ๓. ด้านเศรษฐกิจ คือความสามารถในการเลี้ยงชีพที่มีความมั่นคง มุ่งลดรายจ่ายก่อนเป็นสำคัญ โดยยึดหลักพออยู่ พอกิน พอใช้
            ๔. ด้านทรัพยากรธรรมชาติ คือการใช้ทรัพยากรและจัดการอย่างฉลาด คุ้มค่า พร้อมทั้งหาทางเพิ่มมูลค่า โดยให้ยึดอยู่บนหลักการของความยั่งยืน
            ๕. ด้านเทคโนโลยี คือ การแยกแยะเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่บนพื้นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้าน และเลือกใช้เฉพาะที่สอดคล้องกับความต้องการและสภาพแวดล้อม
            พึ่งตนเองในแบบเขา
            “ในยุคต่อไปจากนี้..คนที่ปลูกอาหารกินเองได้หรือว่าปลูกอาหารเลี้ยงคนอื่น ได้จะมีความสำคัญมาก เราก็เป็นมนุษย์ซึ่งต่างก็มีศักยภาพ แท้จริงแล้วเราทำอะไรหลายอย่างได้ด้วยตนเอง”
            อุ้ม – สิริยากร พุกกะเวส นักแสดงสาวผู้ใช้แนวทางการพึ่งตนเองในการดำเนินชีวิต ด้วยการไปเป็นชาวนา ลงมือปลูกข้าวด้วยตนเอง ด้วยวิถีดั้งเดิมหรือเกษตรอินทรีย์ ที่พึ่งพาเทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งจากการแปลงร่างเป็นชาวนานั้น ทำให้คุณอุ้มได้เรียนรู้วิธีการปลูกข้าวที่คุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เรื่องความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งทำให้เข้าใจว่าการพึ่งตนเองนั้น ไม่ใช่การใช้ชีวิตอยู่อย่างลำพัง แต่คือการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีและพร้อมที่จะแบ่งปันออกสู่สังคม
            พึ่งตนเองในแบบเรา
           การพึ่งตนเองทำได้หลายวิธี อาจไม่ต้องเป็นชาวนาปลูกข้าวหากวิถีชีวิตของเราไม่เอื้ออำนวย แต่เราอาจนำไปประยุกต์ใช้ตามแบบวิถีชีวิตของตนเอง เช่น
            - ปลูกผักสวนครัวที่บ้าน เพื่อลดรายจ่ายของครอบครัว
            - เลือกซื้อของอย่างชาญฉลาด เช่น เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ใช้ได้นาน และนำมาประยุกต์ให้เข้ากับชุดอื่นๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้เสื้อผ้าชุดนั้นใช้ได้หลายงาน
            - พึ่งพาตนเองด้านจิตใจหากมีปัญหาเกิดขึ้น โดยจะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ โดยมีจิตใจที่เอื้ออาทรเป็นสิ่งที่คอยกำกับความคิดนั้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว จะทำให้ปัญหาคลี่คลายไปในทางที่ดีได้ในที่สุด
 
            พ. ๒ “พออยู่พอกิน”
            ความพออยู่พอกิน เป็นหลักการง่ายๆ ในเรื่องของ ‘ความพอดี’ คือไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป อีกทั้งไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ความพอดีแต่ละคน แต่ละครอบครัว แต่ละองค์กรย่อมไม่เหมือนกัน จึงต้องรู้จักประมาณตัวเราเอง รู้กำลัง รู้ทุนของเรา ว่าจะซื้อหรือลงทุนอะไรที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นมาภายหลัง เช่น หากซื้อรถไว้ใช้สักคันหนึ่ง ต้องเป็นรถที่อยู่ในราคาที่เราพอจะจ่ายได้และเหมาะกับการใช้งาน โดยการพออยู่พอกินนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีไว้เป็นภูมิคุ้มกันสำหรับตนเองและสังคม
แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันที่จะนำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างพออยู่พอกิน ได้แก่
            ๑. พออยู่พอใช้ คือการใช้ชีวิตด้วยความพอประมาณ ได้แก่ พอประมาณกับฐานะ พอประมาณกับความจำเป็นที่ต้องใช้
             ๒. พออกพอใจ คือความรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่นำไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น เพราะจะทำให้เกิดความไม่ทุกข์ใจที่ไม่เท่าเทียมกับเขา
            ๓. พอดิบพอดี คือการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างถูกกาลเทศะ ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เช่น การเลือกปลูกพืชที่ตรงกับสภาพแวดล้อม ทำให้ได้ผลผลิตมาก
             พออยู่พอกินในแบบเขา
            “ณ วันนี้ผมมาถึงจุดที่ตัวเองเพียงพอแล้ว ได้ทำงานที่ชอบได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองรัก ไม่บังคับตัวเองว่ากินอาหารเมื่อไหร่ นอนหรือตื่นเมื่อไหร่ จะกินก็ต่อเมื่อหิว และกินแค่พออิ่ม...”
            นิรุตติ์ ศิริจรรยา นักแสดงชายรุ่นใหญ่ที่หันมาใช้ชีวิตอย่างพออยู่พอกิน ทุกครั้งที่เขาว่างจากการถ่ายละคร ไม่มีงานที่จะพบปะหรือนัดเจอผู้คน เขาจะมาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จะกำหนดชีวิตด้วยตนเอง คือ ตื่นเมื่ออยากตื่น นอนเมื่ออยากนอน และกินเมื่ออยากกิน ส่วนตัวนั้นจะกินอาหารเพียงมื้อเดียว และเลือกทานอาหารมังสวิรัติทุกวันศุกร์ เพื่อละเว้นการเบียดเบียนสัตว์ โดยคำว่า “พอ” คือจุดเริ่มต้นและปลายทางความสุขเขา
            พออยู่พอกินในแบบเรา
            การใช้ชีวิตอย่างพออยู่พอกินไม่ใช่เรื่องยาก อาจลองนำวิธีต่อไปนี้ไปใช้เพื่อให้เป็นคนที่มีวิถีชีวิตแบบพอดี
            - เลือกซื้อของโดยยึดหลักความจำเป็นไว้อันดับแรก ซึ่งมีราคาเหมาะสมกับจำนวนเงินที่มีอยู่ มีประโยชน์คุ้มค่าสามารถนำไปใช้ได้นาน
            - รู้จัก แบ่งเวลาให้ถูกต้อง เช่น หากอยู่ในวัยเรียนซึ่งนอกจากการตั้งใจเรียนแล้ว ยังควรแบ่งเวลาเพื่อไม่ให้เกิดความเคร่งเครียดเกินไป โดยการพักผ่อน หรือทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม
            - คิดแบบทางสายกลาง คือ ไม่มากไม่น้อยเกินไป รู้จักการประนีประนอม ไม่ถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว พร้อมกับมีความปรารถนาดีต่อคนรอบข้าง
 
            พ.๓ “พอเพียง”
            "...พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอแม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ..."
            "...คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิดอันนี้ไม่ ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข..."
(พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐)
 
            ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบ ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เน้นการดำเนินชีวิตบนทางสายกลาง โดยใช้ชีวิตด้วยความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
            พอเพียงในแบบเขา
            ลอร่า – ศศิธร วัฒนกุล พิธีกรคุณแม่ลูกสอง ที่ได้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง คือการเป็นคุณแม่แบบประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยโดยได้แปลงพื้นที่หลังบ้านให้กลายเป็นแปลงผักสวนผักออร์แกนิ กสำหรับรับประทานเองในครอบครัว พร้อมทั้งปลูกฝังให้ลูกๆ ทั้งสองคนรู้จักใช้ชีวิตอย่างพอประมาณตั้งแต่เด็ก ด้วยการสอนให้ลูกรู้จักเก็บออม รู้ค่าของเงิน โดยวิธีการดูแลลูกในยุคเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ลอร่าได้ให้เด็กๆ ได้ลงมือปลูกผักด้วยตนเอง หลังจากที่ต้นผักเติบโตพร้อมนำไปประกอบอาหาร เธอก็จะให้ลูกๆ ไปเก็บผักในจำนวนที่พอเหมาะกับการทานหนึ่งมื้อ และช่วยกันทำอาหาร เป็นการปลูกฝังความพอเพียงให้กับลูกตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้พวกเขารู้ว่าบางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อมาด้วยเงินก็ได้
            พอเพียงในแบบเรา
            ความพอเพียง เป็นแนวคิดที่นำไปปรับใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว และที่สำคัญคือ ไม่ได้เป็นเรื่องยากหากจะลงมือทำอย่างจริงจัง เช่น
            - ตัดสินใจทุกเรื่องจากเหตุผล คำว่า “อยากได้” “ใครๆ เขาก็มีกัน” “กำลังอินเทรนด์” คำเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลแต่เป็นข้ออ้างที่มาจากอารมณ์ ที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อไปในภายหลัง โดยคนที่มีความพอเพียงนั้น จะคำนึงถึงประโยชน์มากกว่าการทำตามผู้อื่น
            - ใส่ใจตนเอง ทั้งด้านร่างกายและสังคม คือไม่เรียนหนัก หรือทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน ต้องแบ่งเวลาให้ร่างกายได้พักและพร้อมสำหรับการทำงานในวันใหม่ รวมถึงการใส่ใจครอบครัวและเพื่อน เนื่องจากการมีเพื่อน มีคนรู้จัก นั้นจะสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ในอนาคต
 
            สรุป
            เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการ ดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาเป็นเวลาเกือบ ๔๐ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และได้ทรงย้ำแนวทางการแก้ไขปัญหาทุกครั้งที่สังคมไทยเผชิญกับภาวะวิกฤติ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากภายในหรือภายนอก เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤติการณ์นั้นๆ และคนในสังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
            แม้หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงจะมีขึ้นมาเป็นเวลานาน แต่หลักการนี้กลับไม่เคยล้าสมัย แม้ว่าสภาพสังคมจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด และหลายครั้งที่ประเทศได้ผ่านวิกฤติการณ์ต่างๆ มาได้ด้วยการนำเรื่องความพอเพียง หลักการแสนเรียบง่ายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่มาใช้ในการแก้ปัญหาให้คลี่ คลายไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่องระดับบุคคล ชุมชน และสังคม
            แก่นแท้ของคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง หรือ ความพอเพียง นั้น คือ แนวทางการดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุผล โดยใช้ทางสายกลางเป็นเข็มทิศนำทาง หากเราเข้าใจความหมายนี้อย่างแท้จริง เราจะรู้ว่าหลักการดังกล่าวที่พ่อหลวงได้วางแนวทาง และปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนไว้นั้น ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่เรื่องของการเกษตร หรือการพัฒนาคนในชนบทเท่านั้น แต่ได้ครอบคลุมกับทุกเรื่องในชีวิต และทุกคนในสังคม
            ความพอเพียง เป็นหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้ เนื่องจากเป็นแนวทางที่เข้าใจง่ายและได้ผลจริง หากดำเนินรอยตามพระองค์อย่างแน่วแน่และต่อเนื่อง ดังเช่น หลักการ ๓ พ. คือ พึ่งตนเอง พออยู่พอกิน พอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่เข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อน กล่าวคือ
            - พึ่งตนเอง เป็นความสามารถในการดำรงตนอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ
            - พออยู่พอกิน เป็น ‘ความพอดี’ ในการใช้ชีวิต คือไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป อีกทั้งไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
            - พอเพียง เป็นความพอประมาณอย่างมีเหตุผล โดยใช้ทางสายกลางเป็นแนวทางในการตัดสินใจ
            ซึ่งเมื่อนำนิยามของคำทั้งสามมาพิจารณาแล้ว จะพบว่าความหมายของหลักการ ๓ พ. นำไปสู่การดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่แสนเรียบง่าย หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นแนวทางปฏิบัติที่พ่อหลวงได้ปูไว้ให้พสกนิกรเดินตาม ทางอย่างไม่ยากลำบาก
            จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย เช่น ภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ, ปัญหาความยากจน, การแตกความสามัคคี หรือปัญหาอื่นๆ ในระดับบุคคลอย่างการดำเนินชีวิต การเรียน การทำงาน ที่บางครั้งดูเหมือนว่าจะหมดหนทางในการแก้ไข แท้จริงแล้วอาจเป็นเพราะเราลืมฉุกคิดไปว่า เรามีความโชคดีที่ได้รับพรวิเศษจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพรวิเศษนี้เอง ที่จะช่วยขจัดความทุกข์ยากปัญหาต่างๆ ได้ เมื่อเรานำมาประยุกต์ใช้

Share this

Relate